วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โครงการ'ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน' อัตรารอดต้นกล้าอยู่ที่ 65%

เผยโครงการ'ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน' อัตรารอดปลูกป่าชายเลนของต้นกล้าอยู่ที่ 65%

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และคณะกรรมการชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน บางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร แถลงผลการดำเนินงานภายหลังจากที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ภายใต้โครงการ “ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” ในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมประกาศ อนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนรวม 600 ไร่ โดยในปีที่ผ่านมาอัตรารอดของป่าชายเลนที่ปลูกสูงถึง 65%

นายสมบัติ กาญจนไพหาร หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า การปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนที่ 2 ตำบล บางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน โดย ทช. รับผิดชอบในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ ซีพีเอฟจะเป็นผู้สนับสนุนทุนและทีมงานเจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงปลูกป่า และภาคประชาชนในพื้นที่จะเป็นผู้สนับสนุนข้อมูลสภาพแวดล้อมชายฝั่งและภูมิปัญญาต่างๆ ซึ่งพื้นที่ๆเราร่วมกันฟื้นฟูนี้เป็นป่าสงวนแห่งชาติปากอ่าวมหาชัยฝั่งตะวันตก หากไม่เร่งดำเนินการอนุรักษ์จะส่งผลให้การเกิดพื้นที่ป่าใหม่ตามธรรมชาติเป็นไปได้ยาก

“บริเวณที่เข้ามาฟื้นฟูและปลูกป่าชายเลนเพิ่มเป็นดินเลนที่ลึกและอ่อนตัวมาก ทำการปลูกได้ค่อนข้างยาก จึงร่วมกันคิดค้นวิธีการปลูกป่าชายเลนและทำแนวป้องกันคลื่นลมและป้องกันขยะทะเลที่เข้ามาทับถมต้นกล้า เพื่อปลูกทดแทนแนวป่าเดิมที่ถูกทำลายโดยคลื่นลมกัดเซาะอย่างรุนแรง โดยในปี 2557 นำร่องปลูก 7 ไร่ หรือประมาณ 5,000 ต้น มีอัตราการรอดของต้นกล้าอยู่ที่ 65% ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่มีอัตราการรอดไม่ถึง 10% ภูมิปัญญาหรือวิธีการปลูกที่ได้มาจากความร่วมมือร่วมใจทั้งสติปัญญาและแรงงานจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก” นายสมบัติ กล่าว

นายสมบัติ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินการฟื้นฟูป่าชายเลนลำพังโดยภาครัฐจะประสบความสำเร็จเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านระเบียบงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการปลูกป่าในพื้นที่หาดเลนที่มีการกัดเซาะรุนแรง ดังนั้นการที่ซีพีเอฟเข้ามาสนับสนุนการปลูกฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในครั้งนี้ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว ที่มาเติมเต็มช่องว่างที่จะทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ระบบนิเวศป่าชายเลนและชายฝั่ง

นายปรีชา มีนิลรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ป่าชายเลนซีพีเอฟ จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า โครงการ “ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน” เป็นความร่วมมือกันระหว่างซีพีเอฟ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) องค์กรในท้องถิ่นและชุมชน ร่วมกันริเริ่มและพัฒนาโครงการฯ ผ่านความร่วมมือในเชิงบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อต่อยอดการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ที่จะร่วมบรรเทาปัญหาสถานการณ์ป่าชายเลนในปัจจุบัน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (ปี 2557-2561) ณ พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ 5 จังหวัด คือ ชุมพร สมุทรสาคร ระยอง สงขลา และพังงา

ในปี 2558 ซีพีเอฟวางแผนปลูกป่าชายเลนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่มอีก 18 ไร่ และภายใต้การดำเนินโครงการฯ 5 ปี (ปี 2557-2561) มีเป้าหมายปลูกป่าชายเลนเพิ่มใหม่จำนวน 100 ไร่ และดูแลรักษาป่าเดิมจำนวน 500 ไร่ รวมถึงยังได้มีการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ในรูปแบบศูนย์เรียนรู้กลางแจ้งตามธรรมชาติ มีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อไป
นายสุรินทร์ ระหงษ์ ประธานคณะทำงานคณะกรรมการชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร กล่าวเสริมว่า ชาวชุมชน บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร ได้เข้ามาร่วมทำโครงการโครงการ “ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” กับบริษัทซีพีเอฟ โดยร่วมกันปลูกป่าชายเลนบริเวณหมู่ที่ 5-6 ตำบลบางหญ้าแพรก ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบภัยธรรมชาติจากอุทกภัยในปี 2554 ส่งผลให้ป่าชายเลนเสียหาย ล้มตายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับบริเวณที่ปลูกมีการกัดเซาะของธรรมชาติอย่างรุนแรง และมีคลื่นลมได้พัดเอาขยะที่ลอยในทะเลเข้ามาในบริเวณที่ปลูกจำนวนมาก ทำให้ต้องเร่งฟื้นฟู โดยนำไม้ไผ่มาปักกั้นแปลงปลูก แล้วนำตาข่ายมาล้อม เพื่อกันขยะเอาไว้ไม่ให้เข้าไปในแปลงปลูก ทำให้ต้นไม้สามารถพยุงตัวเอง ลงราก แตกใบ ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง จึงได้นำวิธีการนี้ไปยังแปลงปลูกอื่น ๆ ที่อยู่ชายฝั่งต่อไป

“เราเห็นถึงความตั้งใจจริงของซีพีเอฟที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูป่าชายเลน โดยดำเนินการร่วมกับพวกเราชาวชุมชนบางหญ้าแพรก ซึ่งในอนาคต เมื่อพื้นที่ป่าชายเลนที่พวกเราช่วยกันปลูกช่วยกันดูแลเพิ่มมากขึ้น ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งจะน้อยลง เพราะป่าไม้ชายเลนจะคอยบังคลื่นไม่ให้ลมกระทบชายฝั่ง สัตว์น้ำวัยอ่อนได้มาวางไข่ เกิดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ชุมชนก็สามารถประกอบอาชีพจับปู จับปลา งมหอยแครง ไปรับประทานและนำไปขาย นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนและนักเรียนได้มาเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน จ.สมุทรสาคร ชุมชนก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพอย่างยั่งยืน เป็นชุมชนที่เข็มแข็ง และสามารถเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ป่าชายเลนให้กับชุมชนอื่นๆ” นายสุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย.