บัดดี กาย : บลูส์ ตราบจนวาระสุดท้าย

มัดดี วอเตอร์ส เป็นคนฝากคำพูดสุดท้ายกับ บัดดี กาย ว่า ‘เพื่อนเอ๋ย, จงอนุรักษ์การเล่นบลูส์เหล่านี้ต่อไป’
เพิ่งฉลองครบรอบวันเกิดปีที่ 79 ไปเมื่อวันก่อน (30 กรกฎาคม) บัดดี กาย (Buddy Guy) มือกีตาร์บลูส์อาวุโส ได้ฤกษ์ดี ถือโอกาสปล่อยอัลบั้มใหม่ Born to Play Guitar ภายใต้สังกัด RCA Records ในวันถัดมา เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า ความเป็นบลูส์นั้นคือชีวิต แถมเจ้าตัวยังเปี่ยมด้วยพลังในการสร้างสรรค์เสียงเพลงได้อย่างหนักหน่วงถึงใจอีกด้วย
“I was born to play the guitar/People, I got blues running through my veins"
Born to Play Guitar เป็นผลงานต่อเนื่องจากอัลบั้มแผ่นคู่ Rhythm & Blues เมื่อปี 2013 ซึ่งเคยขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ทเพลงบลูส์ สำหรับงานชุดใหม่นี้ ยังมี ทอม แฮมบริดจ์ เพื่อนเก่ารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์เช่นเคย
ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บัดดี กาย คว้ารางวัลเกียรติยศมาแล้วมากมาย ล่าสุดเมื่อต้นปี 2015 เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ในสาขา Lifetime Achievement Award ยังไม่นับรวม 7 รางวัลแกรมมี่ , 28 รางวัล บลูส์ มิวสิค อวอร์ด,รางวัลเซ็นจูรีอวอร์ดจากบิลบอร์ด , Presidential National Medal of Arts รวมถึงการได้รับเสนอชื่อให้จารึกบนทำเนียบเกียรติยศ ร็อกแอนด์โรลล์ฮอลล์อออฟเฟม และอื่นๆ อีกมากมาย
บัดดี กาย เป็นชาวหลุยเซียนาโดยกำเนิด เขาเดินทางมุ่งสู่ภาคเหนือเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปินบลูส์รุ่นครู อย่าง ฮาวลิน’ วูล์ฟ และ มัดดี วอเตอร์ส กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยความหิวโหย โชคชะตาชักนำให้เขามีโอกาสเล่นดนตรีในวงของมัดดี วอเตอร์ส และค่อยๆ สร้างชื่อในฐานะนักกีตาร์แนว “ชิคาโก บลูส์” ที่มีอัตลักษณ์ จนกลายเป็นนักดนตรีผิวสีที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากนักกีตาร์บลูส์ร็อกผิวขาว ตั้งแต่ เอริค แคลปตัน ไปจนถึง จิมมี เพจ
ในอัลบั้มใหม่นี้ ดูเหมือน ‘วัย’ จะไม่ใช่ข้อจำกัดและอุปสรรคแต่อย่างใด บัดดี กาย ร้องและบรรเลงกีตาร์อย่างครบเครื่อง ปานจิตวิญญาณของคนหนุ่ม โดยมีแขกรับเชิญร่วมสร้างสีสันด้วยจำนวนหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย บิลลี กิบบอนส์ แห่ง ซีซีท็อป ในเพลงที่ค่อนข้างดุดัน อย่าง Wear You Out หรือจะเป็นนักร้องเสียงเพราะ อย่าง จอสส์ สโตน ที่มากับเพลงเก่าของ ไดนาห์ วอชิงตัน (Baby) You Got What It Takes
หรือจะเป็น Flesh & Bone บัดดี ร่วมร้องกับ แวน มอร์ริสัน ซึ่งเป็นบทเพลงที่ตั้งใจอุทิศให้แก่ บี.บี. คิง นักกีตาร์รุ่นปรมาจารย์ (เพื่อนรุ่นพี่ของบัดดี กาย ที่มีอายุมากกว่า 11 ปี) ที่เพิ่งจากไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 ที่ผ่านมา
บัดดี กาย ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมทีนั้น เขาทำอัลบั้มเสร็จแล้ว และกำลังอยู่ที่อริโซนาตอนที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของ บี.บี. คิง นั่นเป็นเหตุผลให้เขาเพิ่มเพลง Flesh & Bone เพื่ออุทิศให้ บี.บี. คิง โดยเฉพาะ
บัดดี เล่าว่า เพลง Stay Around a Little Longer ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม Living Proof น่าจะเป็นเพลงสุดท้ายที่เขามีโอกาสบันทึกเสียงร่วมกับบี.บี. คิง
“ขอบคุณพระเจ้าที่ผมได้เขามาช่วยร้องในอัลบั้มนั้นด้วย” บัดดี ทบทวนความทรงจำ “ผมมองหน้าเขา ตอนที่เราคุยกัน และเขาบอกผมว่า เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก ผมปาดน้ำตาแล้วพูดว่า ‘บี ผมไม่คิดหรอกว่า คุณจะเด็ดดอกเดซีได้อีกแล้ว พวกเขาวางคุณอยู่เหนือแท่นแล้วด้วยซ้ำ’ ว่าแล้วเขาก็หัวเราะออกมา นั่นเป็นเรื่องดีที่ได้เห็น”
สำหรับบัดดี กาย เพื่อนรุ่นพี่ที่ทยอยจากไปก่อนหน้า ไม่เพียงเป็นบุคคลสำคัญของวงการเพลงบลูส์ ทั้ง มัดดี วอเตอร์ส, ฮาวลิน’ วูล์ฟ , ลิตเติล วอลเทอร์ ฯ ยังเป็นเสมือนครูของเขาอีกด้วย
“มัดดี วอเตอร์ส เป็นคนฝากคำพูดสุดท้ายกับผมว่า ‘เพื่อนเอ๋ย, จงอนุรักษ์การเล่นบลูส์เหล่านี้ต่อไป’ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาป่วยแค่ไหน แต่อีก 2 วันถัดมา ผมก็ทราบข่าวว่าเขาจากไปแล้ว”
นั่นจึงเป็นที่มาของเพลง Come Back Muddy เพื่ออุทิศให้แก่มัดดี วอเตอร์ส ในอัลบั้มนี้ด้วย
เมื่อศิลปินรุ่นใหญ่ต่างทยอยร่วงโรยกันไปตามลำดับ ดูเหมือนความคาดหวังจะกดทับไปยัง บัดดี กาย ไม่น้อย ในฐานะศิลปินบลูส์อาวุโสที่ยังเหลืออยู่ แม้เจ้าตัวยังเปี่ยมพลังวังชา แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายนักในสายตาของเขาเอง
“มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผม เพราะผมไม่คิดว่าใครจะมาแทนที่การแสดงของ บี.บี. คิง , มัดดี วอเตอร์น , ฮาวลิน’ วูล์ฟ , ลิตเติล วอลเทอร์ ได้หรอก ... คนเหล่านี้ไม่ธรรมดา คุณไม่ต้องเลียนแบบพวกเขา คุณแค่เล่นดนตรี และขับขานเรื่องราวของพวกเขา”
“มันยากขึ้น เพราะทุกวันนี้ วิทยุ ก็ไม่เล่นเพลงบลูส์ พวกเขาบอกว่า เพลงบลูส์ช้าเกินไป หรืออะไรก็ตาม ดังนั้น สิ่งที่ทอมกับผมทำกันในสตูดิโอ ก็คือการเล่นเพลงฟังกี้บลูส์เหมือนที่คนแก่ๆ เขาเล่นกัน เพลงที่สอนผมขึ้นมา และได้แต่หวังว่าจะมีสักโน้ตที่เรียกความสนใจจากผู้คนได้... ”
นั่นคือความหวังน้อยๆ ของผู้อาวุโสคนนี้.




