Gen Y กำลังสร้างหนี้…ปรากฏการณ์นี้แปลกจริงหรือ
“ณัฐพงศ์” อายุ 31 ปี พนักงานบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง เป็นหนี้ 1.7 ล้านบาท เพราะเพิ่งซื้อคอนโดละแวกอ่อนนุช โดยใช้สิทธิ์สวัสดิการบริษัทที่ทำร่วมกับธนาคารเมื่อกลางปีก่อน
“เขต” อายุ 33 ปี กำลังวางแผนแต่งงาน เขากำลังมองบ้านทาวน์เฮาส์ชานเมืองที่พอจะมีอนาคตกับระบบขนส่งมวลชน คิดจะกู้เงินร่วมกันแฟนสาว...จ่ายเงินดาวน์จำนวนหนึ่ง แล้วค่อยผ่อนต่อ
ส่วน “หยก” กับ “ตูน” อายุ 25 ปี ยังไม่มีหนี้สินกับสถาบันการเงินใด มีเพียงคำสัญญากับพ่อที่ตกลงจะผ่อนจ่ายค่าโทรศัพท์เครื่องใหม่หลังรูดบัตรเครดิตจ่ายไปก่อนหน้า
ลูกหนี้เจนวาย
ระหว่างที่คนเจนเนอเรชั่นวาย (เกิดปี 2523-2540) ดำเนินชีวิตไปตามรูปแบบธรรมดาๆ ทั้ง เรียน ทำงาน กินข้าวนอกบ้าน นั่งร้านกาแฟ เดินตลาดนัด ฯลฯ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ได้เปิดเผยข้อมูลโดยพิจารณาฐานข้อมูลบัญชีสินเชื่อในระบบที่มีสมาชิกทั้งสิ้น 93 แห่ง ทั้งสถาบันการเงินที่รับฝากเงิน และสถาบันการเงินไม่รับฝากเงิน ณ สิ้นเดือน ส.ค. ซึ่งมีสินเชื่อทั้งสิ้น 92.50 ล้านบัญชี ทั้งนี้พบว่า กลุ่มคนเจนวาย อายุ 19-36 ปี (เกิดปี 2523-2540) เป็นกลุ่มที่มีการขอสินเชื่อรายใหม่เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล
“ในกลุ่มสินเชื่อบ้านนั้น แต่ละปีจะมีบัญชีลูกค้าใหม่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 3 แสนบัญชี และครึ่งแรกในปีนี้ พบลูกค้าใหม่ 1.6 แสนบัญชี ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเป็นการกู้ของลูกค้าเจนวายถึง 50% เพิ่มขึ้นจาก 46% และ 40% จากปี 2558 และปี 2557 ตามลำดับ”
“ส่วนกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีบัญชีใหม่ 6.3 แสนบัญชี เป็นลูกค้าเจนวาย 43% เพิ่มขึ้นจาก 2 ปีก่อน คือ 41% และ 38% ตามลำดับ ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตมีลูกค้าใหม่ 1 ล้านบัญชีนี้ พบว่าเป็นกลุ่มเจนวายถึง 53% เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปีที่ผ่านมา” ข้อมูลระบุ ประหนึ่งว่าคนเจนวาย กำลังเป็นกลุ่มสร้างหนี้และพึงระวังหนี้เสียในสินเชื่อทุกประเภท
มันจะเป็นเพราะชั้นเชิงการขาย โปรโมชั่น หรือความต้องการเชิงปัจเจกที่ทำให้ตัวเลขหนี้พุ่งสูงขึ้นก็มิอาจทราบได้
“ไพโรจน์” (สงวนนามสกุล) ที่ปรึกษาสายด่วนชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ความเห็นอีกด้านหนึ่งว่า จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ พบว่า เจนวายกำลังประสบปัญหาด้านการเงินเพิ่มสูงขึ้นจริงๆ โดยเฉลี่ยจะมีการโทรเข้ามาสัปดาห์ละ 5-10 ราย
“สาเหตุส่วนใหญ่ที่เก็บข้อมูลมานั้น มาจากการไม่มีวินัยและไม่มีความรู้ด้านการเงิน มีพฤติกรรมใช้เงินในลักษณะใช้ก่อน-จ่ายทีหลัง มีบัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด มากกว่า 3-4 ใบ ทำให้ไม่สามารถบริหารหนี้ได้ เอาตัวรอดเพียงการจ่ายเงินขั้นต่ำตามวงเงินในแต่ละเดือน” อาสาสมัครสายด่วนชมรมหนี้ให้ความเห็น
กลายเป็นว่า กลุ่มคนเจนวายที่กำลังเติบโตขึ้นอยู่ในวัยที่มีภาระต้องใช้จ่าย ในขณะเดียวกัน คนกลุ่มนี้กลับไม่มีประสบการณ์ทางการเงิน ขาดการวางแผนใช้เงิน คิดว่าตนเองสามารถบริหารหนี้ได้ แต่ความเป็นจริงมีหลายรายที่กลับทำสิ่งตรงกันข้าม
“เขาไม่รู้เลยว่า เงินเดือนออกมาต้องวางแผนอะไรบ้าง คิดว่า บัตรเครดิตเหมือนบัตรเอทีเอ็ม ใช้ก่อน-ค่อยหามาจ่ายทีหลัง ทั้งที่มีการเสียดอกเบี้ยถึงร้อยละ 20 ในกรณีที่จ่ายไม่เต็มจำนวน หรือบัตรกดเงินสดก็จะมีอัตราดอกเบี้ยมากกว่านั้นคือราวๆ 28% กลายเป็นใช้บัตรหนึ่ง เพื่อหาทางปิดอีกบัตรหนึ่ง”
เจนวาย จ่ายง่ายจริงหรือ
ถ้าคนเจนวาย คือ ผู้ที่มีอายุ 19-36 ปี คนวัยนี้จึงครอบคลุมทั้งกลุ่มนักศึกษา (อายุ 19-23ปี) คนเริ่มต้นทำงาน (อายุ 24-29 ปี) ไปจนถึงคนทำงานสักระยะหนึ่งที่กำลังสร้างฐานะครอบครัว (30-36 ปี) ถึงเช่นนั้นสถิติผู้เป็นหนี้ที่สูงขึ้นเชื่อมโยงกับเรื่องเจอเนเรชั่นจริงหรือ ?
รายงานการวิเคราะห์ “Insightกลยุทธ์มัดใจผู้บริโภค Gen Y” ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ อธิบายตอนหนึ่งถึงลักษณะของคนกลุ่มนี้ว่า ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีแนวโน้มว่า จะยังคงมีขนาดใหญ่กว่าเจเนอเรชั่นอื่นๆ ในอนาคตอีกด้วย และถึงแม้จะเทียบกันในช่วงเวลาเกิดกับคนกลุ่มอื่น กลุ่ม Gen Y ก็ยังมีขนาดประชากรใหญ่กว่าเจเนอเรชั่นก่อนหน้าอยู่ดี ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะอัตราการเกิดของประชากรทั่วโลกเริ่มจะชะลอตัวลง ทำให้เจนวายมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้บริโภคกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด
“ในประเทศไทย เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นอื่นๆ คนกลุ่มนี้มักมีรายได้สูงทั้งที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว และมีแนวโน้มที่จะมีอัตราการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อน ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงขนาดและศักยภาพในการใช้จ่ายแล้ว ตลาดบริโภคนี้จึงสำคัญ”
เมื่อมีคนจำนวนมาก-จำนวนการสั่งซื้อก็ยิ่งมาก แต่ก็ไม่ใช่เจนวายทุกคนที่พร้อมจะซื้อและเป็นหนี้เหมือนกันหมด นั่นเพราะคนกลุ่มนี้มีลักษณะการซื้อและความสนใจเฉพาะตัว
ครีเอทีฟระดับซีเนียร์รายหนึ่ง ในวงการเอเยนซีโฆษณา ยืนยันว่า เจนวายชอบอะไรที่เป็นแบบเฉพาะตัว การสื่อสารต้องเป็นไปในลักษณะเฉพาะตัวด้วยเช่นกัน และสำหรับนักโฆษณาแล้ว เขาไม่ใช่มองแค่การเป็นเจนวาย แต่ต้องมองถึงเจนวายที่เป็นนักศึกษา เจนวายนักบิน เจนวายสตาร์ทอัพ แล้วค่อยแยกเรื่องที่จะพูด พร้อมๆ กับเสนอสินค้าและโปรโมชั่น ผ่านมีเดียที่คนกลุ่มนี้ใช้เป็นประจำ
“มันต้องไม่เฟค (Fake) แต่ต้องจริงใจ ใส่ใจ และทำให้เห็นว่าชีวิตเขาจะดีขึ้นอย่างไร หากได้รับบริการนี้ และถ้ายังไม่ซื้อทันที ก็อย่าเพิ่งไปตื๊อ แต่ต้องหาวิธีที่เหมาะสม จนกว่าเขาจะตัดสินใจ” เขายืนยัน
ขณะที่ อนงค์ลักษณ์ ทรงประโคน ผู้ก่อตั้งบริษัท คลิกคอนโด จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ ฉายภาพเจนวายในมุมอสังหาฯ ว่า คนเจนวายมีอัตราการการซื้ออสังหาริมทรัพย์ และยอมเป็นหนี้สูงขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้ซื้อเยอะ ซื้อมาก ในความหมายของการสิ้นเปลือง แต่พวกเขาซื้อเพราะเป็นหนึ่งในแผนการของชีวิตที่อยากจะสร้างอนาคต สร้างครอบครัว มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง
“ไม่ใช่การซื้อเพราะสิ้นเปลือง เหมือนเครื่องประดับ อุปกรณ์ไอที แต่คนอายุประมาณนี้เขาซื้อเพื่อลงหลักปักฐาน ทำงานสักพัก มีความคิดก้าวหน้า เขาก็อยากสร้างหลักฐานเร็วๆ อยากยืนด้วยตัวเองเร็วๆ ส่วนถ้าเป็นพวกเก็งกำไรจะมีเจนวายเป็นส่วนน้อยมาก อาจจะเป็นคนที่อายุ 35 ขึ้นไป ที่พอมีความพร้อมด้านเศรษฐกิจ” ตัวแทนอสังหาฯ กล่าว
เรื่องเจนวาย โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนเจนวาย กลายเป็นประเด็นทางสังคม เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็โดนจับตามองในมิติอื่นๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีอัตราการแต่งงานต่ำ เปลี่ยนงานบ่อย มีความเป็นตัวเองสูง จนอาจสร้างความหนักใจให้กับคนเจนก่อนหน้าที่มีความสัมพันธ์กันทั้งในรูปแบบของสมาชิกในครอบครัวหรือหัวหน้างาน
ศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สถาบันประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งศึกษาวิจัยพฤติกรรมของกลุ่มเจนวายมาโดยตลอด บอกว่า คนเจนวายมีลักษณะเช่นนั้นจริงๆ แต่ไม่ใช่ความผิดที่ต้องโทษใคร และถ้าปัญหาอยู่ตรงไหนก็ไปแก้ตรงนั้นจะดีกว่าที่จะมาโทษว่าเป็นเพราะช่วงวัย
“ถ้าคนรุ่นก่อนมีความคิดจะทำงานแล้วซื้อบ้านค่อยซื้อรถ แต่ถ้าเป็นคนเจนวายเขาคิดจะทำพร้อมๆ กัน เพราะเขาคิดว่ามันจำเป็น คุ้มค่า และเป็นการแสดงถึงความอยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตเร็วๆ”
ความต้องการมีมาก..คงไม่เถียง แต่อีกด้านหนึ่งการศึกษาและเทคโนโลยีก็ช่วยให้คนกลุ่มนี้มีการศึกษาสูงเช่นกัน ข้อมูลทางวิชาการบอกไว้ว่าคนเจนวายมีรายได้มากกว่าคนรุ่นเดิม บางคนมีเงินเดือนประจำ บางคนเป็นฟรีแลนซ์ อีกไม่น้อยทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดมันเป็นตัวแปรสำคัญที่จะยกฐานะของประเทศให้สูงขึ้น จากรายได้ปานกลางระดับล่างสู่ปานกลางระดับสูง และทำให้ชนชั้นกลางในประเทศมีจำนวนมากขึ้น
“พวกเขาคาดหวังชีวิตไว้สูง และไม่ใช่แค่ทำงาน และกลับบ้าน แต่เขาคิดถึงการมีชีวิตที่สมดุล ระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว เขาไม่ต้องรอถึงเกษียณแล้วไปต่างประเทศ แต่คนกลุ่มนี้มองเรื่องการใช้ชีวิตตั้งแต่ช่วงนี้เลยด้วยซ้ำ”ศ.ดร.ภูเบศร์ นักวิจัยที่ศึกษาประชากรเจนวายบอก และว่า เมื่อฐานตลาดมีพฤติกรรมดังกล่าว จึงเป็นเรื่องธรรมดาของบรรดาธุรกิจ รวมถึงบริษัทสินเชื่อที่พร้อมจะกระโจนเข้ามาจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ โดยที่บางครั้งแทบไม่ได้มองถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนชำระด้วยซ้ำ
“เขามาตั้งบูธที่ด้านล่างออฟฟิศเลยครับ บอกว่าไม่ต้องใช้หลักฐานอะไรมาก แค่บัตรประชาชนกับมีสลิปเงินเดือนย้อนหลัง3-4เดือน ไม่เกิน1สัปดาห์เขาก็อนุมัติและส่งบัตรมาให้ถึงบ้าน” เจนวายรายหนึ่ง ซึ่งเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน เล่าถึงประสบการณ์ทำบัตรเครดิตใบแรกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาจะใช้บัตรนี้ไปกับอะไรบ้าง!





