'แม่ผู้เป็นแบบอย่าง' เลี้ยงลูกพิการสมองด้วยรักกว่า17ปี

'แม่ผู้เป็นแบบอย่าง' เลี้ยงลูกพิการสมองด้วยรักกว่า17ปี

ยกย่องแม่ดีเด่น! "แม่ผู้เป็นแบบอย่าง" วัย 50 ปีที่บุรีรัมย์ เลี้ยงลูกชายพิการสมอง ด้วยความรัก ตั้งแต่กำเนิดจนถึงปัจจุบันเป็นเวลานานถึง 17 ปี

หากพูดถึงบทบาทของผู้เป็น "แม่" คงไม่มีใครบรรยายได้ทั้งหมด เพราะนอกจากจะเป็นผู้ให้กำเนิดแล้ว ยังเป็นผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูสั่งสอนให้ความรักความเมตตาแก่ผู้เป็นลูกมากกว่าใคร อย่างเช่น นางสายบัว ชุ่มเย็น อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 ม.4 บ้านสะแกสามัคคี ต.สามแวง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เป็นแม่ที่สุดประเสริฐและเป็นแบบอย่างแก่สังคม

โดยนางสายบัว ได้เลี้ยงดูนายจิณณวัตร ชุ่มเย็น หรือน้องต้น ลูกชายที่พิการสมองไม่ปกติหรือพัฒนาการช้ากว่าคนปกติ ปัจจุบันน้องต้น มีอายุ 17 ปี แล้วแต่พัฒนาการทางสมองเท่ากับเด็ก 5 ขวบ บางครั้งก็มีอารมณ์โมโหหงุดหงิดง่าย แม่ต้องพาไปรักษาและรับยาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ทุกๆ 3 เดือน ทุกวันนี้นางสายบัว ต้องคอยดูแลลูกเกือบทุกอย่าง ทั้งอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า หาข้าวและยาให้รับประทานตรงเวลา เพราะน้องต้นแทบจะทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ ผู้เป็นแม่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด จนนางสายบัว ไม่สามารถไปทำงานหรือไปไหนไกลได้ หากจะไปก็ต้องพาลูกชายไปด้วยเพราะเป็นห่วงไม่กล้าปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากนายทองขาว ชุ่มเย็น สามี ต้องไปทำงานรับจ้างก่อสร้างเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวได้ค่าแรงวันละ 300 –400 บาท ส่วนลูกชายคนโตก็ไปรับจ้างต่างจังหวัดนานๆ จึงจะส่งเงินมาให้

นางสายบัว ชุ่มเย็น บอกว่า ลูกชายเริ่มมีอาการผิดปกติมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็พยายามพาไปรักษาเป็นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ดีขึ้นพัฒนาการของลูกก็ยังเหมือนเด็ก 4 – 5 ขวบ พาไปเข้าโรงเรียนใกล้บ้านก็หนีกลับบ้าน จึงตัดสินใจดูแลลูกชายด้วยตัวเองมาโดยตลอด เพราะคิดว่าพัฒนาทางสมองคงไม่ดีขึ้นไปกว่านี้ ทุกวันนี้ก็อาศัยค่าแรงของสามีที่ไปรับจ้างก่อสร้างและเบี้ยคนพิการของลูกชาย เป็นค่าใช้จ่ายในบ้านและเลี้ยงดูลูกชาย แม้จะลำบากหรือเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งลูก และไม่คิดว่าเป็นภาระเลย แต่จะดูแลเขา ให้ความรักความอบอุ่นกับลูกเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ แต่ที่เป็นห่วงมากที่สุดคือหากพ่อกับแม่เป็นอะไรไปแล้วลูกชายจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร

ขณะที่นายเจษฎากร เขียนนิลศิริ นายเทศมนตรีตำบลสามแวง พร้อมเจ้าหน้าที่ ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ ดูแลเรื่องสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของทั้งสองแม่ลูก และจะได้ประสานไปยังทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หาแนวทางช่วยเหลือด้านอื่นๆ นายเจษฎากร ยังได้กล่าวชื่นชมนางสายบัว ว่าเป็นแม่ที่เสียสละ อดทน และยกย่องให้แม่ผู้เป็นแบบอย่างของสังคมด้วย พร้อมทั้งฝากถึงลูกๆ หลานๆในยุคปัจจุบันด้วยว่า ไม่ควรจะทำให้พ่อแม่ต้องลำบาก หรือเสียใจ แต่ควรจะแสดงความรักความกตัญญูและสำนึกในพระคุณของบุพการีให้เหมือนกับที่ท่านรักและเมตตาเรามากกว่าใคร