หลังฝุ่นตลบจากการแห่ซื้อและจองลอตเตอรี่ราคาถูก นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ค้ารายย่อยผู้ยังไม่เคย “ถูกหวย” จังๆ หลังเปิด “เสรี”
เมื่อมีเสียงบ่นถึงราคาของหวยให้ได้ยินทุกงวดไม่ว่าจะจากผู้ซื้อหรือผู้ค้า เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจึงได้ประกาศ “โครงการสั่งซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล” เพื่อความยุติธรรมและเพื่อให้หวยราคา 80 บาทเท่ากันทุกแผงทุกใบ
สลากฯ จากเดิมที่มีอยู่ 74 ล้านฉบับ ถูกสั่งให้ผลิตเพิ่มเป็น 100 ล้านฉบับ โดยส่วนที่เพิ่มมาจะขายให้ผู้ค้ารายย่อยในราคาใบละ 70.40 บาท
เมื่อผู้ค้ารายย่อยรู้ว่า สามารถสั่งซื้อสลากฯ ในราคาถูกได้เองผ่านธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ ก็มียอดลงทะเบียนรับสิทธิที่เรียกได้ว่า “ถล่มทลาย” ในจำนวนเหยียบแสน
ฉากเปิดเหมือนจะเรียกเสียงเฮจากผู้ค้า(หน้าใหม่)ได้ดังสนั่น แต่ยังไม่ทันไร หลังเปิดให้จองไปแล้ว 2 ครั้งก็เริ่มมีเสียงโห่จากผู้ค้าตัวจริงดังยิ่งกว่า เพราะฝันที่ว่า จะมี “หวยเสรี” แบบไม่ต้องพึ่งยี่ปั๊วนั้นต้องฝ่าด่านอรหันต์ไม่รู้กี่ด่าน
สู้เพื่อ 70.40 บาท
โครงการฯ ใหม่นี้เปิดให้ผู้ค้าสลากรายย่อยสั่งซื้อสลาก (สลากสั่งซื้อ) หรือสั่งจองสลากงวดถัดไป (สลากสั่งจอง - ในกรณีที่ยอดสั่งซื้อเต็ม) ได้เองผ่านทั้งทางหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม และระบบเน็ตแบงค์ โดยมีเงื่อนไขว่า สลากจะถูกจัดสรรก็ต่อเมื่อมียอดสั่งซื้อทุก 10,000 เล่ม หรือ 1 ล้านฉบับ หากครบ 10,000 เล่มแล้ว ธนาคารจะส่ง SMS แจ้งให้รู้ว่าได้รับการจัดสรรสลากงวดนี้ ซึ่งจะระบบจะเปิดในวันที่ 3-7 และ 18-22 ของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป โดยครั้งแรกกำหนดให้จองได้ไม่เกินคนละ 50 เล่ม ครั้งต่อมาก็เหลือไม่เกิน 15 เล่ม
จากเมื่อก่อน 1 และ 16 คือวันสำคัญสำหรับ “คนเล่นหวย” ที่คนซื้อก็คอยลุ้นรางวัล ส่วนคนขายไม่ออกก็ต้องลุ้นให้มีลูกค้าก่อนหมดเวลา แต่หลังจากมีโครงการฯ ใหม่ กลายเป็นว่า 3 และ 18 คือวันที่มีอะไรให้ลุ้นยิ่งกว่า
...ลุ้นว่า ตัวเองจะกดซื้อหวย (เสรี) ได้ไหม
เพราะถ้าไม่ได้! หมายความว่า งวดนั้น หรืองวดหน้า ก็ต้องหันไปซบอกยี่ปั๊วขาโหดตามเดิม
“จองทุกครั้ง แต่ไม่เคยได้เลย” พิมพ์สุภา สถิรวัฒนนานนท์ หรือ ป้าตัน ผู้ค้าหวย วัย 68 ปี ย่านหมู่บ้านบัวทอง จ.นนทบุรี เอ่ยสั้นๆ ถึงภาระใหม่ของเธอที่ต้องไปยืนประจำหน้าตู้เอทีเอ็มในหมู่บ้านตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อกดซื้อหวยตามโครงการสั่งซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล
แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยี แต่ก่อนหน้าจะลงสนามปฏิบัติภารกิจกดสั่งหวย ป้าตันที่ซื้อและขายหวย “ด้วยมือ” มา 20 ปี ก็ได้ไปศึกษาวิธีการกดเอทีเอ็มทุกขั้นตอนจากธนาคารมาเรียบร้อย โดยมีลูกสาววัย 38 เป็นลูกมือ ช่วยกันกดในวันจริง
"ครั้งแรกก็ 13 นาที (จองสลากล่วงหน้างวดวันที่ 16 ต.ค.58) ป้าก็ไม่ทัน รอบหลังนี่ (จองสลากล่วงหน้า ประจำงวดวันที่ 16 พ.ย. 2558) เกือบชั่วโมงนึงก็ไม่ได้ กดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ กดทางตู้เอทีเอ็ม จังหวะเรากดไม่ได้ เราก็ต้องถอย ก็ต้องไปเข้าคิวๆ พอถึงก็.. อ้าว เต็มแล้ว” ป้าตันเล่าพลางว่า ไม่รู้ดวงเธอไม่ดีหรือเป็นเพราะอะไรแน่!!
ไม่ต่างกับ นิตยา แสงพูล วัย 34 ผู้ค้าหวย จ.นครนายก ที่เมื่อกลางเดือนตุลาคม กลับบ้านไปซื้อสลากตามโครงการฯ ที่ธนาคารของ อ.วังสะพุง จ.เลย ก็ผิดหวัง ไม่ได้สลากฯ ราคาถูกอย่างที่ตั้งใจ
"ที่ธนาคาร เขาจะมีบัตรคิวให้จับไว้ตั้งแต่วันก่อนจะจองหวย ถึงวันจอง เราไปรอ ตีห้า หกโมงเราก็ไปรอกันแล้ว แต่ว่าเราได้บัตรคิว เราก็ยังจองไม่ได้ เรากับหลานจับได้คิวที่ 32 34 เราก็เลยตระเวนหาตู้ เขาบอกกันว่า ตู้นึงมันได้น้อย ถ้าสามสี่คนเข้าไป ก็จะเต็ม เราก็เลยกระจายกัน ไปจองถึงท่าลี่ ด่านซ้าย ก็เต็มเหมือนกัน” นิตยาเล่าถึงวันอันชุลมุนที่ตอนแรกเธอวางแผนไว้ว่า ในกลุ่มของเธอมีกัน 3 คน ถ้าคนใดคนหนึ่งจองได้ เอามาหารแบ่งกันก็ยังดี แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น
สุดท้าย ก็ต้องกลับไปซื้อหวยจากยี่ปั๊วใบละ 76-77 บาทตามเคย...
คนพร้อมได้ไปต่อ
เตรียมตัวไปจองก่อนคนอื่นแค่ไหน ก็อาจจะไม่ทัน ถ้าไม่ได้สถานที่หรือมีอุปกรณ์ ความรู้ รวมไปถึง “เงิน” ที่พร้อมกว่า
"ผมต้องหาสถานที่แบบไม่มีคนจริงๆ ขอเขาเลยอ่ะ ยกมือไหว้ พี่ขอนะ ผมขอจองหวยก่อน ตัวผมเป็นคนพิการอย่างงี้ๆ ต้องเอาให้ได้จริงๆ” เสน่ห์ โพธิ์ดี วัย 32 ผู้ค้าหวย จ.เพชรบูรณ์ เล่า แม้เขาจะพิการนั่งรถวีลแชร์ แต่เพื่อต้นทุนที่ถูกกว่า เขาก็ต้องพยายามให้ได้
“สองโมง (8.00 น.) นี่สแตนด์บายเลย บอกเลยว่า ถ้าเอทีเอ็มต่อกันเกิน 3 คน นี่จบเลย ไม่ทันแน่ๆ ต้องไปหาตู้อื่น แต่อย่างตามปั๊มนี่ไม่ต้องเลย ยังไงก็มีคนมา เป็นญาติกัน มาช่วยกันกด”
ปกติเสน่ห์จะซื้อหวยจากยี่ปั๊วย่านคอกวัวที่ตอนนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ ใบละ 79-82 บาท เมื่อมีโอกาสที่ไม่ต้องพึ่งยี่ปั๊วได้ เขาก็ศึกษาทั้งหมด ทั้งระบบเน็ตแบงค์ และเอทีเอ็ม แถมยังกู้เงินจำนวนหนึ่งแสนบาทเพื่อนำมาเข้าบัญชีธนาคารเอาไว้ เขาเองเคยผิดหวังจากการจองครั้งแรก แต่ครั้งล่าสุด เขาก็ลองอีกครั้ง สุดท้ายเขาก็ได้รับ SMS บอกว่า ท่านได้สั่งจองสลากงวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 ได้แล้ว
“เอทีเอ็มเด้งตลอด ของผมกดอยู่ประมาณ 30 ครั้ง เด้งๆๆ อยู่นั่นแหละ สักพักแล้วผมก็ได้” เสน่ห์บอก แต่ก็เอ่ยสงสารคนที่ไม่ได้ เพราะยังเข้าไม่ถึงระบบแบบใหม่
“ชาวบ้านบางคน พูดง่ายๆ คือ เขากดเอทีเอ็มไม่เป็น แล้วจะให้เขาไปกดทำรายการทางเน็ตแบงค์ มันลำบาก ถ้าจะทำ มันก็อาจจะมีทางเคาน์เตอร์ทางธนาคาร อย่างผู้พิการทางสายตาแบบนี้ก็ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่อย่างเดียว แต่เวลาล่ะ.. ธนาคารเปิด 8.30 ก็ไม่ทันแล้ว มันหมดไปแล้ว” เสน่ห์แนะนำว่า ควรจะเปิดทุกระบบให้พร้อมกันเวลาเดียวไปเลยเพื่อความเท่าเทียม
“ผมจองได้ 95 เล่ม” ณรงค์ชัย พูลสวัสดิ์ ผู้ค้าสลากฯ วัย 38 บอก ก่อนจะอธิบายว่า เขารับอาสาเพื่อนในสมาคมเพื่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการอีก 7 คน จองสลากให้ แล้วเขาก็จองให้ได้ทุกคนผ่านทาง Internet Banking
“ผมเป็นคนพิการขายสลาก ก็มีน้องๆ อยู่ในกลุ่ม น้องๆ พิการจะเข้าไม่ถึง จะไปธนาคารก็ไม่ได้ ไปเอทีเอ็มก็ลำบาก เขานั่งวีลแชร์กันส่วนมาก ก็เลยต้องมารวมให้ผม จองด้วยเครื่องคอมฯ ที่บ้าน สลากสั่งซื้อไม่ทัน สิบนาทีแรกเข้าไม่ได้เลย เพราะว่าเน็ตเราไม่เร็วพอ ก็ได้สลากสั่งจอง" ณรงค์ชัยเล่า และบอกว่า งวดต่อไป เขาจะลงทุนเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตจาก 10 เมกะไบต์ เป็น 20 เมกะไบต์ เพื่อโอกาสที่มากกว่า และที่สำคัญ เพื่อต่อสู้กับบรรดายี่ปั๊วที่ก็มีหน่วยคอยระดมกดสั่งซื้อ สั่งจองเช่นกัน
"มีข่าวมาว่า ยี่ปั๊วเขาจะจ้างคนมาลงทะเบียนเยอะ จะมีการแข่งขันสูงมาก แล้วก็ยี่ปั๊ว นายทุน ความพร้อม เขามีเยอะกว่าเราเยอะ ทั้งความเร็วเน็ต เงินทุน ทั้งอะไร เขาพร้อมหมด ได้เปรียบหมดทุกด้าน เราก็ต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มความเร็วเน็ตของเราให้ทันเขา เพราะถ้าจองไม่ทัน แย่แน่ เพราะตอนนี้ราคาส่งอยู่ที่ 79 - 80 บาท” ณรงค์ชัยเสริม
เมื่อความพร้อมทาง “เทคโนโลยี” และ “เงิน” คือหัวใจสำคัญในการจอง คนที่พร้อมจึงอาจไม่ใช่ “ผู้ค้าสลากรายย่อย” ตัวจริงเสียงจริง เพราะมีข้อมูลที่ทางกลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยได้กันมาว่า เหล่าขาใหญ่อย่างยี่ปั๊วก็ลงมาแย่งตลาดนี้ด้วยเช่นกัน โดยใช้วิธีจ้างคนให้เปิดบัญชีจำนวนมากเพื่อเพิ่มโอกาสในการจอง
..ฉะนั้นศึกครั้งนี้ก็ยังคงมีผู้แข่งขันหน้าเดิมๆ
“ตาสีตาสาชาวบ้านไม่ทันหรอก ยี่ปั๊วเขาลงพื้นที่เอาชาวบ้านทั่วไปนี่แหละที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไปเปิดบัญชี ให้ค่าจ้างเดือนละ 500 แล้วเขาเก็บหลักฐานไว้ แล้วให้เด็กเขาเข้าระบบจอง เพื่อนในกลุ่มเขาก็ส่งข่าว ส่งรูปมาให้ดู ก็เหมือนระบบโควตาที่ผ่านมา เอารายชื่อไปลง แล้วเซ็นสัญญาเป็นปี รับเงินไป พอเป็นระบบใหม่ เขาก็ปรับตัวใช้วิธีนี้” เสน่ห์อธิบายข้อมูลที่ตรงกัน
เสรีอย่าง “เท่าเทียม”
เมื่อคนขายหวย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตัวเลขลองคำนวณเงินที่ต้องใช้เพื่อให้ได้ “หวยเสรี” ไว้ในครอบครอง ก็ถึงกับต้องกุมขมับ เพราะจะลองกดสั่งหวยที ต้องใช้เงินมากกว่าเดิม 2 เท่า เนื่องจากยังไม่ทันขายหวยงวดปัจจุบันหมด ก็ต้องมีเงินสำรองไว้ในบัญชีเตรียมเอาไว้ก่อนจะถึงวันที่ 3 หรือ 18
“เราต้องไปวางล่วงหน้า ปกติ เราซื้อ 10 เล่ม เราก็ใช้เงินแค่ก้อนเดียว แต่พอมีระบบใหม่ เราต้องไปวางเงินก่อน เงินเราก็ไปกองอยู่ที่ธนาคาร 10 เล่ม มันต้องไปหากู้ยืมกันอีก แล้วมันก็มีปัญหาเลย คือคนไปหากู้หนี้ยืมสิน แล้วจองไม่ได้แบบนี้ ต้องเสียดอกกันรายวัน ปวดหัวหนักเลย ระบบแบบนี้ต้องใช้ทุนหนา มันเหมาะกับนายทุน” เสน่ห์อธิบายถึงเหตุที่เขาต้องกู้เงินจำนวน 100,000 บาทไว้เพื่อซื้อสลาก 10 เล่ม ในราคา 70,400 บาท
ขณะนี้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ที่เมื่อรู้ว่า จะพิมพ์สลากฯ ไม่อั้นก็รีบไปหาเงินทุนมาไว้ก่อน ฉะนั้นนอกจากจะอยากให้มีการตรวจสอบคนที่สั่งซื้อหรือจองสลากฯ ล่วงหน้าว่า เป็น “ตัวจริง” ไหม เสียงจากคนขายหวยก็ยังอยากให้มีระบบมัดจำในการจอง เพื่อที่จะได้ลดต้นทุนไปบ้าง โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนกู้เงิน
...แต่ก็ไม่ใช่ว่า ทุกคนจะกระโดดเข้าไปลงทุนเสียหมด
“ผมยังไม่ลงเงินหรอก” วรรณนะ หอกันยา ผู้ค้าสลากฯ ในนามนิติบุคคล ย่านเจริญนคร บอกในทางตรงกันข้าม
เมื่อระบบเอื้อให้กับผู้ที่มีสายป่านยาว ประกอบกับระบบโควตาเดิมของกองสลากฯ ก็ทำให้ผู้ค้ารายย่อยเจ็บตัวไม่น้อย ผู้ค้าบางรายอย่าง วรรณนะ จึงเลือกที่จะ “นิ่ง” ไว้ก่อน แล้วรอดูสถานการณ์
“ตอนนี้ผมเหลือสลากอีก 2 งวดสุดท้ายในโควตา (สำหรับนิติบุคคล) ของผมจะหมดงวด 1 ธันวา ผมภาวนาให้หมดเร็วๆ เพราะมีเงินที่ไปค้ำประกันอยู่ แค่ 5 เล่ม ค้ำไป 60,000 บาท พอหมดแล้ว ผมจะจองหรือไม่จอง (ระบบใหม่) ก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ผมวิเคราะห์แล้วมันจะแย่ ราคามันจะเสีย มันต้องรอให้พวกปลาซิวปลาสร้อย ตายไปก่อน อย่างน้อยต้อง 6 เดือน 12 งวด” วรรณนะบอก
ปลาซิวปลาสร้อย ที่วรรณนะหมายถึง ก็คือ กลุ่มคนที่ “ลอง” เข้ามาลงทุนกับหวยเสรี โดยเขาเชื่อว่า สุดท้ายคนกลุ่มนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้ค้าตัวจริง และไม่ได้เป็นลิ่วล้อให้ยี่ปั๊ว จะไม่ได้ผลกำไรมากเท่าไร
“สลากแค่ 74 ล้านฉบับก่อนที่จะมีการผลิตเพิ่มมันก็ล้นตลาดแล้ว คนที่ไม่รู้เรื่องก็คิดว่า ต้นทุนมัน 70 บาท 40 สตางค์ ก็ 7,400 บาท สำหรับ 1 เล่ม ถามว่า คนที่ไม่รู้เรื่อง ปลาซิวปลาสร้อย มีเงินอยู่ แต่ไม่รู้อะไร มองว่า งวดนึง ขายใบละ 80 ก็ได้ 8,000 ถ้าขายหมด 80 บาท กำไร ส่วนต่าง ก็ 8 บาท เท่ากับเล่มนึงก็ได้กำไร 600 ถ้ายังไม่ได้หักต้นทุน ก็อาจจะ 500 แต่ถามว่า จะได้ 500 มั้ย ถ้าคุณเป็นผู้ค้าสลาก คุณต้องรู้ว่า มีเลขที่ไม่สวย เช่น 000 หรือเลขที่ซ้ำงวดที่แล้ว หรืออะไรแบบนี้ที่ไม่เป็นที่ต้องการ พอสลากเหลือ ก็คืนไม่ได้อีก” วรรณนะให้ความเห็น
ขณะที่ยังมีผู้ค้าสลากฯ อย่าง ณัฐชัย รัชนานุสรณ์ ที่แม้จะจองสลากฯ ไม่เคยได้เลย แต่ก็เขาก็เข้าใจในระบบเสรีที่ทุกคนมีสิทธิจะจองได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็เห็นว่า ถ้าจะมี ก็ต้องกำจัดระบบของยี่ปั๊วรายใหญ่ให้ได้ และเมื่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ต่อสัญญาการเป็นผู้ค้าสลากให้นิติบุคคลทุกรายหลังงวดวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ก็ต้องเกิด “ความเท่าเทียม” ขึ้นจริงๆ
“ถ้าเขายกเลิกนิติบุคคล เขาต้องยกเลิกให้หมดเลยนะ ไม่ว่าจะองค์กรการกุศลอะไร เพราะว่าองค์กรการกุศลเขาก็เอาไปขายกันตอนที่ได้กำไรสูงๆ เหมือนกัน ต้องรอดูงวดวันที่ 1 ธันวาว่า ระบบจะเป็นยังไง คนจะจองเพิ่มขึ้น คนเข้าไปทีเดียวสองสามหมื่นคน ระบบคอมจะล่มหรือเปล่า คือเขาลงทะเบียนกันไว้แล้ว การจอง ถึงเวลาวันนั้นระบบจะล่มหรือเปล่า ดูแค่เขาโจมตีซิงเกิลเกตเวย์กันยังล่มเลย” ณัฐชัยบอก และยืนยันว่า งวดต่อไป ก็ต้องลองเสี่ยงกดซื้อ-จอง “หวยเสรี” เหมือนเดิม
เช่นเดียวกับทุกๆ เสียงจากกลุ่มผู้ค้าสลากฯ รายย่อยที่ต่างยืนยันหนักแน่นว่า จะต้องฝ่าฟันเพื่อสลากฯ ที่ถูกและเท่าเทียมต่อไป เพราะนี่คืออาชีพที่ใช้หาเลี้ยงครอบครัว
ถ้าระบบนั้น “ถูกต้อง” และยังไม่ละความพยายาม คงมีสักงวดที่หวยจะ “ออก” ที่พวกเขา





