การแข่งขันครั้งนี้มีมาตรฐานสูง เน้นการทดสอบความรู้ที่มีความยากและความลึกซึ้งในโจทย์ที่กำหนดมาให้
หลังจากห่างหายไปนาน 4-5 ปี ที่ทาง โซเป็กซา (Sopexa) ยุติกิจกรรมด้านการศึกษาไวน์ฝรั่งเศสในประเทศไทยลง ในที่สุด โซเป็กซา เซาธ์ อีสต์ เอเชีย ซึ่งมีที่ทำการอยู่ ณ สิงคโปร์ ได้กลับมาอีกครั้ง โดยจับมือกับสมาคมซอมเมอลิเยร์ ประเทศไทย (Association of Thai Sommelier – ATS) จัดกิจกรรมการแข่งขัน Thailand Best Sommelier in French Wine 2015 Competition ขึ้น เมื่อวันก่อน ณ โรงแรมพูแมล แบงก็อก โฮเต็ล จี
งานนี้ เปิดโอกาสให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญไวน์ฝรั่งเศสในภาคธุรกิจบริการ ได้สมัครเข้าแข่งขัน เพื่อเตรียมความพร้อมของตัวเอง และเป็นการยกระดับมาตรฐานทางวิชาชีพ โดยมีผู้สมัครเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 26 คน คัดเลือกสู่รอบ finalist เพียง 4 คน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศเดินทางมาทำหน้าที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ Jean Pascal Paubert และ Yohan Jousselin ร่วมด้วยกรรมการจากประเทศไทยอีกส่วนหนึ่ง
ไพรัช อินทะพุฒ นายกสมาคมซอมเมอลิเยอร์ ประเทศไทย หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันให้เกิดงานนี้ เล่าว่า เป็นความพยายามที่จะจัดงานให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนาน โดยกิจกรรมนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยงกับกิจกรรมการแข่งขันในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ ซึ่งความยากลำบากอยู่ที่การวางกำหนดการให้แม่นยำ เนื่องจากกรรมการชาวต่างประเทศแต่ละท่านยังต้องเดินทางไปตัดสินในเวทีแข่งขันของประเทศอื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังต้องการการสนับสนุนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ของส่วนร่วมต่อไป
หลังจากกิจกรรมเทรนนิ่งตลอดทั้งวัน การสอบแข่งขันมีขึ้นในวันถัดมา นอกจากการสอบข้อเขียนกว่า 20 หน้า และการทดสอบ Blind tasting แล้ว ยังนำมาสู่กิจกรรมสำคัญในรอบสุดท้ายในช่วงบ่าย นั่นคือ รอบสุดท้าย ต่อจากนั้น ได้มีการประกาศผลในงาน Charity Gala Dinner ช่วงค่ำ ณ ห้อง Ballroom 38 ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่มารวมตัวกัน เพื่อเป็นประจักษ์พยานในงานครั้งนี้
หลังจากอาหาร 4 คอร์ส ที่มีการจับคู่กับไวน์ฝรั่งเศสชั้นดีผ่านพ้นไป ในที่สุดได้มีการประกาศผลการตัดสินอย่างเป็นทางการ โดยให้ ภาคภูมิ โตวัชระกุล เป็นซอมเมอลิเยร์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากเวทีแข่งขันครั้งนี้ เป็น Thailand Best Sommelier in French Wine 2015 ในที่สุด
ภาคภูมิ โตวัชระกุล ให้สัมภาษณ์ ‘จุดประกาย’ ว่า ที่ผ่านมา เคยผ่านสนามการแข่งขันมา 3-4 ครั้ง โดยปีที่แล้ว ตนได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันอิตาเลียนไวน์มาก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับสนามแข่งขันที่ผ่านๆ มา ยอมรับว่า การแข่งขันครั้งนี้มีมาตรฐานสูง โดยเน้นการทดสอบความรู้ที่มีความยากและความลึกซึ้งในโจทย์ที่กำหนดมาให้ ซึ่งในประเทศไทยเอง บางครั้ง เราอาจจะประสบกับข้อจำกัดที่ซอมเมอลิเยร์ไม่มีโอกาสรู้จักหรือเรียนรู้ไวน์ในบางเขตบางแคว้นอย่างทั่วถึง อันเนื่องมาจากไม่มีการนำเข้า เป็นต้น
“ผมกับเพื่อนๆ ที่สนใจในเรื่องไวน์ ต้องมีการเตรียมตัวมาโดยตลอด ส่วนใหญ่เน้นการศึกษาด้วยตัวเอง นอกจากตัวไวน์แล้วยังต้องอ่านหนังสือเพื่อให้มีความรู้ที่รอบด้านพอ พอมาเจอข้อสอบหลายสิบหน้า ทุกอย่างต้องตอบแบบ automatic จำนวนกรองด์ครูของไวน์ในเขตเบอร์กันดี ต้องทำให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ไปเลย”
ที่ผ่านมา ภาคภูมิ กับเพื่อนๆ มีการนัดพบและทดสอบการชิมเพื่อทายไวน์ หรือ blind tasting กันอยู่เสมอ โดยพยายามผลักดันให้เพื่อนๆ ร่วมวิชาชีพ ยกระดับตัวเองด้วยการสอบเพื่อให้ได้ certified อย่างน้อยๆ ในระดับ Level 2 ส่วนเรื่องของการแข่งขันก็นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อซอมเมอลิเยร์ของไทย ควรจะได้ก้าวออกไปแข่งขันในระดับสากล
ทางด้าน ไพรัช อินทะพุฒ กล่าวปิดท้ายว่า หลังจากนี้ มีกำหนดการที่ผู้ชนะเลิศจะเดินทางไปแข่งขันในเวทีระดับ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย ที่ประเทศมาเลเซีย ในเดือนธันวาคม ปีนี้ ก่อนจะก้าวไปสู่เวทีในระดับเอเชียต่อไป โดยทาง ATS ร่วมกับ โซเป็กซา และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน จะพยายามผลักดันให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นทุกๆ ปี.




