วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จากคลองเตยไปคอนเสิร์ต ถึงเวลาตัวโน้ตระดมทุน

อีกโมเดลของการทำคราวด์ฟันดิ้งในไทย ที่ส่งให้วงดนตรีเยาวชนจากคลองเตยได้ปล่อยของบนเวทีสมใจ

การแสดงที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ จะถูกเริ่มที่เพลง Andante festivo ของ sibelius จากนั้นจะต่อด้วย Brandenburg concerto ใน2 Movement

ส่วนเพลงไทย ผู้จัดการวง “อิมมานูเอลออเคสตรา” บอกว่า ได้เลือกเพลงที่คนฟังดนตรีคลาสสิกรู้จักดีอย่าง “เขมรไทรโยค” และ “ค้างคาวกินกล้วย” 

จากนั้นจะเป็นช่วงพักเบรก เพราะการแสดงครึ่งแรกจะมี 4 เพลง

“แล้วจะเล่นเพลงอะไรต่อ” เราถาม

เขาแสดงท่าทางเลี่ยงตอบ จากที่คาดหวังจะได้ยินชื่อเพลงจึงได้กลับเพียงรอยยิ้ม... ก่อนจะทิ้งท้ายให้เข้าใจกันว่า รอดูของจริงดีกว่า ขณะนี้พร้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว อีกไม่นานจะสมบูรณ์กว่านี้… เชื่อสิ!

“เออ…แล้วจะรอดู” คือเสียงที่อยู่ในใจ

 

จากคลองเตยไปคอนเสิร์ต

ราวกันยายนที่ผ่านมา asiola ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิ้ง (crowdfunding) บนโลกออนไลน์ ได้แชร์โปรเจคการระดมทุนที่ชื่อ “From Klongtoey to Concert Hall” (จากคลองเคยสู่คอนเสิร์ตฮอลล์) ในหน้าเว็บ

เนื้อหาโปรเจคว่าด้วยการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มนักดนตรีคลาสสิค ในชื่อวง “อิมมานูเอลออเคสตรา” ซึ่งนักดนตรีส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนจากย่านชุมชนคลองเตย ชุมชนที่ว่ากันว่าแออัดที่สุดแห่งหนึ่งในกลางกรุงเทพฯ

สมาชิกวงดนตรีที่ว่านี้ต้องการเงินจำนวน 50,000 บาทเพื่อใช้ประกอบการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ ที่พวกเขาจัดขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และในปีนี้การแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม ที่คริสตจักรไคร้สตเชิช เขตบางรัก กรุงเทพฯ

“เด็กกลุ่มนี้มีความสามารถมากแต่พวกเขาขาดแค่เพียงโอกาส” ส่วนหนึ่งของแคมเปญบอกและว่า โรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล (Immanuel Music School) เป็นแหล่งบ่มเพาะทักษะทางดนตรีของเด็กในชุมชน จัดตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์ให้เด็กได้ใช้โอกาสและเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และไม่มั่วสุมกับยาเสพติดหรืออาชญากรรม

เป้าหมายการระดมทุนอยู่ที่ 50,000 บาท มีกำหนดเวลา 3 เดือน โดยทุนสนับสนุนจะถูกนำไปใช้จัดการในทุกขั้นตอนของการจัดคอนเสิร์ตซึ่งมีรายละเอียด ประกอบไปด้วย ค่าจัดงาน 20,000 บาท (ค่าเช่าสถานที่และเก้าอี้, ค่าอาหาร, ค่าจัดระบบไฟ, ค่าขนส่ง, ค่าใช้จ่ายในการจัดการอื่นๆ) ค่าอุปกรณ์ 20,000 บาท (ค่าเช่าเครื่องดนตรีและชุดใส่แสดง, ค่าขนส่งเครื่องดนตรี) ที่เหลือคือค่าการประชาสัมพันธ์ และค่าอำนวยความสะดวกอื่นๆอีก 10,000 บาท

"บัตรชมคอนเสิร์ตราคา 500 บาทและสิทธิพิเศษในการรับชมกิจกรรมของวง คือของขวัญตอบแทนสำหรับผู้ร่วมระดมทุน ขอเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญนี้ มาร่วมกันทำให้ฝันของเด็กๆ เหล่านี้เป็นจริง” ข้อมูลท้ายแคมเปญ ระบุกติกาของการ “รับ” และ“ให้” แบบคราวด์ฟันดิ้งบอกทิ้งท้าย

 

ระดมทุน แชร์ความฝัน

จากวันเริ่มต้นจนผ่านไปไม่ครบเดือนดี ใครจะคิดว่า ถึงวันนี้ (26 ก.ย.) “From Klongtoey to Concert Hall” ได้รับผลดีกว่าที่คาด

พวกเขาได้รับแจ้งว่า มีผู้ให้ความสนใจ และร่วมออกค่าใช้จ่ายมากกว่า 65 คน รวมเป็นเงินกว่า 94,500 บาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย ในตอนแรกเกือบ 2 เท่า

เป็นที่มาของการช่วยเหลือในระดับที่สูงขึ้นไปอีก และกลายเป็นเป้าหมายพิเศษของการระดมทุน นั่นคือการซื้อเครื่องดนตรีคลาสสิคให้กับโรงเรียน อาทิ เชลโล ดับเบิลเบส รวมถึงค่าจ้างครูสอนดนตรีให้มากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มเติมจากครูซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร ซึ่งทั้งหมดจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับระดมทุน

วรินทร์ อาจวิไล (ครูกล้วย) ครูสอนดนตรีที่โรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล บอกว่า กระแสการตอบรับที่ให้การสนับสนุนคือเรื่องที่น่าดีใจ แต่ที่น่ายินดีไปกว่านั้น คือ การที่สังคมเชื่อมั่นว่า นักดนตรีตัวเล็กๆ จากย่านชุมชนแออันแห่งนี้สามารถก่อร่างสร้างฝันให้เป็นจริงขึ้นได้จริงๆ

“เราเป็นโรงเรียนดนตรีในชุมชน ที่เปิดโอกาสให้เด็กเข้ามาร่วมฝึกซ้อม โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายซึ่งเยาวชนที่เข้ามาฝึกซ้อม มีตั้งแต่อายุ 8-20 ปีทั้งจากสถานรับเลี้ยงเด็กอิมมานูเอล ,คริสตจักรอิมมานูเอล ลูเธอร์แรน, คริสตจักรสำโรง ลูเธอร์แรน รวมถึงเด็กในชุมชนใกล้เคียง ที่ใครๆ มองกันว่า สุ่มเสี่ยงต่อการติดยาเสพติด หรือเจอปัญหาสังคมอื่นๆ อย่างชุมชนบ้านกล้วย และชุมชนน้องใหม่ที่อยู่ติดคลอง”

นอกจากสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คือ วันอาทิตย์ที่เด็กในโรงเรียนดนตรีจะได้แสดงความสามารถหลังพิธีนมัสการตามหลักศาสนาคริสต์แล้ว ทุกคนมองกันว่า ควรจะมีการจัดการแสดงเพื่อสร้างประสบการณ์ จึงเป็นที่มาการจัดคอนเสิร์ตใหญ่เป็นประจำทุกปี

“เราพยายามจะออกงานสัก 3-4 ครั้งต่อปี แต่ที่ผ่านมา ค่าเช่าสถานที่แพงมาก แม้เจ้าของสถานที่จะลดให้แล้ว แต่ก็ยังเป็นหลักหมื่นอยู่ดี ถ้าจะเข้าไปซ้อมและวางอุปกรณ์ อาจจะล่วงหน้าได้เพียง 1 วัน แถมยังเปิด-ปิดแอร์เป็นเวลาอีก นี่ยังไม่นับค่าเช่าอุปกรณ์ที่ต้องเผื่อไว้” ครูกล้วย อธิบายที่มาของการระดมทุนที่กำลังสานฝันของเด็กเหล่านี้ให้เป็นจริง

มันเรียกกำลังใจ และแรงฮึด ให้กับทั้งคนทำและผู้สังเกตการณ์ได้เป็นอย่างดี เพราะอย่างน้อยๆ สำหรับตัวครูหนุ่มที่เพิ่งจบปริญญาตรีได้ไม่นานมานี้ ในอดีตเขาเองก็เป็นเด็กในชุมชนที่ได้รับโอกาสดีๆ จากการเล่นดนตรี จนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรีแล้วกลับมาเป็นครูสอนดนตรีที่โรงเรียนเดิม

ขณะที่ สุภาวดี ทัพรัตน์ อายุ 16 ปีเยาวชนในชุมชนย่านคลองเตยซึ่งกำลังตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นแสดงอีกครั้ง บอกว่า แม้จะชอบการฝึกซ้อมดนตรีมากเพียงใด แต่การเรียนกับสถาบันเอกชน กระทั่งการซื้อเครื่องดนตรีมาซ้อมเองแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย นั่นเพราะอุปกรณ์มีราคาค่อนข้างสูง เธอจึงอาศัยโรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล ฝึกซ้อมมาโดยตลอด 4 ปีที่เริ่มรู้จักดนตรีคลาสสิก

"บางทีถ้าเบื่อกับคนที่โรงเรียน ก็จะใช้เวลาหลบมาเล่นดนตรีผ่อนคลายสมอง และถ้าเปรียบเทียบระหว่างแค่การซ้อมกับการได้ขึ้นแสดงจริงๆ การได้ขึ้นแสดงต้องดีกว่าอยู่แล้ว มันจะช่วยให้เราจัดการความตื่นเต้น กลัวน้อยลง ทำให้เราเล่นดีขึ้น” สุภาวดี ซึ่งกำลังซ้อมดนตรีอย่างหนักบอก

ไม่ต่างอะไรกับ ณรงค์เทพ สมพร อายุ 20ปี ซึ่งมีพื้นเพมาจาก จ.บุรีรัมย์ ที่ตั้งใจจะมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ โดยจะใช้ทักษะด้านดนตรีเพื่อสมัครโควตาเรียนฟรี เขาบอกว่า การย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในโบสถ์และโรงเรียนดนตรีทำให้ได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และฝีมือของตนพัฒนาไปกว่าเมื่อก่อนมากอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งหมดมันทำให้บรรยากาศบนชั้นสองของคริสตจักรอิมมานูเอลฯ ช่วงสี่ถึงห้าโมงเย็นของวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งเป็นเวลานัดแนะของสมาชิกในวงฯ คึกคักไปด้วยพลังของความสนุกสนานของเยาวชน โดยไม่ลืมจะพ่วงความนุ่มนวลแบบจังหวะดนตรีคลาสสิก เปรียบเป็นท่วงทำนองของความฝันที่ค่อยๆ ก่อร่างขึ้น

 

คราวน์ฟันดิ้งดนตรีไทย

ถึงจะยังไม่เป็นที่นิยมกันมากนักในประเทศไทย แต่รู้กันดีว่า คราวด์ฟันดิ้งกำลังจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนที่มีไอเดีย นำไปสร้างสรรค์ผลงาน หรือผลิตภัณฑ์ดี ๆ เช่นเดียวกับที่มันยังเอื้อประโยชน์กับกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม

มโนมัย มโนภาพ นักวิจารณ์ดนตรี บอกว่า การทำคราวน์ฟันดิ้งมีมานานแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากโลกอินเทอร์เน็ตเบ่งบาน มีคนสร้างเว็บไซต์เพื่อเปิดพื้นที่ให้แก่โครงการต่างๆ ช่วยนักกิจกรรมหรือศิลปิน ระดมทุน โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป เช่นwww.kickstarter.com

“แทนที่จะหอบโปรเจคไปเสนออาเฮีย หรืออากู๋ ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเงินๆ ทองๆ กำไรขาดทุน กระบวนการคราวด์ฟันดิ้ง ก็คือการหอบโปรเจค มาเสนอให้แก่สาธารณชน โดยมีจุดชี้วัดความสำเร็จว่า มีคนสนใจสนับสนุนแค่ไหน และผู้นำเสนอโปรเจคสามารถบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่”

“ถ้าเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้เกิดประโยชน์สาธารณะ และการเปิดโอกาสให้ศิลปินกล้าทดลองอะไรใหม่ๆ ก็จะมีผู้สนับสนุนมาก บางกรณีอาจจะเป็นการกุศล เช่น คอนเสิร์ตช่วยตอนเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่ต้องมีการระดมทุน” มโนมัย บอก

โครงการที่ระดมทุนนี้ไม่ใช่แค่การให้เปล่า แต่คนทำโครงการจะมีสิ่งตอบแทนให้กับผู้ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นบัตรคอนเสิร์ต หรือ ของที่ระลึกที่ทำมาเฉพาะ บางโครงการจะมีการแบ่งผลกำไรด้วย แต่ถึงเช่นนั้น ก็ไม่ใช่ทุกโครงการจะประสบความสำเร็จเพราะคนที่ช่วยระดมทุนเงินต้องดูเรื่องความน่าเชื่อถือ ความเอาจริงเอาจังไปพร้อมๆ กันด้วย

คราวด์ฟันดิ้งจึงไม่ใช่งานหมูๆ เพราะต้องมีจุดเรียกความสนใจจริงๆ แต่ในเวลาเดียวกันนี้ มันได้กลายเป็นเรื่องท้าทายให้ “คนมีของ” ได้กล้านำเสนอโปรเจคกึ่งทดลองใหม่ๆ เพื่อเคลื่อนวงการให้เดินหน้าไปไกลกว่าที่เคย

อย่างน้อยๆ วงดนตรีคลาสสิกของคนตัวเล็กๆ ในย่านคลองเตย ก็พอจะเห็นทางออกในเรื่องเงินทุนที่เป็นปัญหาหนักอกมาโดยตลอด