สถานีวิทยุTRS99.5 จับมือเครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ จัดกิจกรรมรณรงค์อย่าให้ใครว่าแท็กซี่ไทยแล้งน้ำใจ สร้างมาตรฐานวิชาชีพเพื่ออนาคต
นายนันทพร สูยะศุนานนท์ ผู้จัดการสถานีวิทยุTRS 99.5 เปิดเผยว่า การให้บริการของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในปัจจุบันหลายเรื่องยังคงสร้างปัญหาให้กับผู้คนในสังคมทั้งการปฏิเสธผู้โดยสาร มารยาทในการขับขี่ ตลอดจนมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในอาชีพนี้ TRS99.5 ในฐานะที่เป็นสื่อกลาง รายงานข่าวสารจราจรและประเด็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในสังคมตลอด 24 ชั่วโมง ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและมุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกเล็กๆอันหนึ่งในการสื่อสารเชื่อมความเข้าใจกันของผู้คนในสังคม ช่วยส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ประกอบอาชีพโดยสุจริตมีช่องทางในการพัฒนาตัวเอง ผ่านโครงการแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ซึ่งทางสถานีฯดำเนินการต่อเนื่องก้าวสู่ปีที่ 6
“จริงๆแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการกระทำของแท็กซี่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับจำนวนแท็กซี่ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในกรุงเทพ ทางสถานีฯจึงได้สนับสนุนเครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ขับขี่แท็กซี่ที่ผ่านการอบรมพัฒนาตนเองและคุณภาพบริการกับโครงการฯแล้ว จัดกิจกรรมต่อยอดสร้างสำนึกร่วมรับผิดชอบต่อส่วนรวม ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มร่วมกันสร้างสรรค์นำเสนอสิ่งดีๆสู่สังคม”
ปีนี้ ทางสถานีฯ ร่วมกับ เครือข่ายแท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์ จัดกิจกรรมมอบน้ำแทนน้ำใจ เพื่อร่วมรณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่หันมาให้ความสำคัญกับการบริการด้วยน้ำใจ ผ่านแคมเปญอย่าให้ใครว่าแท็กซี่ไทยแล้งน้ำใจ โดยจะทำการแจกน้ำดื่มจำนวน 10,000 ขวด แก่ผู้ที่ทำงานเพื่อส่วนรวมบนท้องถนนและประชาชนทั่วไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นในการทำงาน ณ สวนลุมพินีบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 และประตูด้านถนนพระราม 4
“กิจกรรมนี้เป็นงานรณรงค์เชิงสัญลักษณ์เล็กๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสดชื่นให้เกิดบนท้องถนน ด้วยการส่งน้ำ ส่งยิ้ม ส่งความสุขให้กัน พร้อมๆกันนั้นก็จะสอดแทรกหัวใจของการบริการ 4 ห้อง เรียนรู้งาน บริการด้วยใจ พูดได้ดี มีรอยยิ้ม สำหรับผู้ขับขี่แท็กซี่คุณภาพเข้าไปด้วยผ่านสื่อประกอบต่างๆในงาน ด้วยความมุ่งหวังว่าการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ถ้าทุกคนช่วยกันสังคมก็ดีได้”
นายนันทพร กล่าวต่อไป จากการรวมตัวในแคมเปญ“อย่าให้ใครว่าแท็กซี่ไทยแล้งน้ำใจ” ในครั้งนี้จะเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญและขยายผลโครงการแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ เพื่อร่วมปฏิญาณตนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอนาคตไทย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 104 องค์กร ด้วยการประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทย สร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพผู้ขับแท็กซี่ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคมในฐานะ “ฮีโร่บนท้องถนน” โดยจะมีการจัดฝึกอบรมให้กับแท็กซี่ที่ร่วมโครงการฯใหม่อีก 200 คน ในวันที่ 3 สิงหาคม 2559 โดยเน้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการให้บริการและการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก
“เป้าหมายในการสื่อสารผ่านแคมเปญ “อย่าให้ใครว่าแท็กซี่ไทยแล้งน้ำใจ” ในครั้งนี้ ต้องการที่จะเพิ่มการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกเป็นจำนวนมากว่าแท็กซี่ส่วนใหญ่เป็นแท็กซี่ที่ดี มีจริยธรรม คุณธรรม และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้กับผู้โดยสารโดยแท็กซี่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครผ่านทาง TRS 1255 Contact Center หรือประชาชนทั่วไปหากพบปัญหาต่างๆ ในสังคม ก็สามารถโทรมาขอความช่วยเหลือได้ทางช่องทางนี้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน” นายนันทพร กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.สิงห์ชัย กิจพิทักษ์ ประธานเครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ กล่าวว่า เข้าใจและเห็นใจผู้โดยสารถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ในฐานะผู้ขับขี่แท็กซี่ก็อยากสะท้อนให้สังคมได้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า แท็กซี่ดีๆที่ตั้งใจประกอบอาชีพโดยสุจริตนั้นมีอยู่และเชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อย จึงอยากจะรณรงค์ให้เพื่อนร่วมวิชาชีพได้ช่วยกันสร้างมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพขึ้นมา ปัจจุบันในกลุ่มเครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์นับตั้งแต่มีการรวมตัวกันก็มีการทำกิจกรรมจิตอาสากันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงให้การช่วยเหลือผู้คนบนท้องถนนในช่วงวิกฤต เช่น รับส่งคนป่วย ช่วยซ่อมหรือลากรถเสียออกจากถนน ฯลฯ
“อาชีพแท็กซี่ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ขับรถบริการสาธารณะแต่ยังทำได้อีกหลายบทบาทที่ช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ แท็กซี่เป็นได้ทั้งทูตวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยว หน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน ช่างซ่อมรถหรือบุรุษพยาบาลบนท้องถนน เป็นอาชีพที่เราควรจะภูมิใจ และทำให้ดีที่สุดในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม”
นางจูลี่ สว่างอรุณ หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ กล่าวว่า ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แท็กซี่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีการพัฒนาวิชาชีพ ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ในกรุงเทพมีรถแท็กซี่เป็นแสนคัน คนที่ทำไม่ดีมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เธอมีความเชื่อว่าคนเราพัฒนาได้ มีแท็กซี่จำนวนมากที่อยากจะพัฒนาตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สำหรับตัวเธอขับแท็กซี่ให้บริการอยู่ที่สนามบินเป็นหลัก ภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าผู้ขับขี่แท็กซี่สื่อสารได้ บุคลิกภาพดี มีการพัฒนาวิชาชีพหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆเพียงแต่ต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน กำลังทำอะไรอยู่ และต้องมีจิตใจของผู้ให้บริการด้วย
จูลี่บอกว่า แม้จะเป็นผู้หญิงก็สามารถทำอาชีพขับรถแท็กซี่ได้เช่นเดียวกับผู้ชาย เพียงแต่ต้องรู้จักเพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาเส้นทางให้มากที่สุด อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจานุ่มนวล มีรอยยิ้ม ถ้าลูกค้าประทับใจก็จะช่วยแนะนำลูกค้าต่อให้อีกด้วย




