ป้ายริมทาง ‘มุกตลกร้าย’ ใน ‘ภูฏาน’

ป้ายริมทาง ‘มุกตลกร้าย’ ใน ‘ภูฏาน’

วลีบนป้ายริมทางที่เรียบเรียงอย่างดีโดยปราศจากเครื่องหมายวรรคตอนเพื่อให้สะดุดตาคนอยู่เสมอ คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาจากปลายปากกาของข้าราชการ

ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า “ราชอาณาจักรภูฏาน” ซึ่งรายล้อมด้วยเพื่อนบ้านอย่างจีนและอินเดีย ขึ้นชื่อเรื่องการรับวิถีชีวิตสมัยใหม่พร้อมดำเนินชีวิตเรียบง่ายกว่าหลายประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน เศรษฐกิจของภูฏานยังพึ่งพาเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยรัฐธรรมนูญกำหนดว่า 60% ของพื้นที่ในประเทศจะต้องเป็นผืนป่า แต่ขณะนี้พื้นที่ป่าของภูฏานอยู่ที่ 72% ของประเทศ ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีการพัฒนาพื้นที่มากจนเกินไป

เมื่อลงจากเครื่องบินมาถึงภูฏาน คุณจะได้สูดอากาศที่สดชื่นที่สุดในโลก เหมือนกับได้ย้อนเวลาไปสู่อดีตแม้อยู่ในห้วงปัจจุบัน

โทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต เข้ามาในภูฏานเมื่อปี 2542 ตามมาด้วยเครือข่ายมือถือในอีก 4 ปีให้หลัง

แม้จะไม่มีอาหารฟาสต์ฟูด แต่กระแสเทคโนโลยีที่เข้ามากำลังเปลี่ยนแปลงประเทศ เห็นได้จากการแข่งขันยิงธนูซึ่งถือเป็นกีฬาประจำชาติของภูฏาน โดยที่สาว ๆ จะพากันเต้นเชียร์ทีมโปรดของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่คนรุ่นใหม่กลับสนใจกีฬานี้น้อยลง

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือ ภูฏานเริ่มก่อสร้างถนนเส้นแรกเมื่อปี 2503 ซึ่งวิธีเดียวที่จะเดินทางได้ทั่วประเทศคือต้องใช้ทางเดินเท้าและเส้นทางที่ตัดผ่านทิวทัศน์ภูเขาที่สวยสะดุดตา

นับตั้งแต่นั้นมา รัฐก็ได้สร้างถนนระยะทางกว่า 1,500 กม.ขึ้น และความน่าพอใจเกินคาดสำหรับบรรดาผู้ขับขี่ในปัจจุบันคือ ป้ายข้างทางที่เล่นสำนวนโวหารแฝงมุกตลกร้าย

คำคมที่ทั้งทื่อ ชวนหัวเราะ และกินใจ เป็นผลงานที่มาจากโครงการที่ชื่อว่า “โปรเจกต์ ดันตัก” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก องค์การถนนชายแดน (บีอาร์โอ) ของรัฐบาลอินเดียที่ช่วยภูฏานปรับปรุงประเทศให้ทันยุคสมัยผ่านโครงการก่อสร้างและพัฒนามากว่า 50 ปี

พาโร เมืองสนามบินเพียงแห่งเดียวในประเทศ อนุญาตให้นักบินลงจอดเพียง 12 ลำลงจอดบนรันเวย์สั้น ๆ ที่อยู่ในซอกหลืบภูเขา ตรงจุดที่ใกล้กับทางโค้งใต้รันเวย์ ใครที่ขับรถผ่านจะได้เห็นป้ายคำคมเตือนถึงอันตรายจากการดื่มแล้วขับ อย่างเช่น 

“AFTER DRINKING WHISKEY DRIVING IS RISKY” (หลังดื่มวิสกี้แล้ว การขับขี่จะเสี่ยงอันตราย)

ป้ายนี้เขียนด้วยภาษาอังกฤษและยังมีภาษาซงคา ภาษาราชการของภูฏาน ด้วยความที่ขาดเครื่องหมายวรรคตอนจึงทำให้คนจำติดตา ซึ่งสำนวนอันประณีตอาจมาจากปลายปากกาของข้าราชการก็เป็นได้

ด้วยจำนวนรถ 75,000 คันต่อประชากรทั้งหมด 750,000 คนในประเทศที่มีขนาดเท่ากับสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ถนนหนทางค่อนข้างโล่ง อีกทั้งสัญญาณไฟจราจรยังไม่มีมากนัก กรุงทิมพูเคยมีสัญญาณไฟจราจรเสาเดียวทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ปัจจุบัน ทางการกลับรื้อสัญญาณไฟนี้ออกแล้วแทนที่ด้วยตำรวจจราจรซึ่งสวมถุงมือสีขาวยืนทำหน้าที่ควบคุมจราจรด้วยท่าทางสง่างาม อยู่ใจกลางถนนที่วุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง

ตลอดเส้นทางข้ามเขาที่ต้องเผชิญลมแรงอยู่เสมอนั้น เรื่องความเร็วเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นำมาเล่นบนป้ายข้างทาง เช่น 

“GOING FASTER WILL SEE DISASTER” (ขับเร็วขึ้น จะเจอกับหายนะ) 

หรือ “ON THE BEND, GO SLOW FRIEND”  (ถึงโค้งแล้ว ช้าหน่อยเพื่อน) 

คำเตือนเหล่านี้อาจดูแข็งทื่อสุด ๆ โดยเฉพาะตอนที่ผู้เขียนป้ายมองเห็นมุมของจุดจบการเดินทาง เช่น 

“LIFE IS A JOURNEY, COMPLETE IT” (ชีวิตคือการเดินทาง ใช้ให้คุ้ม) หรือ 

“TIME IS MONEY, BUT LIFE IS PRECIOUS” (เวลาเป็นเงิน แต่ชีวิตเป็นของมีค่า) 

จึงไม่ต้องสงสัยเลยหากผู้ขับขี่เดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัย

แม้แต่สำนวนที่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ อย่างคำว่า “DON'T HURRY, BE COOL, SINCE HEAVEN IS ALREADY FULL” (อย่ารีบร้อน ใจเย็นไว้ สวรรค์เต็มแล้ว) ทว่าใจความกลับชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว

โปรเจกต์ ดันตัก ยังมีความโรแมนติกอยู่ด้วย โดยย้ำเตือนผู้ขับขี่ที่เป็นคู่รัก เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขายังเชื่อมั่นต่อการจำกัดความเร็ว เช่น 

“IF YOU ARE MARRIED DIVORCE SPEED” (หากคุณแต่งงานแล้ว ให้เลิกขับรถเร็ว) เหมือนเป็นการเตือนสติคนใช้รถว่าถ้าแต่งงานแล้วก็ควรนึกถึงความปลอดภัยในการขับขี่และคนที่รออยู่ข้างหลัง

ป้ายต่อไปนี้ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอันห่างไกล สร้างอารมณ์ขันให้กับผู้ที่สัญจรผ่านมาได้อย่างดี เพราะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ความล่าช้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากทำให้โดยสารถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ เช่น

“BE MR LATE NOT LATE MR” (จงเป็นคนที่มาสาย ไม่ใช่คนที่เสียชีวิตไปแล้ว) และ “BE MY GENTLE ON MY CURVES” (จงอ่อนโยนกับทางโค้ง)

ถนนจากกรุงทิมพูไปยังเมืองหลวงเก่า “พูนาคา” ตัดผ่านจุดพักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ โดชูล่า ซึ่งเป็นจุดที่อุทยานแห่งชาติจิกมี ซิงเย วังชุกบรรจบกับขอบฟ้า แต่สิ่งผู้ขับขี่ชาวภูฏานรู้กันคือ 

“MOUNTAINS ARE PLEASURE ONLY IF YOU DRIVE WITH LEISURE" (ภูเขาคือสถานที่น่าอภิรมย์หากคุณขับอย่างสบายๆ)

ไม่เพียงแต่เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนที่ป้ายต้องการสื่อ สิ่งแวดล้อมที่สะอาดนับเป็นความสุขอย่างหนึ่งของภูฏาน 

“DON'T LITTER, IT WILL MAKE YOUR LIFE BITTER” (โปรดอย่าทิ้งขยะ เดี๋ยวชีวิตคุณจะอับเฉา) 

แม้แต่เส้นทางที่เงียบสงบยังแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในการก่อสร้างถนน อย่างคำกล่าวที่ว่า 

“SMOOTH ROAD FOR YOUR SMOOTH RIDE” (ถนนที่ราบรื่น เพื่อการขับขี่ที่ราบรื่นเช่นกัน)

เป็นเวลาหลายหลายปีที่องค์การถนนชายแดน (บีอาร์โอ) ได้ก่อสร้างและบำรุงถนนหลายสายในประเทศเพื่อนบ้านของอินเดีย ซึ่งรวมถึงอัฟกานิสถาน เมียนมา และศรีลังกา ปัจจุบันพวกเขาต้องจ้างแรงงานท้องถิ่นจำนวนมาก โดยในอดีต ชาวอินเดียไม่น้อยต้องตรากตรำทำงานอันตราย แต่ความสามารถในการสร้างอารมณ์ขันท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน เป็นที่เห็นชัดเจนตามป้ายข้างทางที่สะดุดตาและพันธกิจที่ว่า

“อย่าปล่อยให้เราลืมไปว่า ถนนที่แสนคดเคี้ยวไม่เพียงเกิดจากซีเมนต์และคอนกรีตเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเลือดเนื้อของผู้คนจากองค์การถนนชายแดนของอินเดียด้วย พวกเขาต้องเสียชีวิตในหน้าที่จากโครงการนี้ สำหรับคนหล่านี้ที่มักจะเล่นตลกกับอันตรายและหัวเราะต่อความตาย หน้าที่ต้องมาก่อน”

นับเป็นความเสียสละที่ชาวภูฏานยังคงให้เกียรติกว่าครึ่งศตวรรษสืบมา มากกว่ารอยยิ้มที่มอบให้กันระหว่างทาง