Thailand Band Director Seminar บันไดสู่ผู้นำชุมชนด้านดนตรี

มาเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการวง การบริหารจัดการวัฒนธรรมดนตรี เพื่อให้เชื่อมโยงกับชุมชน แล้วยังได้ฝึกเป็นผู้อำนวยเพลงที่มีประสิทธิภาพด้ว
ความจริงมีอยู่ว่า บุคลากรทางด้านดนตรีในสังคมไทยมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่น่าเสียดายว่าพื้นที่ในการแสดงออกของพวกเขาเหล่านั้นกลับมีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะนักดนตรีในกลุ่มเครื่องเป่าและเครื่องกระทบทั้งหลาย แม้หลายคนจะมีบทบาทอยู่ในแวดวงการศึกษา ได้ทำหน้าที่ฝึกปรือเยาวชนของชาติให้ก้าวขึ้นมาเป็นนักดนตรีที่มีความสามารถ แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขายังต้องการปัจจัยการสนับสนุน เพื่อพัฒนางานให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
งานสัมมนาผู้นำชุมชนด้านดนตรีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือในชื่อ “Thailand Band Director Seminar” จึงเกิดขึ้น โดยการผลักดันของมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับคุณค่าด้านความคิด เกี่ยวกับวัฒนธรรม ศิลปะ และดนตรี แก่ผู้นำชุมชนในท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาตรฐานและความคิดสร้างสรรค์ด้านดนตรี ซึ่งในที่นี้ หมายถึงครูผู้สอนและควบคุมวงโยธวาทิต หรือ Winds Orchestra ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศนั่นเอง
งานนี้เกิดขึ้นได้ โดยอาศัยการขับเคลื่อนของคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมด้วยวง Feroci Philharmonic Winds ซึ่งทำหน้าที่เป็นวงที่ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ของกิจกรรมดังกล่าว โดยชื่อวง ‘Feroci’ นั้น ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ ศ.ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร อันมีที่มาจากนามสกุลเดิมของท่านนั่นเอง
ดำริห์ บรรณวิทยกิจ คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมิวสิคไดเร็คเตอร์ วง Feroci Philharmonic Winds เปิดเผยว่า
“FPW เป็นวงดนตรีที่คณะฯ ต้องการจัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมวงการดนตรี ที่เป็นวงเครื่องเป่าและเพอร์คัสชั่น สามารถมีทางออกในระดับมืออาชีพ โดยกิจกรรมครั้งนี้ เราได้รับงบประมาณจากทางมหาวิทยาลัย ในการอบรมผู้นำชุมชนทางด้านวัฒนธรรม”
“เราเห็นว่า กรณีแวดวงดนตรีในต่างจังหวัด เรามีครูวงโยธวาทิตอยู่แล้ว ซึ่งเขามีพันธกิจในการสอนนักเรียน นอกจากสอนให้เล่นดนตรีเป็นแล้ว ยังต้องรู้จักการจัดเพลงให้เหมาะสม เพื่อไป service ชุมชน ให้มีความเพลิดเพลินบันเทิงใจ ในเวลาเดียวกัน ก็ service กิจกรรมต่างๆ ของชุมชน งานบวชงานแต่ง ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ขณะเดียวกันก็ต้องให้รสนิยมดนตรีดีๆ อีกด้วย”
“ดังนั้น เราจึงโฟกัสในประเด็นที่ว่า เราจะจัดให้มีการอบรมกับคอนเสิร์ต เราเชิญอาจารย์ที่สอนอยู่ในระดับวงโยธวาทิต ของโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เนื่องจากเรามีงบประมาณจำกัด ดังนั้น ครั้งนี้ เราจะคัดเลือกมา 50 คน ที่จะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการวง การบริหารจัดการวัฒนธรรมดนตรี เพื่อให้เชื่อมโยงกับชุมชน แล้วยังได้ฝึกเป็นผู้อำนวยเพลงที่มีประสิทธิภาพด้วย โดยเราได้จัดให้มี band director ซึ่งมีหน้าที่ 2 อย่าง คือ 1-บริหารจัดการวงเป็น 2-ปรับวงเป็น คือทำวงให้ดี เราจะให้ความรู้สองเรื่องนี้”
กิจกรรมที่จัดขึ้นมีลักษณะเป็นการสัมมนา โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน 2559 ณ หอดนตรี ศาสตราจารย์ตรึงใจ บูรณสมภพ คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนจะปิดท้ายด้วยพิธีมอบเกียรติบัตร และสรุปภาพรวมของการเรียนรู้ทั้งหมด ด้วยการแสดงคอนเสิร์ต ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในค่ำของวันที่ 15 มิถุนายน ศกนี้
“เราเชิญวิทยากรจากคณะฯ เป็นหลัก โดยจะเรียนในเรื่องกลวิธีการสอนเครื่องลมไม้ กลวิธีการสอนเครื่องเป่าทองเหลือง กลวิธีการสอนเครื่องกระทบ-เพอร์คัสชั่น เทคนิคในเรื่องการอำนวยเพลง การตีความบทเพลง การปรับวง และการบริหารจัดการวง โดย music director จะมาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ แล้วนำกลับไปพัฒนาวงและชุมชนของเขาให้มีรสนิยมทางดนตรีที่ดีขึ้น”
เหนืออื่นใดคือ จะมีอยู่ราว ๆ 20 คนในจำนวนผู้ร่วมสัมมนาทั้ง 50 ชีวิต จะได้รับโอกาสในการ ‘เคาะ’ (ภาษาวงการดนตรี หมายถึงการอำนวยเพลงแก่วงดนตรีขนาดใหญ่) วง FPW ด้วย โดยมีวาทยกรที่มีชื่อเสียง 3 คน คือ ดำริห์ บรรณวิทยกิจ, นิพัทธ์ กาญจนะหุต (หัวหน้าภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) และ สุรพล ธัญญวิบูลย์ (หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีตะวันตก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ทำหน้าที่วิจารณ์พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสม
“ตรงนี้ถือเป็นเฟสแรก คิดว่าเป็นมิติใหม่ที่ประเทศไทยควรจะเริ่มทำ” ดำริห์ กล่าว ก่อนเสริมว่า “ส่วนเฟสที่สอง เราคงไม่เจาะผู้นำวงโยธวาทิตแล้ว แต่น่าจะมุ่งไปที่ผู้นำ อบจ. อบต. หรือ ผู้บริหารงานวัฒนธรรมของส่วนราชการต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้าใจว่า รสนิยมที่ดีเป็นอย่างไร ไม่เพียงดนตรีเท่านั้น แต่หมายถึงศิลปะสาขาอื่นๆ ด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยศิลปากร เราดูแลเรื่องงานศิลปะของประเทศ เราอยากจะถ่ายทอดความรู้ เรามีหน้าที่นี้ ซึ่งอยู่ที่เขาจะเลือกปรับใช้อย่างไรก็ได้ อันนี้เป็น mission ที่คณบดีวิทยาเขตวังท่าพระทั้ง 5 คณะ ได้คุยกันมาโดยตลอด”
กิจกรรมนำศิลปะและรสนิยมที่ดีสู่สังคมไทย อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะในชุมชนต่างจังหวัด ซึ่งมีเรื่องของรสนิยมท้องถิ่น และความคุ้นชินเดิมมาเกี่ยวข้อง ต่อประเด็นคำถามนี้ คณบดีฯ ดำริห์ เห็นว่าเป็นเรื่องท้าทายในการประยุกต์ให้เหมาะสมเช่นกัน
“ผมคิดว่าความเข้าใจในพื้นฐานเดียวกัน ธรรมชาติของผู้ฟังในประเทศไทย ธรรมชาติของคนเสพดนตรีเป็นอย่างไร ในเวลาเดียวกัน รสนิยมดนตรีที่ดีที่เป็นมาตรฐานสากลเป็นอย่างไร ความยากคือเรื่องของ east meets west หรือความลงตัว ดนตรีที่คนต่างจังหวัด ซึ่งไม่ได้ฟังดนตรีฝรั่ง ก็ไม่ใช่อะไรที่ฟังได้ง่าย ดังนั้น อาจารย์ผู้สอนจะต้องมีเทคนิคในการถ่ายทอด อาจจะต้องเล่าเรื่อง มี music appreciation มี background ให้ชุมชน ในอันที่จะซึมซับ เรียนรู้ และทำความเข้าใจด้วย”
ด้วยเหตุนี้ ในคอนเสิร์ตปิดท้ายงานสัมมนา ที่มีชื่อว่า Legendary Classics ซึ่งจัดเอาเพลงมาตรฐานคลาสสิกของวงโยธวาทิตมาบรรเลงร้อยต่อเนื่องกัน จึงมีเพลงตัวอย่าง เช่นเพลง ‘ตองอ่อน’ ที่ประพันธ์โดย วิจิตร จิตรรังสรรค์ เพื่อนำเสนอให้เห็นแนวคิดและความเป็นไปได้ในการประสมประสานความเป็นไทยกับความเป็นสากลที่ลงตัว
ในมุมมองของ ดำริห์ การมุ่งสู่วง Winds (วงเครื่องลม) หรือ วงโยธวาทิต ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ และสามารถตอบโจทย์ของชุมชนในต่างจังหวัดได้ดี ในขณะที่วงออร์เคสตรา (มีกลุ่มเครื่องสาย) จะประสบข้อจำกัดมากกว่า เพราะทุกๆ โรงเรียนในชุมชน ล้วนมีวงโยธวาทิต
“วง Winds จะเล่นเอาท์ดอร์ก็ได้ อินดอร์ก็ได้ ในขณะที่วงออร์เคสตราจะมีข้อจำกัดมากกว่า ผมคิดว่าเหมาะกับชุมชนต่างจังหวัด บางทีอาจจะกลับไปเล่นในสไตล์แตรวงก็ยังได้”
เช่นเดียวกันกับการผลักดันให้เกิด Feroci Philharmonic Winds ขึ้นมา จึงเป็นการตอบโจทย์ในแนวทางที่สอดคล้องกัน โดยมุ่งหวังให้เป็นวงมืออาชีพ ที่มีลักษณะการบริหารจัดการในโมเดลเดียวกันกับวง New World Symphony ที่ก่อตั้งโดย ไมเคิล ทิลสัน โธมัส
“เราอยากให้ FPW เป็นวงโปรเฟสชั่นนอลรุ่นใหม่ สำหรับนักดนตรีกลุ่ม Winds และ percussions มีการหมุนเวียนนักดนตรี โดยเราเปิดออดิชั่นทุกปี เพื่อหานักดนตรีรุ่นใหม่ แบบไม่จำกัดค่าย โดยที่ลีดเดอร์ของกลุ่มต่างๆ เป็นบุคลากรของเรา ตอนนี้มีสมาชิก 40-70 คน ที่มาจาก จุฬาฯ , บ้านสมเด็จ, มหิดลก็มี นักดนตรีมีไล่ตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยม จากโรงเรียนวัดสุทธิฯ , อัสสัมชัญศรีราชา, หอวัง จนถึงพวกที่เรียนจบแล้ว”
“ช่วงนี้เข้าสู่ปีที่ 3 ทางวงเริ่มมีค่าตอบแทนแล้ว แม้จะไม่มาก แต่เราต้องการสร้างให้เป็นวงระดับอาชีพ เราจะเพิ่มความถี่ในการเล่น ที่ผ่านมา เล่นปีละครั้ง ปีนี้ 3 ครั้ง ปีหน้า 4 ครั้ง และหวังว่าจะได้เดือนละ 1 ครั้งในปีต่อๆ ไป โดยการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของเสียงดนตรี”
............................................
คอนเสิร์ตปิดท้ายการสัมมนา : Legendary Classics จะมีขึ้นในวันพุธที่ 15 มิถุนายน 2559 เวลา 19.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่ง โทร. 0 2001 9292 อีเมล : [email protected] และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บเพจ : Feroci Philharmonic Society







