นับตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจะกลับมาเป็นเป้าหมายของการท่องเที่ยวของชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง
เพราะเริ่มเข้าฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในหลายๆ พื้นที่ ความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นเป็นที่ทราบกันดีว่า สวยงามไม่แพ้ยุโรปหรือประเทศตะวันตก และเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว เราขอแนะนำให้แวะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ของญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ธรรมดาทั่วไป และหลายคนอาจนึกไม่ถึงว่ามีพิพิธภัณฑ์อย่างนี้ด้วยหรือ และเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณรู้จักชีวิตและการกินอยู่ของคนญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย
ที่แรกที่ขอแนะนำคือ “พิพิธภัณฑ์ถั่วเน่า” ที่เมืองโอมิทามะ เขตอิราบากิ ถั่วเน่าหรือนัตโตะเป็นอาหารท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่เกิดจากการนำถั่วไปหมัก คนญี่ปุ่นแต่ละพื้นมีความนิยมรสชาติของถั่วเน่าแตกต่างกันไป บางที่จะชอบรสออกขม บางที่ชอบรสหวานในขณะบางที่ชอบรสนุ่มและมัน ถั่วที่นำมาทำส่วนใหญ่มักจะเป็นถั่วเหลือง คนญี่ปุ่นมักนำถั่วเน่ามาประกอบอาหาร เช่น ใส่ซอส ต้นหอม ราดข้าวหรือใส่ในโซบะ ข้าวผัดหรือซูชิ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงงานมิโตะของบริษัททากาโน่ฟู้ดส์ ที่นี่แสดงให้เห็นถึงวิธีทำถั่วเน่าซึ่งเป็นส่วนประกอบอาหารที่ขาดไม่ได้ของคนญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการนำเชื้อแบคทีเรียนัตโตะใส่ในถั่วก่อนนำไปเก็บไว้ในห้องที่รักษาอุณหภูมิไว้ที่ 45 องศาเซลเซียสและความชื้นที่ 95 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลาประมาณ 17-20 ชั่วโมง ฮิซาโกะ ยามาดะ ไกด์ของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า คนในเขตคันโตชอบถั่วเน่าที่เหนียวๆ ส่วนคนเขตคันไซชอบให้รสชาติกลมกล่อม คนคิวชูชอบรสชาติหวาน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ผู้เข้าชมจะได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของนัตโตะ วิธีนำมาปรุงอาหารและประโยชน์ต่อร่างกาย นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมควรจองล่วงหน้า แต่ละวันเปิดให้เข้าชมฟรี 2 รอบคือ 10 น. และ 13.30 น. แต่ละรอบกินเวลาประมาณ 90 นาที
พวกเราคงรู้กันดีว่า ส้วมที่ญี่ปุ่นมีความหลากหลายนับตั้งแต่แบบดั้งเดิมที่ต้องนั่งยองๆ คล้ายของไทยสมัยก่อนจนถึงส้วมชักโครกไฮเทคที่มีความหลากหลาย มีความสามารถมากมาย เช่น มีลมเป่า อุ่นที่นั่ง นวดด้วยกระแสน้ำ การปรับความแรงของน้ำ ฝาที่นั่งเปิดโดยอัตโนมัติและชักโครกอัตโนมัติ
ส่วนที่ตอนเหนือสุดของเกาะคิวชูเป็นที่ตั้งของ”พิพิธภัณฑ์ส้วม” ซึ่งเพิ่งเปิดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาภายในบริเวณบริษัทโตโต้ ผู้ผลิตสุขภัณฑ์ชื่อดังของญี่ปุ่นนั่นเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงวิวัฒนาการของส้วมญี่ปุ่นจากระบบราดน้ำในปี 2457 จนถึงระบบอัตโนมัติและไฮเทคในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์บอกเล่าถึงสุขภัณฑ์ของบริษัทโตโต้กว่า 950 แบบตลอดระยะเวลาที่บริษัทก่อตั้งมา บริษัทกำลังจะฉลองครบรอบ 100 ปีในปี 2560 นี้
ส้วมของโตโต้ได้รับเลือกให้บรรจุอยู่ในบ้านพักรับรองของรัฐบาลที่มีโอกาสได้ต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติจากนานาชาติและในโรงแรมนิวโอตานิในกรุงโตเกียวที่ใช้เป็นที่พักของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2507
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับส้วมมาก เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นพิจารณารณรงค์ส่งเสริมภาพพจน์ของส้วมโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการโปรโมทท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 นอกจากนี้ยังมีแผนติดตั้งส้วมไฮเทคให้มากขึ้นในพื้นที่ๆ นักท่องเที่ยวชอบไปและอาจบรรจุความล้ำหน้าของส้วมไฮเทคในวิดีโอโปรโมทกีฬาโอลิมปิกฉบับภาษาอังกฤษสำหรับต่างชาติด้วย
ส่วนอีกแห่งที่ขอแนะนำคือ “พิพิธภัณฑ์ยาสูบและเกลือ” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว หลายคนอาจคิดว่า ยาสูบและเกลือ ไม่น่าไปด้วยกันได้ แต่ทั้งนี้เพราะในอดีตรัฐบาลเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการขายของทั้งสองอย่างนี้ ห้องแสดงเกี่ยวกับเกลืออยู่ที่ชั้น 2 ซึ่งผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ว่า เกลือส่วนใหญ่ทำมาจากหินเกลือ ไม่ใช่จากน้ำทะเลเหมือนอย่างที่หลายคนคิดและเกลือในโลกนี้มีมากถึง 20 ชนิดด้วยกัน
ส่วนพิพิธภัณฑ์ยาสูบอยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งแสดงประวัติของวิวัฒนาการของยาสูบและการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการสูบยาสูบด้วย เช่นไปป์จากยุโรปซึ่งสลักรูปหน้าคนและสัตว์ ไปป์นี้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลซึ่งจะเข้มขึ้นทุกครั้งที่มีการสูบ นอกจากนี้ยังมีร้านขายยาสูบจำลองตั้งแต่สมัยเอโดะ(2146-2410) และ ช่วงปี 2518-2528 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ระหว่างเวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น.
ไรโกะ ซากากิ ผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า ที่นี่ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เรื่องเกลือที่เป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตและยาสูบที่คนสามารถเลือกได้ว่าจะบริโภคหรือไม่
-------------------------
ที่มา : นสพ. โยมิอูริ





