ฝนตกมันเหงา กอด‘เขา’ดีกว่า

ฝนตกมันเหงา กอด‘เขา’ดีกว่า

ฝนตกติดกระท่อมก็เชยไป ถ้าจะให้นั่งเหงาๆ อยู่บ้านก็น่าเบื่อ ลองกางปฏิทินแล้วเลือกวันเหมาะๆ ออกไปสูดกลิ่นธรรมชาติให้ชุ่มปอด

หายเหงาที่ เขาหลวง

            ฟ้าหลังฝนทำให้หัวใจของคนเดินทางเบิกบานเสมอ รู้สึกนี้จะจริงยิ่งกว่าเมื่อคุณได้มายืนอยู่ ณ ยอดเขานารายณ์ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดมุมหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย

            อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุม 3 อำเภอ คือ อำเภอคีรีมาศ อำเภอบ้านด่านลานหอย และอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย สภาพป่าของค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย ส่วน ‘ยอดเขาหลวง’ ที่หลายคนปรารถนาที่จะขึ้นไปพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิตนั้น มียอดเขาที่สำคัญอยู่ 4 ยอด คือ ยอดเขาภูกา และยอดเขาแม่ย่า มีความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ยอดเขาพระเจดีย์ มีความสูง 1,185 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยอดเขานารายณ์ มีความสูง 1,160 เมตรจากระดับน้ำทะเล

            ระหว่างทางเดินขึ้นจะพบกับปล่องนางนาค เป็นปล่องธรรมชาติมีความกว้างประมาณ 0.5 เมตร ยาวประมาณ 1.5 เมตร ตามตำนานพระร่วงในพงศาวดารเหนือ เจ้าเมืองออกมาจำศีลที่เขาหลวงจึงเกิดตำนานเรื่องพระร่วงซึ่งเกี่ยวข้องกับปล่องนางนาคนี้ ห่างไปประมาณ 300 เมตรจะมีต้นไทรขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาลักษณะสวยงาม เรียกว่า ‘ไทรงาม’ ใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ตรงนี้ให้หายเหนื่อย ก่อนเดินทางต่อไปยังยอดเขาที่เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติผืนใหญ่ เนื้อที่กว้างกว่า 3,000 ไร่ มีหญ้าหลายชนิดขึ้นอยู่รวมกันรวมทั้งพืชสมุนไพร

            อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เป็นอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์แห่งแรกของเมืองไทย นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้วยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ย้อนไปได้ถึงสมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งในสมัยก่อนเรียกป่านี้ว่า ‘ป่าเขาหลวง’ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นราบคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ โดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางทุ่งนา สภาพอากาศบนยอดเขาหนาวเย็นตลอดปี มีเมฆหมอกปกคลุมมากในฤดูหนาวและฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ยโดยประมาณ 12-14 องศาเซลเซียส ช่วงที่เหมาะสมในการไปเที่ยวอุทยานฯ ประมาณเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์

            ใครที่เบื่อเดินที่สูง อุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผ่านสวนสมุนไพร ป่าดิบแล้ง ไทรงาม ไปสิ้นสุดที่น้ำตกหินราง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง โดยระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายต่างๆ ไว้เป็นระยะ

            การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเอเชียผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร แล้วเลือกเข้ามาทางอำเภอพรานกระต่าย เลาะมาจนถึงอำเภอคีรีมาศ ก่อนจะเข้าที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 423 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานสุโขทัย โทร 0 5561 6228-9, อุทยานแห่งชาติเขาหลวง โทร 0 5591 0000-1

อินทนนท์ยามฝนพรำ

            สายฝนโปรยปรายหลายคนอาจมองข้ามอินทนนท์ไป ทว่า ดอยที่สูงที่สุดในเมืองไทยแห่งนี้ไม่ได้มีดีเฉพาะหน้าหนาว ยามฝนมาฟ้าฉ่ำทุ่งข้าวเขียวขจี ดีกรีความสวยไม่ได้ลดน้อยลงเลย

            บนดอยอินทนนท์ หากจะหามุมชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ฟินสุดๆ ต้องจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน แต่ถ้าฟ้าฝนไม่เป็นใจแนะนำให้ซุกตัวใต้ผ้าห่มนอนฟังเสียงดนตรีธรรมชาติ แล้วค่อยไปเดินเล่นเบาๆ ที่ตลาดชาวเขาข้างทาง แวะไปเดินชมดอกไม้สวยๆ และรับประทานอาหารกลางวันมื้ออร่อยที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ที่นอกจากจะปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีพืชผักสมุนไพรใหม่สด ปลาเทร้าต์สายรุ้งไว้ให้ได้ลิ้มลองด้วย

            เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่าลืมไปสักการะ พระมหาธาตุนภเมทนีดล ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเดียวกัน

            ภายใน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมถึงหมู่บ้านชาวเขาที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีบ้านพักไว้บริการ อาทิ บ้านผาหมอน บ้านแม่กลางหลวง ที่ช่วงนี้มีนาขั้นไดสดใสรับฝนแรก ระหว่างทางอาจแวะชมน้ำตกที่มีอยู่หลายแห่ง ทั้งน้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ หรือจะไปชมความงามของ ถ้ำบริจินดา ก็น่าสนุก เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า “นมผา” สวยงามมาก

            การเดินทาง หากตั้งต้นจากเชียงใหม่ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี สอบถามเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โทร 0 5327 6140-2, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร 0 5335 5728, 0 5331 1608

เขาค้อยังรอเธอ

            เขาค้อ อาจไม่ใช่จุดหมายของใครหลายคนในยามฝนพรำ แต่เชื่อหรือไม่ หมอกฝนบนเขาค้อสวยไม่น้อยหน้าใคร โดยเฉพาะเมื่อมีคนรู้ใจนั่งดื่มด่ำธรรมชาติอยู่ข้างๆ กัน

            เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ มีที่มาจากต้นค้อซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มที่ขึ้นอยู่มากบริเวณนี้ อากาศเย็นสบายตลอดปี เรื่องทัศนียภาพไม่เป็นรองใคร ภูเขาสลับซับซ้อน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก

            ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตร และเขาใหญ่ สูง 865 เมตร นอกจากนี้ยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทรายและเขาอุ้มแพ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อ ได้แก่ พระบรมธาตุเจดีย์ พระตำหนักเขาค้อ รวมถึงสถานที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์ อาทิ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ส่วนที่พักมีให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน

            หากมีโอกาสไปเยือนเขาค้อแล้ว สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คือ วัดพระธาตุผาแก้ว หรือชื่อเดิมว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่แห่งนี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ด้วยความที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโอบล้อมไปด้วยทิวเขาสูงใหญ่เรียงรายสูงตระหง่าน สงบงดงาม บางคนจึงเปรียบเปรยว่าการได้มาที่นี่ดุจได้ไปเยือนสรวงสวรรค์

            การเดินทางแนะนำให้ใช้เส้นทางจากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อ โดยทางหลวงหมายเลข 21 สายเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสามแยกนางั่ว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก 0 5525 2742-3

เขากระโจมห่มหัวใจ

            ไม่ถึง 200 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ คุณก็จะได้สัมผัสไออุ่นแห่งขุนเขาที่ความงามไม่ได้น้อยลงตามระยะทางเลย ‘เขากระโจม’ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาตะนาวศรี จุดชมวิวเขากระโจม ได้ชื่อว่าเหมาะแก่การเฝ้ามองดวงตะวัน ไม่ว่าจะโผล่พ้นขอบฟ้าหรือลับหายไปในเหลี่ยมเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวถ้าโชคดีจะเห็นทะเลหมอกล่องลอย และในยามหมอกจางจะเห็นทั้งพื้นที่ป่าฝั่งไทยและพม่า เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและการผจญภัย

            ด้วยระดับความสูง 1,045 เมตรจากระดับน้ำทะเล สุดเขตประเทศไทยด้านตะวันตก จะเลือกเดินเท้าก็ไม่ถือว่าโหดหิน ด้วยระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากตีนเขา ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน แต่ถ้าเลือกออมแรงไว้ก่อน ก็สามารถใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางสูงชันและสมบุกสมบันพอควร บางช่วงอาจต้องลุยน้ำ บางช่วงลุ้นตัวโก่งกับเนินสูงยาว ถ้าไม่ชำนาญในการนี้แนะนำให้จอดรถตรงปากทางขึ้น แล้วใช้บริการรถจากกลุ่มผู้ให้บริการรถ 4X4 “กลุ่มรักษ์เขากระโจม”

            นอกจากวิวทิวทัศน์บนยอดเขากระโจมแล้ว ระหว่างทางอาจเดินเท้าเข้าไปยัง “น้ำตกผาแดง” แค่ 200 เมตรก็จะพบกับสายน้ำตกขนาดกลางไหลผ่านหน้าผาหินสีแดง อันเป็นที่มาของชื่อน้ำตก ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น กลับออกมาแล้วอย่าลืมไปพิสูจน์ภาพลวงตาที่ ‘เนินมหัศจรรย์’ สังเกตง่ายๆ จะมีป้ายสีฟ้าบอกไว้อย่างชัดเจน ลองจอดรถ ณ จุดนี้ จะรู้สึกเหมือนรถยนต์จะค่อยๆ ไหล ‘ขึ้น’ เนินเอง โดยที่ไม่ต้องติดเครื่องหรือใส่เกียร์เดินหน้าเลย

            การขึ้นเขากระโจมมีกติกามารยาท คือกำหนดให้ขึ้นเวลา 04.00-07.00 น. ลงในเวลา 07.00-09.00 น. ส่วนเวลาตั้งแต่ 09.00-19.00 น. อนุญาตให้รถยนต์ขึ้นและลงได้ตามปกติ และหลัง 19.00 จะไม่ให้มีการขึ้น-ลง ของรถยนต์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่า

            แน่นอนว่าใครไปถึงสวนผึ้งแล้ว จะผ่านแหล่งท่องเที่ยวประเภทชมแล้วแชะไปเฉยๆ คงเหมือนขาดอะไรไป อย่าลืมแวะไปดูฟาร์มแกะ ฟาร์มอัลปาก้า ฟาร์มกล้วยไม้ รีสอร์ทสไตล์ยุโรป ร้านกาแฟเก๋ๆ บ้านหอมเทียน รวมถึงไร่กุหลาบอุษาวดีที่เคยเป็นแลนด์มาร์กแรกๆ ของสวนผึ้ง

การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่าน อ.โพธาราม เข้า อ.เมือง ราชบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 4 ตรงไปยัง อ.จอมบึง จากนั้นตามทางหลวง 3087 จนถึง อ.สวนผึ้ง      สอบถามเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี (เพชรบุรี ราชบุรี) โทร 0 3247 1005-6

ภูเรือไม่เบื่อเลย

            หมอกหนาวว่าเหงาแล้ว หมอกฝนยิ่งเหงากว่า แต่ถ้าได้จูงมือใครสักคนมาติดฝนด้วยกันรับรองว่า‘ฟิน’

            ยอดภูเรืออยู่สูง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มี ผาโหล่นน้อย เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม สามารถมองเห็นทะเลภูเขาท่ามกลางทะเลหมอก จากจุดนี้ออกแรงเดินต่อไปอีกประมาณ 700 เมตร ก็จะถึงจุดสูงสุดที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพรายรอบแบบเต็มตา ในวันฟ้าเปิดอาจเห็นไปไกลถึงแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นพรมแดนไทย - ลาว

            ใกล้กันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพตซึ่งชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยา จากยอดภูเรือมีเส้นทางเดินป่าผ่านบริเวณที่มีดอกไม้เล็กๆ เช่น กระดุมเงิน ดาวเรืองภู เปราะภู ซึ่งออกดอกสวยงามในช่วงหน้าหนาว ที่ป่าสนบริเวณ ทุ่งกวางตาย มีดอกกระเจียวบานในช่วงต้นฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้นยังมีลานหินพานขันหมาก เป็นลานหินแตกเป็นรอยตื้นๆ ที่จะพบดอกไม้ที่ชอบขึ้นตามลานหิน เช่น เอื้องม้าวิ่ง อยู่ทั่วไป

            อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่ บนยอดดอยสูงเป็นภูผาสีสันสะดุดตา หินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นขุนเขาน้อยใหญ่ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์

            หน้าฝนอย่างนี้น้ำตกยิ่งชุ่มฉ่ำ ลองแวะไป น้ำตกห้วยไผ่ สูงประมาณ 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณลำห้วยไผ่ ในฤดูฝนปริมาณน้ำจะมาก สายน้ำใสสะอาดพุ่งแรงลงมาสู่แอ่งน้ำด้านล่าง ซึ่งแอ่งนี้สามารถลงเล่นได้ แต่ถ้าเป็นฤดูแล้งปริมาณน้ำจะน้อยแต่ยังจะเห็นสายน้ำไหลลงสู่เบื้องล่างเช่นกัน

            การเดินทาง จากกรุงเทพฯมุ่งหน้าลพบุรี ชัยบาดาล วิเชียรบุรี หนองไผ่ เพชรบูรณ์ หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ และเลย สอบถามเพิ่มเติมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย โทร 0 4281 2812, อุทยานแห่งชาติภูเรือ โทร 08 85095299