'หลินฮุ่ย'แท้ง! สวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงเศร้าตกไข่ช้าเกินไป

'หลินฮุ่ย'แท้ง! สวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงเศร้าตกไข่ช้าเกินไป

สวนสัตว์เชียงใหม่ แถลงข่าวเศร้า "หลินฮุ่ย" แท้ง หลังพบตัวอ่อนถูกดูดกลับ ระบุสาเหตุตกไข่ช้าเกินไป น้ำเชื้อไม่มีคุณภาพ

เตรียมผสมเทียมอีกรอบปีหน้า พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญจากจีนเข้ามาประจำ เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมอาหารสโมสรแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้จัดให้มีการแถลงความคืบหน้าการตั้งท้องของแพนด้าหลินฮุ่ย โดยมีนายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ,นส.พ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย และนายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าว

  นส.พ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย กล่าวสรุปการตั้งท้องของหลินฮุ่ยว่า จากการดำเนินงานพบการเป็นสัดของหลินฮุ่ยในช่วงวันที่ 10-21 มิถุนายน 2558 และได้ทำการผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อสดของช่วงช่วงไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน เวลา 02.00 น.หลังจากทำการผสมเทียมคณะทำงานโครงการแพนด้าได้ทำการติดตามการตั้งท้องอย่างใกล้ชิด โดยการติดตามตรวจฮอร์โมนจากปัสสาวะ การสังเกตพฤติกรรม สังเกตการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพภายนอกของร่างกายและการอัลตราซาวนด์

โดยพบว่าระดับโปรเจสเตอโรนที่เป็นฮอร์โมนควบคุมการตั้งท้องเพิ่มขึ้นจากระดับปกติในช่วงวันที่ 62- 80 วันหลังผสมเทียม และได้ทำการอัลตราซาวนด์พบตัวอ่อน ในวันที่ 81-82 วันหลังผสมเทียม หลังจากนั้นได้ติดตามโปรเจสเตอโรนอย่างต่อเนื่องพบว่ามีการเพิ่มขึ้นตามลำดับและสูงที่สุดที่ระดับ 620 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมครีตินีน ในวันที่ 22 กันยายน 2558 หรือระยะเวลา 93 วันหลังผสมเทียม ในช่วงที่พบระดับโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น พบว่าหลินฮุ่ยมีพฤติกรรมการตั้งท้อง คือ มีการนอนเพิ่มมากขึ้น มีการกินอาหารลดลง พบการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะเพศมีการบวมแดง มีการขยายใหญ่ของเต้านมและเมื่อบีบพบว่ามีน้ำนมสีขาวขุ่นออกมา ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดที่มีเปรียบเทียบกับข้อมูลของแพนด้าที่จีน หลินฮุ่ยน่าจะมีการเกิดลูกได้ในช่วงวันที่ 9 -28 ตุลาคม 2558

หลังจากระดับฮอร์โมนลดลงจนใกล้ถึงระดับปกติหลินฮุ่ยมีพฤติกรรมการเลียอวัยวะเพศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะทำงานได้เฝ้าระวังคลอดอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อไม่พบการเกิดลูกในช่วงวันที่กำหนด จึงทำการอัลตราซาวนด์อีกครั้งในวันที่ 30 ตุลาคม หรือ 131 วันหลังผสมเทียม ผลคือยังพบตัวอ่อนและมีโครงสร้างขยายใหญ่ขึ้น จึงได้ติดตามเฝ้าระวังการคลอดต่อไป และระดับโปรเจสเตอโรนก็ลดลงจนถึงระดับปกติในวันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา 135 วันหลังผสมเทียม จนถึงวันนี้ 149 วันหลังผสมเทียม เป็นเวลา 14 วันหลังจากพบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลงสู่ระดับปกติแล้ว แต่ยังไม่พบการเกิดลูก และพฤติกรรมของหลินฮุ่ยก็เปลี่ยนแปลงจากแพนด้าใกล้เกิดลูกกลับมาเป็นพฤติกรรมปกติ คาดว่าตัวอ่อนเกิดการดูดกลับไปแล้ว เพื่อนำใช้ไปในร่างกายและขับถ่ายออกมา แสดงว่าการตั้งท้องของหลินฮุ่ยครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลินฮุ่ยมีการตั้งท้องและมีการพัฒนาตัวอ่อนมาอย่างต่อเนื่อง แต่เกิดการแท้งในช่วงกลางๆของการตั้งท้องและตัวอ่อนที่กำลังพัฒนาอยู่ได้ถูกดูดซึมกลับไป ทั้งนี้ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากจีนให้ปรับแสง อุณหภูมิให้ตรงกับจีนมากที่สุด เพื่อให้หลินฮุ่ยได้นอนหลับในช่วงกลางคืนในช่วงฤดูหนาวให้ได้มากที่สุด เนื่องจากที่จีนจะมืดเร็วช่วงเวลากลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน จึงอยากให้ปรับแสงในช่วงกลางคืนให้มืดสนิทเลียนแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นทางสวนสัตว์เชียงใหม่จะใช้โอกาสในช่วงฤดูหนาวนี้ดำเนินการในทันที เพื่อให้ใกล้เคียงกับทางจีนให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นจะค่อยปรับแสงให้สว่างตามระยะเวลา เพื่อเป็นการกระตุ้นการติดสัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนในปี 2559 เพราะคุณภาพน้ำเชื้อของตัวผู้จะดีที่สุดในช่วง 3 เดือนนี้ คาดว่าการตกไข่ของหลินฮุ่ยที่เกิดความล้มเหลวในปีนี้นั้นเกิดจากการตกไข่ที่ช้าเกินไป น้ำเชื้อที่ได้ยังไม่มีคุณภาพที่จะทำให้ตัวอ่อนอยู่รอดตลอดการตั้งท้อง ต้องเลื่อนขึ้นมาอีกประมาณ 3 เดือน ทางสวนสัตว์เชียงใหม่จึงจะทดลองปรับช่วงเวลาวงจรชีวิตของหลินฮุ่ย

สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากจีนนั้นจะเดินทางมาประจำที่สวนสัตว์เชียงใหม่เป็น เวลา 3 เดือน ในช่วงกุมภาพันธ์- เมษายน 2559 หลังจากนั้นจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพด้านการผสมเทียมจะเดินทางเข้ามาใกล้ๆ วันที่หลินฮุ่ยจะตกไข่ เพื่อจะดำเนินการให้เกิดความเชื่อมั่นได้สูงสุดว่าหลินฮุ่ยจะมีลูกได้ในฤดูกาลหน้า

นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สำหรับแผนขั้นต่อไปได้ทำการประสานงานกับทางจีนในการเข้ามาตรวจเยี่ยมแพนด้าในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ โดยจะให้เข้ามาดูระบบการทำงานของทีมแพนด้าไทยเพื่อรับการแนะนำหากมีอะไรต้องดำเนินการปรับปรุงจะได้เร่งดำเนินการ เพื่อจัดกระบวนการให้เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์แพนด้าในประเทศไทย หลังจากนี้ในช่วงต้นปีหน้าประสานนำผู้เชี่ยวชาญจากจีนมาประจำที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อมาดูแลแพนด้าในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด