‘DEE HUP HOUSE’ ส่ง ‘ซีรีส์วายแนวตั้ง’ 3 เรื่อง ยืนยันแม้จะสั้นแต่คุณภาพไม่ลดลง

‘DEE HUP HOUSE’ ส่ง ‘ซีรีส์วายแนวตั้ง’ 3 เรื่อง ยืนยันแม้จะสั้นแต่คุณภาพไม่ลดลง

“DEE HUP HOUSE” เปิดโปรเจ็กต์ซีรีส์วายแนวตั้ง 3 เรื่องรวดเป็นของขวัญปีใหม่ “บอส-ตี๋” การันตีคุณภาพงานกระชับแต่เข้มข้น

บริษัท Dee Hup House (ดี ฮัพ เฮ้าส์ จำกัด) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการซีรีส์ด้วยการส่งโปรเจ็กต์ “ซีรีส์แนวตั้ง” (Vertical Series) 3 เรื่อง 3 รส 3 คู่นักแสดง 3 ผู้กำกับ ได้แก่ “SCREEN TOGETHER ดูหนังคนเดียวกับคุณ”, “LOVE TRUCK รักสองแถว” และ “INFLULOVER ไลฟ์ดีนัก รักดีมั้ย” ให้เป็นของขวัญปีใหม่ของผู้ชม ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมนี้ เป็นต้นไป ทาง YouTube และ TikTok ของ DEE HUP HOUSE 

เริ่มต้นด้วย “SCREEN TOGETHER ดูหนังคนเดียวกับคุณ” (เริ่ม 12 ม.ค.) ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ในโรงหนัง นำแสดงโดย SUNN (Cong Duong) นักแสดงหนุ่มจากเวียดนาม และ กรีน-พงศธร ซึ่งเน้นมวลความประหม่าและความละมุนของคนที่ตกหลุมรักกัน

ต่อด้วย “LOVE TRUCK รักสองแถว” (เริ่ม 19 ม.ค.) เน้นความน่ารักกุ๊กกิ๊ก เล่าเรื่องราวพบรักแรกพบแบบไม่ทันตั้งตัวบนรถประจำทางจากคำทำนายของ AI นำแสดงโดย ตี๋-บุญยเกียรติ และ เฮง-ทัตพงศ์ 

และปิดท้ายด้วย “INFLULOVER ไลฟ์ดีนัก รักดีมั้ย” (เริ่ม 26 ม.ค.) เรื่องราวความสดใสขี้เล่นของคนต่างขั้วระหว่าง ไกด์-กันตพล และ เดช-ณรงค์เดช ที่ความสัมพันธ์ต้องมาลุ้นกันผ่านหน้าจอไลฟ์ 

‘DEE HUP HOUSE’ ส่ง ‘ซีรีส์วายแนวตั้ง’ 3 เรื่อง ยืนยันแม้จะสั้นแต่คุณภาพไม่ลดลง

การก้าวเข้าสู่ตลาดซีรีส์แนวตั้งในครั้งนี้ บอส-อนุสรณ์ ลิ้มประเสริฐ ผู้จัด และ ตี๋-บัณฑิต สินธนภารดี ผู้ควบคุมการผลิต ได้เปิดเผยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยบอส อนุสรณ์ระบุว่า แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไปแต่จุดแข็งเรื่องเนื้อเรื่องที่สนุกและเคมีของนักแสดงยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เพียงแต่ซีรีส์แนวตั้งจะเน้นความกระชับและรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อยุคสมัยที่ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปเร็วมาก 

สอดคล้องกับมุมมองของ ตี๋ บัณฑิต ที่เสริมว่าปัจจุบันพฤติกรรมผู้คนอยู่กับหน้าจอมือถือและชอบคอนเทนต์ที่ดูจบได้ในเวลาสั้น ๆ ทางค่ายจึงต้องการทดลองทำสิ่งใหม่เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ โดยยังคงรักษาคุณภาพของชิ้นงานไว้เป็นอันดับแรก

พล็อตเรื่องทั้งหมดถูกออกแบบมาให้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถเมล์หรือการอยู่กับรูมเมต เพื่อให้ผู้ชมอินกับเนื้อหาได้ง่ายที่สุด อีกทั้งยังเป็นการท้าทายฝีมือทีมงานในการเล่าเรื่องให้รู้เรื่องในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะการสื่อสารเคมีนักแสดงออกมาในพื้นที่จำกัดของหน้าจอแนวตั้งถือเป็นโจทย์ที่หินมาก แต่ทั้งบอสและตี๋ก็ประทับใจในความเป็นมืออาชีพของนักแสดงที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ซีรีส์ทั้ง 3 เรื่องใส่เรื่อง “จังหวะเวลาของชีวิต” ซึ่งอยากสะท้อนให้เห็นว่าความรักหรือโอกาสดี ๆ มักจะเข้ามาในจังหวะที่เราไม่คาดคิดเสมอ ในความธรรมดาของชีวิตประจำวัน หรือในเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่เราได้เจอใครสักคน ให้ได้เห็นถึงความสุขในสิ่งรอบตัว และแสดงให้เห็นว่าคุณภาพของงานไม่ได้ลดทอนลงตามขนาดของหน้าจอหรือความยาวของซีรีส์