วธ.นำทูต19ประเทศทัวร์วัฒนธรรมสระแก้ว-กัมพูชา

วธ.นำทูต19ประเทศทัวร์วัฒนธรรมสระแก้ว-กัมพูชา

วธ.นำทูต 19 ประเทศ ทัวร์วัฒนธรรม สระแก้ว-กัมพูชา ชมแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ปูทางสูามรดกโลก พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์สู่ประชาคมอาเซียน

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูต 19 ประเทศที่เดินทางเพื่อร่วมกิจกรรมโครงการวัฒนธรรมสัญจรสำหรับคณะทูตานุทูต ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย. นี้ ณ จ.สระแก้ว ว่า วธ.ได้ดำเนินโครงการวัฒนธรรมสัญจรสำหรับคณะทูตานุทูต เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งมรดกวัฒนธรรมและศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงเพื่อนำชมแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและแหล่งที่มีศักยภาพจะเสนอชื่อขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลกในอนาคตให้เป็นที่รับรู้ในสังคมโลก ซึ่ง วธ.ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องรวม 8 ครั้ง ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ที่แหล่งมรดกโลกสุโขทัย ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อปี 2551และปี 2552 ครั้งที่ 3 ที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี  เมื่อปี 2553 ครั้งที่ 4 เส้นทางวัฒนธรรมปราสาทพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และแหล่งมรดกโลกเขาใหญ่ จ.นครราชสีมาและจ.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2554 ครั้งที่ 5 นครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2555 ครั้งที่ 6 จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2556 ครั้งที่ 7 ที่ จ.น่าน เมื่อปี 2557 และครั้งที่ 8 ที่ จ.อุดรธานีและนครหลวงเวียงจันทร์ ต้นปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะมีคณะทูตานุทูตเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นทุกปี

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า โครงการวัฒนธรรมสัญจรสำหรับคณะทูตานุทูตครั้งที่ 9 วธ.นำคณะทูตานุทูตสัญจร ที่ จ.สระแก้ว และ จ.บันเตียเมียนเจย กัมพูชา วันที่ 6-8 พฤศจิกายน โดยมีคณะทูตานุทูตเข้าร่วมกิจกรรม 19 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา เบลเยี่ยม กัมพูชา ชิลี เช็ก เฮลเลนิก (กรีซ) อินโดนีเซีย อิสราเอล คูเวต ลาว ลิเบีย โอมาน ปานามา เปรู สเปน ศรีลังกา สวิส ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม ทั้งนี้แหล่งโบราณคดีและแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ที่จัดกิจกรรมสัญจรของ จ.สระแก้วมีพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับ จ.บันเตียนเมียนเจย ทำให้มีแหล่งมรดกวัฒนธรรมร่วมสมัยกัน อาทิ ปราสาทบันทายฉมาร์ และปราสาทบันทายทัพ แสดงถึงความสัมพันธ์มาอย่างยาวนานระหว่างสองประเทศ

 อีกทั้งยังมีปราสาทสด๊กก๊อกธม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงเป็นโอกาส อันดีที่จะเผยแพร่แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแก่คณะทูตานุทูต รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ แสดงถึงการบูรณาการความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อน

บ้านในภูมิภาคเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งเสริมความรู้ มรดกทางวัฒนธรรมและ      อัตลักษณ์ระดับภูมิภาคร่วมกัน 

" การนำคณะทูตานุทูตสัญจร เยี่ยมชมแหล่งมรดกวัฒนธรรมครั้งนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนด้วย และยังมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ เยี่ยมชมโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ โครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นศูนย์อนุรักษ์และพัฒนากระบือไทยควบคู่กับการพัฒนาด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับประชาชน และเยี่ยมชมแหล่งหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงบ้านหันทราย อ.อรัญประเทศ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้จะทำให้คณะทูตานุทูตที่เข้าร่วมโครงการเล็งเห็นถึงคุณค่าความสำคัญของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม แหล่งศิลปหัตถกรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การบริหารจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนด้วย "

 ด้านนางอัมรา ศรีสุชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและโบราณคดี กรมศิลปากร  กล่าวบรรยายสรุปประวัติพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ว่า ในอดีตพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน เป็นพระที่นั่งสำคัญภายในพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งใช้เป็นท้องพระโรง ต่อมาได้ปรับปรุงเป็นห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทย และปัจจุบันกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้บูรณะพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2558 เรื่อง“ประวัติศาสตร์ชาติไทย” โดยนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ 111 ชิ้น ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ นำมาจัดแสดงเพื่อให้เกิดความทันสมัย และอำนวยความสะดวกในการเข้าชมในผู้เข้าเยี่ยมชม