รมต.ท่องเที่ยวฯ "กอบกาญจน์" เปิดตัวโครงการ "ท่องเที่ยวปลอดภัย"
ภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยวระดมเครือข่าย เปิดตัวโครงการสร้างความเชื่อมั่น ด้านการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
วันที่ 10 ก.ย.59 ที่ห้องประชุมดวงชนก โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์สปา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิด “โครงการสร้างความเชื่อมั่น ด้านการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยวด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดยมีนางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธร ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว ผู้นำชุมชน ภาคประชาชน นักศึกษาและอาสาสมัครชาวต่างชาติ เข้าร่วม 1,000 คน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวถึงที่มาของการจัดทำโครงการดังกล่าวว่า กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานที่ให้บริการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวยังประสบกับปัญหาในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบูรณาการร่วมกับตำรวจหน่วยอื่นๆ ในพื้นที่ในการรักษาความปลอดภัยและการให้บริการนักท่องเที่ยวให้เกิดประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอำนวยความสะดวก และให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยว และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้กิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวด้านความปลอดภัย
ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งที่ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการตามโครงการฯ ซึ่งนโยบายด้านการท่องเที่ยวมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวประเทศไทยสู่ความมั่งคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยการทำให้ประเทศไทยเป็นQuality Leisure Destinationประกอบกับเป็นปีที่ประเทศไทยเข้าสู่อาเวียนอย่างสมแบบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นสาขาที่อาเซียนให้ความสนใจในลำดับต้นๆ และตั่งเป้าที่จะเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน โดยมุ่งทำงานเชิงรุกตลอดจนการให้ภาคเอกชน และอาสาสมัครเข้ามามีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อมาเป็นแนวร่วมภาคประชาชน และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต้องการการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างยั่งยืน และมีคุณภาพ หนึ่งในนั้นคือ ความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก จากเหตุการณ์ที่เกิดในประเทศไทย ซึ่งเราก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่เกิดเหตุขึ้นเราก็จะมีการศึกษาและนำมาเป็นบทเรียน ทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ซึ่งการจัดทำโครงการนี้ ถือเป็นอีกมิติที่มีการประสานงานกันอย่างดี ในการมารวมตัวกัน เพราะต้องยอมรับว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้เรามีใจร่วมกันมากขึ้น มีความรักและสามัคคีมากขึ้น และจะได้มาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสร้างเครือข่ายในการดูแลนักท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวมีหลายมิติ การจะบอกว่าเป็นหน้าที่ใครคนหนึ่งคนใดคงไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกัน เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวมีการเติบโตขึ้น ซึ่งในปีนี้นับตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบัน จำนวนนักท่องเที่ยวโตขึ้น 12%รายได้เพิ่มขึ้น 15-16%ซึ่งทุกคนต่างคาดหวังว่าเราจะโตอย่างยั่งยืน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเขาก็ต้องการมาท่องเที่ยวอย่างมีความสุข และกลับไปอย่างมีความสุข”
นางกอบกาญจน์ กล่าวด้วยว่า การท่องเที่ยวคุณภาพ เราไม่ได้บอกว่าต้องการเฉพาะคนรวย แต่คือ การต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ทำอย่างไรเมื่อเขามาท่องเที่ยวแล้วมีความสุข มีวันพักนานขึ้น ใช้จ่ายต่อวันมากขึ้น สิ่งสำคัญคือ เข้าใจภาพพจน์ที่ดีของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ทุกภาคส่วนได้มีการทำงานประสานกัน ทำอย่างไรให้แต่ละพื้นที่เป็นจุดที่สามารถเติบโตและรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น
“ภูเก็ตถือเป็นจังหวัดที่สำคัญมากในแง่ของการท่องเที่ยว และจากการพูดคุยกับผู้ว่าฯ ซึ่งบอกว่าคงไม่ได้ทำเฉพาะวันนี้ เพราะภูเก็ตเป็นเหมือนแม่ข่ายให้กับจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆในภาคใต้ที่กำลังเติบโตขึ้นมา และเชื่อมโยงกันทั้งหมด โดยจะมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากสิ่งต่างๆ ที่ประสบมา และเติบโตไปได้ด้วยกันให้ได้” นางกอบกาญจน์ กล่าว





