ปู่จำเป็นงง! แม่ตัวจริงอยากเอาลูกเลี้ยงเอง วอนเห็นใจเด็ก

ปู่จำเป็นงง! แม่ตัวจริงอยากเอาลูกเลี้ยงเอง วอนเห็นใจเด็ก

ยังไม่จบ! "ปู่จำเป็น" วอนขอแม่ตัวจริงเด็กหญิง4ขวบ เห็นใจลูก อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจ รอให้พร้อมก่อน เชื่อเด็กยังรับไม่ได้ว่าใครเป็นพ่อแม่ปู่ย่า

จากเกิดกรณีแม่ตัวปลอมที่ชัยภูมิถูกจับคุมตัวได้และถูกส่งตัวมาดำเนินคดี สภ.เมืองขอนแก่น ในข้อหาลักขโมยเด็กจากแม่ตัวจริงที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2554 ที่ผ่านมาก่อนจะนำตัวมาฝากปู่ย่าเลี้ยงไว้ที่ จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่คลอดได้ 2 วันจนอายุ 4 ขวบและมีการเจรจาเพื่อยุติปัญหาว่าเด็กจะอยู่กับครอบครัวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดเพื่อให้ปรับตัวได้ก่อนจะสร้างความคุ้นเคยกับแม่ตัวจริงและกลับมาอยู่ในอ้อมกอดแม่ตัวจริงเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

แต่ล่าสุดวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น แม่ตัวจริงและตาทวดแท้ๆของเด็กหญิง 4 ขวบ เดินทางกลับไปที่ จ.ขอนแก่น แต่กลับเปลี่ยนใจโดยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่าการไปมาหาเด็กที่ จ.ชัยภูมิไกล ไป-มาลำบาก และอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตัดสินปัญหานี้ให้โดยเร็วอีกครั้ง เพราะต้องการที่จะรับเด็กกลับไปอยู่ในความดูแลที่ จ.ขอนแก่นในเร็ววันนี้

เรื่องนี้ล่าสุด นายสาคร ชิดขุนทด วัย 52 ปี ปู่จำเป็น ออกมาเปิดเผยว่า ก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเมื่อมีการพูดคุยกันแล้วพร้อมที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเข้ามาช่วยเป็นสักขีพยานว่า ตกลงว่าจะช่วยกันดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องข้าวหอมร่วมกันไปก่อนอีกระยะก่อน เพื่อให้หลานปรับตัวได้ก่อน และทางเราเองก็พร้อมจะให้แม่แท้ๆของเด็กรับตัวไปดูแล แต่เราขอว่าขอให้น้องปรับตัวให้ได้ก่อนเท่านั้น ที่เราอยากให้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อที่จะไม่ให้น้องข้าวหอมเกิดผลกระทบทางสภาพจิตใจหนักไปมากกว่านี้จากนี้ให้น้อยที่สุด เอาตัวเด็กเป็นหลักที่หากจะรับตัวไปอยู่ด้วยที่ จ.ขอนแก่นเลยตอนนี้น้องคงปรับตัวไม่ทันแน่

“ตอนนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อมาจากตัวแม่เด็กและตาทวดแท้ๆของเด็กเลย หลังมีการพูดคุยกันรู้เรื่องทุกฝ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังทราบว่ามีข่าวออกมาว่าทางฝ่ายแม่ตัวจริงมีการเปลี่ยนใจและจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินและขอนำเด็กไปอยู่ที่ขอนแก่นเลยอีกในตอนนี้ จึงอยากขอวิงวอนเห็นต่อสภาพจิตใจเด็กด้วย ซึ่งเราปู่ย่าเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดตั้งแต่มีอายุ 5 วันจนปัจจุบัน 4 ขวบ หากน้องรับไม่ได้ปรับตัวไม่ทันเกิดคิดว่าไม่มีใครรัก ถูกปู่ย่าพ่อแม่ที่เด็กเข้าใจว่าเป็นตัวจริง ทอดทิ้งและจะเกิดปัญหาต่อตัวน้องว่าเกิดมาไม่มีใครรักเธอจริงต่อไปได้ และอาจถูกมองว่าปู่ย่า พ่อแม่ทอดทิ้งให้ไปอยู่กับคนอื่นเลย เรื่องกระทบต่อสภาพต่อจิตใจเด็กก็จะไปกันใหญ่หากเด็กยังไม่พร้อมที่จะคุ้นเคยกันก่อนได้”นายสาคร กล่าว

เขาบอกอีกว่า ซึ่งทางเราปู่ย่าจำเป็นก็พร้อม หากเด็กพร้อมจะไปอยู่กับแม่จริงๆ และครอบครัวที่แท้จริงเราก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้อีก หรือหากว่าเห็นว่าการเดินทางมาที่ จ.ชัยภูมิ ลำบากไกล จะช่วยกันสลับให้ทาง จ.ชัยภูมิ ค่อยๆพาน้องไปหาเพื่อช่วยกันทำความคุ้นเคยให้มากขึ้นทางนี้ก็ยินดี ไปมาหาสู่สลับกันได้ตลอดเราก็พร้อม แต่จะให้รับเด็กไปอยู่เลยทันทีในช่วงนี้น่าจะเป็นผลเสียต่อตัวน้องข้าวหอมมากกว่า

“ผมจึงอยากให้หลายฝ่ายเห็นใจในเรื่องนี้ด้วย เราไม่ได้กีดกันอะไร ขอให้เด็กมีความพร้อมก่อนก็จบ ก็งงๆเหมือนกัน ซึ่งล่าสุดตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าพูดคุยกันแล้วก็จะมาเปลี่ยนใจอีก ทำไมเป็นอย่างนี้” นายสาคร บอก