ดราม่า บาดลึก! "เมียซิโก้" โต้กลับ ยกตัวอย่าง "คนดำนา" และ "คนถือปืนลงสนามรบ"
อัสราภา เสนาเมือง ภรรยาของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โค้ชทีมชาติไทย ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพผ่านอินสตาแรม @plethailand (8ต.ค.) ระบุว่า หาที่ว่างๆ หาเมล็ดพันธุ์ เตรียมแรงเตรียมดินเตรียมน้ำ หว่านเมล็ดพันธุ์ ดำนา ดูแลให้ปุ๋ยให้น้ำ เก็บเกี่ยวตามฤดู .. นี่แหละวิถีของคนเป็นชาวนา สำหรับคนทำนา เมล็ดพันธุ์ คือสิ่งที่มีค่า ทุกเมล็ดถูกหว่านออกจากกำมือ .. ทุกเมล็ด "คือหัวใจ" ถ้าใครเค้าบอกว่าข้าวมันนิ่มไป ข้าวมันแข็งไป กินแล้วชอบหรือกินแล้วไม่อร่อย แนะนำว่าเข้า supermarket แล้วก็หาซื้อข้าวถุงได้ตามชอบ ง่ายและสบายกว่าเยอะค่ะ เพราะอย่างไรซะ คุณก็ไม่ใช่ "คนดำนา"
ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น (7ต.ค.) ระบุว่า คนที่เดินถือปืนลงไปในสนามรบ ไม่ใช่ต้องการแค่-มีใจ-แต่มันต้องมีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ มีความอดทน อะไรต่างๆมากมาย ผิดกับคนที่นอนหลบอยู่ในบ้านรอเสียงปืนสงบลง แล้วค่อเปิดหน้าต่างออกมาดู แล้วจับกลุ่มสนทนากัน. อยากบอกพ่อว่า "ไม่มีใครที่เดินทางมาไกลขนาดนี้ เพื่อล้มเหลว" สักวัน คนก็คงลืมว่า พ่อเคยพาทีมผ่านเข้ารอบที่ 3 นี้มา..
สักวัน คนก็คงจะลืมไปเช่นกันว่า พ่อเคยทำให้เค้ากระโดดกอดกัน ดีใจจนน้ำตาไหลตอนได้แชมป์ซูซูกิ
สักวัน คนก็คงจะลืมไปด้วยว่า พ่อ เคยเป็นโค้ชทีมชาติไทย
แต่อยากบอกพ่ออีกครั้งนะ .. ว่า..
แม่จะไม่มีทางลืม วันที่ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ แล้วพ่อเก็บตัวอยู่ แล้วพ่อโทรมาถามอาการลูกทุกวัน
แม่จะไม่มีทางลืม วันที่ลูกได้รับรางวัล แล้วพ่อเก็บตัวอยู่ และพ่อก็บอกว่าพ่อขอโทษที่ไม่ได้ไป
แม่จะไม่มีทางลืม วันที่ลูกเปิดเทอมมัธยมวันแรก และพ่อก็เก็บตัวอยู่ ลูกบอกว่าอยากให้พ่อไปส่งที่โรงเรียน และพ่อก็บอกว่า พ่อขอทำเพื่อชาติก่อนนะลูก
แม่จะไม่มีวันลืม ภาพที่เห็นจนชินตา ว่าถ้ามีแฟนบอลแม้คนเดีวที่ยืนรอพ่ออยู่ พ่อก็จะเดินเข้าไปหา หรือยิ้มให้เค้าเสมอ
แม่จะไม่มีทางลืม วันที่แม่ถามพ่อว่า "พ่ออยากเป็นโค้ชทีมชาติไทยเหรอ" และพ่อก็บอกแม่ว่า "พ่ออยากเข้ามา เพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน" ขอบคุณที่พ่ออนุญาติให้แม่และลูกๆ เดินตามหลังพ่อ เพื่อเป็นเศษเสี้ยวของสิ่งที่พ่อทำ มันทำให้แม่เห็นว่า คุณค่าของตัวเราอยู่ที่ตรงไหน .. ขอบคุณนะ
(ขอบคุณภาพและข้อมูลIG@plethailand)





