ทางเลียบม.เจ้าพระยา เรื่องที่รัฐต้องทบทวน

ทางเลียบม.เจ้าพระยา  เรื่องที่รัฐต้องทบทวน

ชวนคิด และทบทวนทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง

โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกกระแสที่คนรักสิ่งแวดล้อมและแม่น้ำออกมารณรงค์ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง โดยเฉพาะ ยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิก กรรมการผู้จัดการ บริษัทฉมา จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเฟรนด์ ออฟ เดอะริเวอร์ (Friends of the River ) เขาใช้เวลาศึกษาลงพื้นที่ พูดคุยกับคนหลายกลุ่มเกี่ยวกับการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลาเกือบปี 

ภูมิสถาปนิกคนนี้เคยทำงานที่สิงคโปร์ 5 ปี จากนั้นไปเรียนต่อด้าน Urban Design อิตาลี 1 ปี และเคยทำโครงการฟื้นฟูพื้นที่ริมน้ำย่านยานนาวา ย่านกะดีจีน และคลองสาน ฯลฯ ทุกโครงการที่ทำชุมชนจะมีส่วนร่วม ในการเสนอความต้องการที่แท้จริงของชุมชน

ล่าสุดเมื่อมีโครงการภาครัฐ เพื่อจะสร้างทางเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยามูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท ระยะทาง 14 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ฝั่ง เขาออกมาส่งเสียงหลายครั้งว่า ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย ทั้งเรื่องวิถีชีวิตริมแม่น้ำและสิ่งแวดล้อม

การรณรงค์ของกลุ่ม เฟรนด์ ออฟ เดอะริเวอร์ ในหลายๆ ครั้ง ผลเป็นยังไงบ้าง
คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ เพราะเป็นเรื่องไกลตัว แต่พอเราจัดหลายครั้ง ขยายไปจากวงสถาปนิก นักวิชาการ ไปถึงกลุ่มคนลุ่มน้ำอื่นๆ ซึ่งต่างเห็นว่าสำคัญต่อชุมชนในเรื่องการพัฒนาไม่ถูกต้อง ก็ขยายออกไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจประเด็นสาธารณะ และขยายไปถึงสื่อต่างประเทศ มีนักศึกษาต่างประเทศที่สนใจการพัฒนารูปแบบนี้ มาศึกษาข้อมูลจากพวกเรา

ในช่วงแรกที่เห็นโครงการ คุณคิดเห็นยังไง
ตอนแรกก็คิดว่า เป็นประเด็นเรื่องการออกแบบ จนผมลงไปทำงานศึกษาในพื้นที่และพูดคุยกับคนหลากหลายอาชีพและคนในชุมชน จึงไม่ใช่แค่เรื่องออกแบบสวย หรือไม่สวย แต่เป็นเรื่องสิทธิ การใช้งบประมาณ ระบบนิเวศชุมชนที่สัมพันธ์กับคนมหาศาล ซึ่งตอนนี้สมัชชาแม่น้ำ 65 องค์กร คนหลากหลายอาชีพช่วยกันสะท้อนปัญหาที่จะเกิดขึ้น

เพราะใช้งบประมาณมหาศาล ไม่คุ้มกับการลงทุนหรือ
ก่อนอื่นต้องบอกว่า การดำเนินนโยบายสาธารณะ ประชาชนไม่มีส่วนในการกำหนดโจทย์หรือตัดสินใจ ประชาชนรู้แค่ว่า จะมีการใช้งบประมาณ ซึ่งทุกคนก็ตั้งคำถามว่า ทำไมต้องมีการพัฒนา แล้วตอบสนองการพัฒนาของเมืองอย่างไร จริงๆ แล้วผมไม่ได้ขัดขวางการพัฒนา แต่อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม อยากให้คิดแบบบูรณาการ แต่โครงการนี้ไม่มี และมีคำถามเรื่องรูปแบบ รัฐตัดสินใจเอง ไม่ถามความเห็นประชาชน ผมมอง
ว่า การทำโครงการแบบนี้ ทำให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ลำน้ำแคบลง การสัญจรเดินเรือ ทัศนียภาพต่างๆ ถูกทำลาย เพราะไม่ได้เปิดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เป็นแค่พิธีกรรมหรือประชาสัมพันธ์เพื่อให้โครงการนี้ได้ถูกใช้งบประมาณเท่านั้น

ไม่คุ้มค่าอย่างไร
ตอนนี้งบประมาณที่รัฐใช้เพื่อการศึกษาโครงการ 120 ล้านในช่วง 7 เดือน ไม่สมเหตุสมผล ผลการศึกษามีช่องโหว่เยอะ และความขัดแย้งในสังคมก็เยอะ ถ้าผลการศึกษาที่ไม่เป็นที่ยอมรับทางวิชาการถูกนำไปใช้อ้างในการใช้งบ 14,000 ล้านบาท ก็ไม่ถูกต้อง รัฐต้องปรับการกำหนดขอบเขตของงาน (TOR )ให้ตอบโจทย์ได้หลากหลาย มีระยะเวลาเหมาะสม และการพัฒนาเป็นไปอย่างเหมาะสม แต่โครงการนี้ ทำรวดเร็วมาก

ถ้าอย่างนั้นควรเป็นอย่างไร
ต้องตั้งโจทย์ก่อนว่า เมืองกับแม่น้ำมีความสำคัญและอนาคตอย่างไร ต้องมีการวิเคราะห์ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ การท่องเที่ยว การอนุรักษ์ เพื่อให้เข้าใจต้นทุนทรัพยากร ต้องจัดลำดับความสำคัญ มีกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้คนในสังคมได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับการศึกษาของภาครัฐ แต่กระบวนการที่ผมพูดไม่เกิดขึ้น ตอนนี้คนในสังคมก็มาถกเถียงแค่เรื่องทางเลียบแม่น้ำควรกว้างแค่ไหน โดยไม่เข้าใจบริบททั้งหมด และตกอยู่ในกับดักของวาทกรรมว่า “เราอยากคืนสิทธิให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าถึงริมแม่น้ำ” แล้วคุณต้องแลกด้วยอะไร รัฐบอกแค่มุมเดียว ผมว่าเป็นการละเมิดสิทธิคนมหาศาล

ถ้าสร้างโครงการนี้ สภาพแวดล้อมจะเป็นอย่างไร
ถ้าทำจริงๆ รูปแบบการใช้ที่ดินตลอดสองฝั่งแม่น้ำ และวิถีชีวิตไปหมดเลย อย่าลืมว่าเราเป็นเมืองน้ำและมีร่องรอยที่หลงเหลือของมรดกวัฒนธรรมที่ผูกพันกับน้ำ แม่น้ำเคยถูกทำลายรอบหนึ่งจากการสร้างเขื่อน แล้วจะให้ถูกทำลายรอบสองจากการสร้างทางเลียบริมแม่น้ำหรือ

มันเป็นเรื่องตลกที่จะบอกว่า เราภูมิใจที่มีทางเลียบริมน้ำแบบต่างประเทศ มันคนละบริบทกัน ผมคิดว่า มันทำลายอัตลักษณ์ของแม่น้ำที่กำลังจะถูกฟื้นฟู แล้ววันหนึ่งเราก็จะไปยืนดูตอม้อเรียงรายเต็มไปหมด แทนที่จะเห็นวัดเห็นวัง ภูมิทัศน์ก็จะเปลี่ยนไปเลย ระบบนิเวศที่เสื่อมอยู่แล้ว ก็ยิ่งแย่ลงอีก การเดินเรือจะคับคั่ง เพราะแม่น้ำแคบลง และการกัดเซาะมีมากขึ้น กระแสน้ำจะเชี่ยวกราดมากขึ้น สิ่งที่ผมพูด นักวิชาการได้วิเคราะห์กันและจะเกิดขึ้นจริง ถ้ามีการสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา กว้าง 10 เมตร ลำน้ำจะหายไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คนในชุมชน 33 ชุมชนไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดหรอก มีเครือข่ายที่ไม่เห็นด้วย แต่รัฐก็ยืนยันจะทำทางเลียบริมแม่น้ำ 14 กิโลเมตรความกว้างเท่ากับถนนสามเลน เราเสนอให้มีการปรับ TOR เพราะไม่มีการศึกษาแผนแม่บทของแม่น้ำ ทางเลือกของการพัฒนาต่างๆ ก็ไม่ได้ทำ แล้วฟันธงว่า สร้างได้ ซึ่งไม่มีการชะลออะไรทั้งสิ้น ทางนักวิชาการบอกแล้วว่า TOR มีปัญหา ไม่มีคุณภาพ

แล้วคนเล็กๆ จะทำอะไรได้บ้าง
นั่นทำให้พวกเราต้องออกมาสื่อสารเรื่องนี้ คนเล็กๆ สามารถลงชื่อคัดค้านใน www.change.org เรากำลังรวบรวมข้อเสนอการวิเคราะห์แผนที่ออกมาถึงนายกรัฐมนตรี และเปิดเวทีไต่สวนสาธารณะ เพื่อเอาข้อมูลมาถกเถียงกัน เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อไม่ดี ซึ่งการรณรงค์ของพวกเราไม่มีประเด็นทางการเมือง ทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทางที่ดี รณรงค์มาหนึ่งปี เราเห็นพลังของคนที่อยากจะช่วยแม่น้ำเยอะมาก ถ้ารัฐเอาพลังเหล่านี้มาทำให้ถูกที่ถูกทางจะเป็นประโยชน์ ซึ่งเรามีข้อเสนอทั้งฟากวิชาการ นักศึกษา และชุมชน ซึ่งเลือกไปทำได้เลย

คุณก็เคยทำงานพัฒนาพื้นที่สีเขียวและมีส่วนฟื้นฟูพื้นที่ในสิงคโปร์ แนวคิดเหล่านั้่นนำมาใช้กับเมืองไทยได้มากน้อยเพียงใด
เมืองสิงคโปร์ ถูกพัฒนาตามผังเมืองตั้งแต่แรก พื้นที่สาธารณะทั้งหมดเป็นของรัฐ พื้นที่ที่พัฒนามีการเชื่อมโยงถึงกันหมด การบริหารจัดการง่าย เพราะมีแผนระยะยาวที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบเรื่องวิถีชีวิต พวกเขามองตั้งแต่การพัฒนาพื้นที่สีเขียวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร แต่ประเทศไทยไม่มีวิสัยทัศน์ร่วมว่า เมืองจะเดินไปทิศทางไหน จะพัฒนาแม่น้ำเพื่ออะไร มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมอย่างไร เราไม่เห็นเป้าหมายร่วม จึงไม่เข้าใจว่า จะทำโครงการนี้เพื่ออะไร

ในทางกายภาพ แม่น้ำบ้านเรามีคุณค่า มีทรัพยากรต้นทุนที่เชื่อมต่อกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ต่างๆ ที่ประเทศอื่นไม่มี ได้ถูกทำลายไปบ้างแล้ว แล้วเราจะทำลายไปเรื่อยๆ หรือฟื้นฟูให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ผมว่าคำถามนี้สำคัญต่อการตั้งต้นในการพัฒนา เราต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมก่อน ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ จะมีนโยบายชัดเจน มีการประกวดแบบนานาชาติ เป็นทางเลือกการพัฒนาที่หลากหลาย แล้วเอาแบบชนะการประกวดมาระดมความคิดพัฒนาไปตามความต้องการของคนในพื้นที่

ภูมิสถาปนิกอย่างคุณออกมารณรงค์เรื่องนี้ เพื่ออะไร
ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งที่มีความรู้เรื่องการออกแบบ ใครที่มีความรู้เรื่องเมือง ก็ส่งเสียงออกมา ผมก็แค่ส่งเสียงและเล่าให้ฟัง เพราะมีผลกระทบต่อคนหลากหลาย เป้าหมายของการพัฒนาไม่ใช่มุ่งเน้นทางกายภาพอย่างเดียว มันมีคุณค่าอื่นๆ อีกเยอะ