เมื่อ ‘โสด-เหงา-ตังค์เยอะ’ คือคุณสมบัติเข้าตาโจร จนทำให้การตามหารักบนโลกออนไลน์ของคน ‘โสดวัยดึก’ หลายต่อหลายครั้งจบลงที่การโดนหลอก
..แล้วยังจะหวังเรื่องรักอีกได้ไหม ?
“สมัยก่อน หนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่ม เราต้องเจอหน้า เจอตา ถ้าไม่เจอกันเลยอาจเป็นเพื่อนทางจดหมายเรียกว่า pen friend หรือมีคอลัมน์มาลัยเสี่ยงรัก มีรูปคาดตาบอกโปรไฟล์ แต่ตอนนี้เทรนด์มันเปลี่ยนไป เนื่องจากเทคโนโลยีมันเข้ามา มีการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ จึงเป็นโอกาสของมิจฉาชีพอาชญากรข้ามชาติที่มาหลอกลวงคนไทย” พ.ต.อ. ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เริ่มต้นเท้าความถึง Romance Scam หรือ การที่มิจฉาชีพเข้ามาติดต่อกับเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ ทำทีว่า รัก อยากคบหาจริงจังด้วย จากนั้นก็ค่อยๆ สร้างเรื่องเพื่อหลอกเอาเงินจากเหยื่อ โดยปัจจุบันพบคดีทำนองนี้มากขึ้นในบ้านเรา
“วันดีคืนดีจะมีคนแอดเฟรนด์มาจากฝรั่งหล่อๆ คนนึง พอคลิกดูก็จะพบว่า มีโปรไฟล์ดี เป็นนักธุรกิจเป็นสถาปนิกเป็นทหาร เป็นหมอ พึ่งเลิกกับภรรยา ภรรยาเสียชีวิต อยากมีคู่ พอคุยสักพัก จะเรียกแทนว่า ดาร์ลิง สวีทฮาร์ท ให้เคลิ้ม” พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวเสริมเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของสัมพันธ์รักออนไลน์ที่บั้นปลายคือ ‘หมดตัว’
“ปีที่แล้วเฉพาะปอท. มีทั้งสิ้น 80 คดี ความเสียหายรวมแล้วกว่า 150 ล้าน นี่เฉพาะผู้เสียหายที่มาแจ้งความ ยังมีพวกไปแจ้งความตามสน.พื้นที่ และพวกที่ยังไม่แจ้งอีก ซึ่งดูแล้วน่าจะมากกว่านี้เยอะ” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว
และบอกอีกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายแต่ละราย ก็มีตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงเกินสิบล้านบาท!
รักออนไลน์ ปลายทาง คือ ‘หมดตัว’
จากข้อมูลที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รับ พบว่า เหยื่อที่ถูกหลอก ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยตั้งแต่ 45 - 60 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่ค่อนข้างมีความมั่นคงทางการเงิน และส่วนหนึ่งจะครองสถานะโสด ทั้งโสดสามีเสียชีวิต และจากการหย่าร้าง
“มีอยู่เคสนึง อายุ 67 ปี ถูกลูกบังคับให้มาแจ้งความ แกก็โวยวาย หาว่า ลูกขัดขวางความรักของแก แบบนี้ก็มี ซึ่งต้องยอมรับว่า ผู้หญิงที่ถูกหลอก มักจะอายุค่อนข้างสูง หลายคนเป็นหม้าย ทั้งหม้ายที่หย่ากับสามี และที่สามีเสียชีวิตทิ้งมรดกไว้ให้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ จะเหงา อยากมีความรัก พอมีคนมาทำดีด้วย ก็คิดว่า เขารักจริง” พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ เอ่ย
ก่อนจะอธิบายต่อถึงวิธีการหลอก ซึ่งจะมาเป็นแพทเทิร์นไม่ต่างกัน เข้ามาทัก มาขอคุยด้วย โดยมากมักอ้างว่า ตัวเองเป็นคนยุโรป หรือ อเมริกา ใส่รูปโปรไฟล์หล่อๆ มีไลฟ์สไตล์หรู จิบไวน์ นั่งเรือยอตช์ กินสเต๊กร้านหรู มีรถสปอร์ตขับ แต่คุยได้ไม่กี่วัน เริ่มบอกรัก บอกว่า อยากแต่งงานด้วย เพราะต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายกับผู้หญิงไทย จะโอนทรัพย์สินทุกอย่างมาตั้งรกรากที่นี่บ้าง แต่พอเหยื่อขอเจอตัว ขอคุยผ่านเว็บแคม ก็มักจะบ่ายเบี่ยง อ้างติดโน่น ติดนี่ กล้องเสียบ้าง สัญญาณโทรศัพท์ห่วยบ้าง สักพักก็จะเริ่มมีดราม่าสตอรี่ต่างๆ นานา เช่น ป่วยหนักต้องผ่าตัดไส้ติ่งแต่ติดขัดเรื่องเงิน บางคนก็บอกว่า มาถึงแล้วแต่โดน ตม.กักตัวบ้าง หรือของที่ส่งมาให้เหยื่อถูกศุลกากรดักไว้ เป็นต้น
สำหรับเคสที่โดนหนักๆ นั้น พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ เล่าว่า มีเหยื่อรายหนึ่งหลงเชื่อคนรักกำมะลอโดยโอนเงินไปให้รวมแล้ว 26 ครั้ง คิดรวมเป็นเงิน 33 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
“พวกนี้จะมีจิตวิทยาค่อนข้างสูง รู้ว่าเหยื่อต้องการอะไร มักจะไปส่องตามเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม คอยดูพฤติกรรมของเหยื่อ แล้วสร้างเรื่องต่างๆ นานาให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้ เหยื่อบางคนโอนเงินให้นานถึง 3 ปีจนเงินหมดเลยก็มี เคสที่เราจับได้ ก็ไปค้นห้อง พบเจอสมุดบันทึก เขาจะจดบันทึกการพูดคุยกับเหยื่อแต่ละราย เช่น ใช้ชื่อไมเคิลคุยกับสมศรีนะ ใช้ชื่อแอนโทนีคุยกับสมหญิงนะ แล้วถ้าคนไหนหลอกแล้วไม่สำเร็จ เขาก็จะขีดฆ่าชื่อนั้นทิ้ง คนไหนหลอกได้เงิน ก็จะจดไว้ว่า ได้เท่าไหร่แล้ว ครั้งไหนเท่าไหร่ แต่ส่วนมาก เขาจะเรียกเหยื่อว่า ดาร์ลิงบ้าง สวีทฮาร์ทบ้าง ซึ่งเหยื่อก็จะชอบ แต่ความจริงคือ เพื่อป้องกันความผิดพลาด หากเรียกชื่อผิด”
สำหรับกรณีของ “โรมานซ์ สแกม” นั้น เริ่มได้ตั้งแต่การหลอกให้รักผ่านทางออนไลน์ดังตัวอย่างข้างต้น ไปจนถึงการ “เรียกค่าไถ่” ซึ่งมักเกิดกับผู้ชาย โดยมิจฉาชีพมักจะมาในคราบหญิงสาวเซ็กซี่ และมีการชวนคุยส่อไปในเรื่องทางเพศ จากนั้นจะให้เปิดกล้องแล้วช่วยตัวเองโดยคนร้ายจะทำการอัดคลิปไว้แบล็คเมล์ ซึ่งลักษณะเช่นนี้มักเกิดกับผู้ชายที่หน้าที่การงานค่อนข้างดี ข้าราชการชั้นสูง หรือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูงๆ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุก็มักจะยอมโอนเงินไปให้เนื่องจากไม่อยากเสียชื่อเสียงให้กระเทือนตำแหน่งหน้าที่การงาน
ตามหารักแท้
แม้จะรู้ทั้งรู้ แถมยังเคยโดนหลอกมาแล้ว แต่สำหรับ จริยาภรณ์ บุญหนุน หญิงวัย 45 ก็ยังยืนยันที่จะตามหา “ความรัก” ในนิยามของ “ความมั่นคง” ซึ่งเธอเชื่อว่า อาจเจอได้จากผู้ชายชาวต่างชาติผ่านการติดต่อทางเว็บไซต์รวมถึงแอพพลิเคชันแชทต่างๆ โดยเธอบอกว่า ทำแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้ว ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า อาจเจอคนที่ประสงค์ไม่ดีก็ได้
“บางคนก็แก้เหงา” จริยาภรณ์เอ่ย ก่อนจะสรุปว่า จริงๆ แล้วการหาเพื่อนแบบนี้ส่วนใหญ่ก็คือการปูทางไปสู่การหา “คู่” ที่เหมาะสม โดยยืนยันว่า เหตุที่ผู้หญิงไทยกลุ่มหนึ่งคิดแบบนี้ก็เพราะผิดหวังในความรักจากผู้ชายไทย เช่นตัวเธอที่อยู่คนเดียวมากว่าสิบปีหลังร้างลาจากคนรักชาวไทย
“ก็คิดกันว่าคนต่างชาติเขาจะดูแลครอบครัวได้ดีกว่าผู้ชายไทย แต่ทั้งนี้อาจจะมีองค์ประกอบอะไรหลายๆ อย่าง ที่สุดแล้วเราอาจจะเจอหรือไม่เจอก็ได้”
จุดเริ่มต้นของการแชทกับชาวต่างชาติของจริยาภรณ์มาจากเพื่อนวัยเดียวกันแนะนำให้ “ลอง” เพราะอาจจะปิ๊งคนที่ถูกใจแบบที่เพื่อนคนนั้นเจอมาแล้วจนมีความเป็นอยู่ที่ดี ณ ต่างแดน
“การลอง” จึงมีมาต่อเนื่อง ตลอดเวลาสิบกว่าปี เคยมีชาวต่างชาติเดินทางไกลเพื่อมาพบเธอ แต่หลายครั้งที่เธอก็ต้องปฏิเสธไป
"ฝรั่งมีทุกรุ่น สิบแปดก็ยังมี บางทีมีเด็กๆ มา เราก็ไม่ไหว รุ่นลูกหมดเลยสิบแปด สิบเก้า มาเรียกเรา honey มันไม่ใช่ มันเด็กเกิน เราก็เลือก พวกประเดี๋ยวประด๋าวแล้วมาขอคุยเราก็จะไม่คุยนะ บางทีบางคนไม่รู้จักเราหรอก มาถึงมาขอสไกป์มันไม่ใช่ ส่วนใหญ่พวกที่ถูกหลอกก็จะเป็นแบบว่า เริ่มเล่นใหม่ๆ เจอกับคำหวาน มีเพื่อนเคยเจอ โดนหลอกจนประสาทเสียเลยนะ เขาให้ความหวังไง หวังว่า เขาจะบินมา อะไรอย่างนู้นอย่างนี้แล้วเขาไม่ได้มา คนเราพอมีความหวังก็เลยเสียใจ" จริยาภรณ์บอก
สิ่งที่ทำให้หลายต่อหลายคนยังเลือกที่จะคุยกับชาวต่างชาติในโลกออนไลน์ต่อก็เพราะเห็นตัวอย่างจากเพื่อนที่เจอคนที่คลิกกัน และพร้อมที่จะดูแลกันไปตลอด ซึ่งสำหรับจริยาภรณ์มองว่า เหตุผลที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกไม่ใช่เรื่องของ “ความรัก” มากเท่าเรื่องของ “ความมั่นคง”
“มันอยู่ที่บุคคลมากกว่า คนที่ทำงานตลอดเวลาจะไม่ค่อยมีเวลามาคิดเรื่องพวกนี้ จะไม่ค่อยมีเวลามาเหงา มาอะไร แต่ส่วนใหญ่ที่อายุ 40 ขึ้นไปที่ไม่ได้ทำงานก็อาจจะมี” จริยาภรณ์บอก
“เว็บไซต์ที่คุยกับต่างชาติได้ก็จะมีพวกสแกมเมอร์ (มิจฉาชีพ) เข้ามา มีพวกผิวดำที่มาหลอกผู้หญิง เขาไปเอารูปคนอื่นมาแล้วก็มาคุยกับเรา พูดจาหว่านล้อม ขอเงิน ก็โดนหมด เราก็ต้องรู้จักใช้วิจารณญาณในการที่จะพูดจะคุย เพราะผู้ชาย อยู่ๆ จะมาบอกรักเราปานจะกลืนกิน เป็นไปไม่ได้หรอก ผู้หญิงที่จะโดนหลอกง่ายๆ ส่วนหนึ่งเ กิดจากความผิดหวัง เกิดจากความว้าเหว่ แล้วพอคนพูดดีด้วย จะมาแต่งงานด้วย อย่างนู้นอย่างนี้ มันก็จะเป็นความหวัง" เธอเล่าต่อ
และด้วยความที่มีเพื่อนคอเดียวกันอยู่เยอะ ถ้าเจอว่า คนไหนไม่ใช่คนดี หรือเป็น “สแกมเมอร์” เธอก็จะส่งข่าวบอกเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ชอบแชทเหมือนกันเพื่อให้ระวังไว้ หรือถ้าไม่ถูกใจใครก็จะกด “บล็อค" ทันที
"ถ้าเสียเวลาก็เลิกคุย เวลามันสอนเรา มันทำให้เรารู้สึกว่า ไม่ทำมาหากิน จะรอแต่ให้ผู้ชายมาเลี้ยงมันก็ไม่ใช่ ถ้าเลี้ยงเราไม่ได้ ก็ไม่เอา เราก็ทำงานของเราเองได้” เธอบอก ทั้งฝากบอกไปยังสาวๆ คนอื่นว่า ถ้าคิดจะหาเพื่อนทางโลกออนไลน์ต้องมี “วิจารณญาณ” มากพอที่จะไม่หลงไปกับคำพูดหรือเปลือกนอกใดๆ
แม้อาจจะต้องใช้เวลา แต่ก็ต้องลอง เหมือนกับเธอที่ยังต้องค้นหาคนที่เธอจะ “เลือก” อยู่
วิกฤติ วัยกลางคน
แม้ว่าด้วยสถานะทางการเงิน บวกกับความเหงาที่มีเป็นทุนเดิม จะถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ “หญิงโสดรุ่นใหญ่” โดยเฉพาะในช่วงวัยตั้งแต่ 45 - 60 ปี ถูกหมายตาเป็นพิเศษจากเจ้าชายกำมะลอทั้งหลาย แต่ในทางจิตวิทยา เรายังสามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่านเรื่องของสภาวะความมั่นคงของช่วง “วัยกลางคน” ได้อีกด้วย เพราะพบว่า มีคนจำนวนหนึ่งที่เมื่อชีวิตล่วงเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปชนิดที่บางครั้งคนรอบข้างอาจนึกไม่ถึง ซึ่งในทางวิชาการเรียกภาวะเช่นนี้ว่า ‘Midlife Crisis’ หรือ วิกฤติวัยกลางคน
“วัยกลางคน เป็นวัยที่น่าจะมีความมั่นคงในทุกด้าน ผ่านการสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างชีวิต ชีวิตจะค่อยๆ ลงตัวในทุกเรื่อง ถ้าเทียบกับคนวัยเดียวกัน ที่เขาประสบความสำเร็จ หน้าที่การงานดี แต่งงานมีครอบครัวแสนสุข มีลูกดีๆ ก็อาจรู้สึกหวั่นไหวว่า ตัวเองยังไม่สมบูรณ์นัก และอาจตามมาด้วยภาวะที่เรียกว่า ‘Empty-nest syndrome’ หรือความว่างเปล่า หันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอใคร ก็ยิ่งมีผลต่อมุมมอง หงุดหงิดในชีวิต เบื่ออะไรบางอย่าง มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจปุบปับ หรือบางทีก็อาจจะทุ่มเทกับอะไรแบบไม่สมเหตุสมผล” พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบาย
ความเปลี่ยนแปลงชนิดฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนวัยนี้ก็เป็นได้ตั้งแต่ อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาลาออกจากงาน ไม่ก็หย่ากับสามีหรือภรรยา บ้างก็มีเมียน้อย บางคนก็ขายบ้าน หรือเอาเงินเก็บก้อนใหญ่ไปซื้อรถสปอร์ต หรือบางคนก็ลุกขึ้นมามีความรักอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ มีความเกี่ยวพันกับเรื่องของช่วงวัย
“เรื่องโดนหลอก จริงๆ มันก็เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีด้วย เพราะถึงจะผ่านโลกมาเยอะ แต่สำหรับอายุในโลกออนไลน์ เขาก็เหมือนยังเป็นเด็ก แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีความเกี่ยวพันกับวิกฤติวัยกลางคนด้วยเช่นกัน” พญ. พรรณพิมล เอ่ยแสดงความเห็นกรณีที่หญิงวัยตั้งแต่ 45 - 60 ปีมักจะตกเป็นเหยื่อของ “หลอกรักออนไลน์” ทั้งๆ ที่ด้วยวัยควรจะมีความคิดยับยั้งชั่งใจมากกว่าวัยรุ่น
พร้อมฝากคำแนะนำถึงใครที่กำลังประสบภาวะดังกล่าว ซึ่งโดยมากเลือกที่จะไม่ปรึกษาใคร เพราะอาจจะด้วยวัยที่สูง ทำให้ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่า ตัวเองมีปัญหา หรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต การแก้ปัญหาด้วยตัวเองจึงเป็นทางออกที่เหมาะสม เช่น มองหากิจกรรมสร้างสรรค์ทำโดยจะเป็นอะไรก็ได้ที่ทำแล้วตัวเองรู้สึกดี เกิดคุณค่าในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเข้าวัดก็ได้ หาเรื่องที่สนใจ ทำเพื่อให้ได้ใช้เวลาอย่างมีค่า ไม่หมกมุ่นในเรื่องของตัวเอง
“กลับมาทบทวนตัวเราเอง ถ้าชีวิตกำลังเดินหน้า ก็ให้ค่อยๆ เดินต่อไปอย่างมั่นคง แต่ถ้ากำลังติดขัดอะไรสักอย่าง ก็ให้ค่อยๆ ถอยกลับมาแก้ไข หรืออาจจะรีสตาร์ทใหม่อีกรอบ ลดการเปรียบเทียบกับคนอื่น เลือกมองเรื่องที่เราชื่นใจ”
ส่วนถ้าถามคำแนะนำจากฝั่งตำรวจไซเบอร์อย่าง พ.ต.อ. ศิริวัฒน์
เขาแนะทริคง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ คือ “โซเชียลเป็นโลกสมมติ สำคัญที่สุดคือ ต้องเจอตัวจริง” ฉะนั้นถ้ายังไม่เคยเจอหน้า หรือพบตัวเป็นๆ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะควรโอนเงินให้คนอื่น
###
สัญญาณเตือน “รักหวังหลอก”
1) ตกหลุมเราเร็วเว่อร์ ไม่ถึงอาทิตย์เรียก ‘ที่รัก’ สักพักขอแต่งงาน
2) กล้องเสียตลอด ไม่ยอมให้เห็นหน้า บ่ายเบี่ยงเมื่อขอเจอตัว
3) อินเลิฟไม่นาน พาลมีเรื่องให้ต้องเสียเงิน
4) บอกเป็นฝรั่ง (ยุโรป, อเมริกา) แต่ดันห่วยภาษาอังกฤษ
5) คุยไปคุยมา ชวนเปิดกล้องเล่นเซ็กส์ออนไลน์ (เหยื่อมักเป็นผู้ชาย)





