ตลาดนัดทางเลือกที่จำหน่ายเฉพาะสินค้าที่คำนึงถึงสุขภาพมาก่อน ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ผู้ค้ารายย่อย โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
สาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดกับร่างกาย ทั้งที่เป็นไปตามวัยและก่อนถึงวัยอันควร ส่วนหนึ่งเข้าไปทาง ‘ปาก’ ของเราเอง หรือจาก อาหาร ที่เรากินเข้าไปนั่นเอง ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับอาหารการกินมากขึ้น พยายามเลือกอาหารออร์แกนิค อาหารที่ปลอดการใช้สารเคมี-สารกันบูด ทำให้มีตลาดนัดทางเลือกที่จำหน่ายเฉพาะสินค้าที่คำนึงถึงสุขภาพมาก่อนมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือตลาดนัดคนรักสุขภาพภายใต้ชื่อ บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต (Bangkok Farmer Market) ซึ่งมีหลักการบริหารงานชัดเจนและเป็นระบบ
“จุดประสงค์ที่เราจัดตั้งตลาด ‘บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’ คืออยากสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อย ธุรกิจเอสเอ็มอี มีพื้นที่กระจายสินค้าตัวเอง เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางเปิดตลาดให้เขามีพื้นที่การขายโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง” เฉลิมขวัญ รัฐสมุทร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ‘บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’ กล่าว
‘บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’ เปิดโอกาสให้ ‘ผู้ขาย’ ลงทะเบียนมาทางเว็บไซต์ จากนั้นเชิญมาสัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวสินค้า ถ้าเป็นสินค้าประเภท ผัก-ผลไม้ ก็จะคุยกันว่าปลูกเองหรือไม่-มีวิธีการปลูกอย่างไร ส่งทีมงานลงพื้นที่ไปดูฟาร์ม, ถ้าเป็น อาหารโฮมเมด จะหาข้อมูลส่วนผสมที่ใช้ เช่น ใช้นมจากวัวที่ฉีดฮอร์โมนหรือไม่, ถ้าเป็น สินค้าทำมือ ก็จะพิจารณาว่าเป็นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง
“เราคัดสรรมาระดับหนึ่ง แต่ผู้บริโภคต้องช่วยเรากลั่นกรองด้วย เราไม่ใช่คนออก อย. หรือใบรับรองออร์แกนิค การตัดสินใจอยู่ที่ผู้บริโภคอีกที หลังจากได้พูดคุยกับผู้ผลิต ได้เห็นสินค้า” เฉลิมขวัญ กล่าว
เมื่อครั้งจัดตลาดครั้งแรกไม่คิดว่าจะได้รับความนิยม คุณเฉลิมขวัญเล่า คิดแค่ว่าอยากทำตลาดแนวนี้ เนื่องจากสามีชาวอเมริกันมีแนวการรับประทานอาหารแบบ raw vegan คืออาหารที่ทำจากผักสด-ผลไม้สด ไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสัตว์ ดังนั้นจึงต้องเลือกวัตถุดิบที่สะอาดและมีความเป็นออร์แกนิคจริงๆ เมื่อมาอยู่เมืองไทย ค่อนข้างหาอาหารออร์แกนิคยาก นอกจากต้องเข้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เท่านั้น จึงเกิดแนวคิดในการจัดตั้งตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพลักษณะนี้
คุณเฉลิมขวัญเริ่มต้นด้วยการเดินชักชวน ‘ผู้ค้า’ ที่มาออกร้านตามตลาดสีเขียวซึ่งนานๆ จะจัดกันสักที ชักชวนเจ้าของฟาร์มออร์แกนิค ชวนกันเปิดตลาดในนาม ‘บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’ จากครั้งแรกที่รวมกลุ่มผู้ค้าได้ 50 ราย ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 213 ราย ทั้งในลักษณะผู้ค้ารายย่อย เจ้าของฟาร์ม องค์กรและมูลนิธิ มีสินค้าหลากหลายประเภท
ยกตัวอย่างเช่น Green World Education Foundation (GreenWEF) มูลนิธิที่ริเริ่มจัดตั้งโดยอดีตแม่พิมพ์ของชาติ ชลธิชา ศรีสุข ที่ต้องการสนับสนุนเกษตรกรภาคอีสานปลูกข้าวโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์ พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ตลอดจนการจัดการด้านสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยมีศูนย์กลางทำงานอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ หวังสร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มเด็ก-เยาวชน กลุ่มสตรีและผู้ด้อยโอกาสในชุมชน ปัจจุบันมีผลผลิตเกษตรอินทรีย์ทั้ง ข้าวสาร ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มาร่วมจำหน่ายในตลาดนัด 'บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’
เมนูที่สร้างสรรค์จากผักออร์แกนิคของ Happy Veggie (แฮปปี้ เวจจี้) ก็หาซื้อได้ที่นี่
‘แฮปปี้ เวจจี้’ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่นักแสดงที่ผันตัวไปเป็นเกษตรกรและนักจัดสวน นินนาท สินไชย ริเริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นด้วยการนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคบางส่วนมาจากแปลงผักออร์แกนิคที่รีสอร์ต ออ เทียรัว (ao Tearoa Resort) ในอำเภอสวนผึ้งของเขาเอง เช่น ข่า ตะไคร้ กับวัตถุดิบออร์แกนิคบางส่วนที่ซื้อหาจากเจ้าประจำ ส่วนผสมทุกอย่างไม่มีผงชูรส เป็นอาหารเพื่อสุขภาพจริงๆ เมนูที่มีจำหน่ายขณะนี้ เช่น ผักยำสมุนไพร นอกจากได้กินผักนานาชนิดยังได้กินผักรสชาติร้อนแรงขึ้นอีกนิด เช่น ผักแพรว ผักชีลาว น้ำยำสูตรนี้ใช้ซีอิ๊วขาวและเกลือแทนน้ำปลา ปรุงรสออกเปรี้ยวหวาน, ข้าวยำ มีผักหั่นสำเร็จรูป ข้าวกล้อง งาดำ ใช้มะพร้าวคั่วแทนกุ้งแห้ง เพราะ ‘แฮปปี้ เวจจี้’ เป็นเมนูมังสวิรัติ น้ำจิ้มรสชาติไม่จัดมาก ไม่ใช่น้ำบูดู สีสันคล้ายๆ กัน, ลูกชิ้นเห็ด เป็น ‘บุก’ ผสมเห็ดหอมสด, เมี่ยงสด เมนูนี้ต่างชาติชอบรับประทาน คล้ายปอเปี๊ยะ แต่ข้างในเป็นเห็ด ผักกาดหอม แครอท ห่อด้วยแป้งเวียดนาม, น้ำพริกข่า เก็บได้นานสามเดือน เพราะผ่านกระบวนการคั่ว พยายามใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด และใช้เกลือซึ่งช่วยถนอมอาหารอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีเมนูออร์แกนิคชวนชิมอย่าง เห็ดคั่วสมุนไพร เห็ดคั่วพริกไทยดำ เห็ดสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวสมุนไพร และเร็วๆ นี้จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ชวนซื้อชวนชิมยิ่งขึ้น
สินค้าประเภทผักออร์แกนิค ยังมีผู้ค้าอีกหลายรายที่มีการผลิตแบบวิถีเกษตรอินทรีย์นำสินค้ามาร่วมจำหน่าย เช่น MB Organic ฟาร์ม, G Organic, Go Organic ฯลฯ มีให้เลือกทั้งผักสลัด น้ำสลัด เสาวรส ผักสวนครัว
ในตลาด ‘บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’ มีเครื่องดื่มแบรนด์ Urbie (เออบี้) ที่ร่วมกันก่อตั้งโดย ธนภณ เศรษฐบุตร และ ณฐมนต์ ทวีนวกิจเจริญ หนุ่มสาวซึ่งเคยทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร
เออบี้ผลิตจากวัตถุดิบออร์แกนิคที่รับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง แล้วนำมาแปรรูปให้เข้ากับความชอบของ ‘คนเมือง’ มากขึ้น ในลักษณะของ ‘ชาบรรจุขวด’ แต่เน้นการใช้วัตถุดิบและรสชาติธรรมชาติ ไม่แต่งสีไม่แต่งกลิ่น เช่น ชาบ๊วยน้ำผึ้งมะนาว ที่ใช้น้ำมะนาวแท้คั้นสด ใช้น้ำผึ้งแท้แทนความหวานของน้ำตาลทราย และใบชาออร์แกนิค, ชาใบหม่อน ที่รับซื้อวัตถุดิบจากกลุ่มแม่บ้านบุรีรัมย์ ซึ่งปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อใช้ในการทอผ้าอยู่แล้ว, ชาเขียวข้าวคั่ว รับซื้อวัตถุดิบจากกลุ่มเกษตรกรบุรีรัมย์และน่าน เป็นอาทิ
“เราเน้นของที่มาจากชุมชน วัตถุดิบไทย นำมาแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม ญี่ปุ่นมีเครื่องมือทันสมัยมาก สีสันของชาเขียวอาจไม่เท่าชาเขียวญี่ปุ่น เนื่องจากลักษณะใบชาต่างกัน แต่คุณค่าชาเหมือนกัน คุณค่าวัตถุดิบที่เราใช้เป็นของดีแน่นอน เพราะเราใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิค ทั้งข้าวกล้องและใบชา ระยะเวลาเก็บได้นานสามเดือน แต่ของญี่ปุ่นเก็บได้นานกว่าเพราะเครื่องมือเขาทันสมัยกว่าเท่านั้นเอง” ธนภณ หนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Urbie กล่าว
ใบหม่อน มีสาร GABA (gamma amino butyric acid) ช่วยลดความดันโลหิต พบว่าใบหม่อน 100 กรัม มีสารชนิดนี้ 230 มิลลิกรัม, มีสาร Phytosterol ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ในใบหม่อน 100 กรัม มีสาร sitosterol ซึ่งเป็นสาร Phytosterol ชนิดหนึ่งอยู่ 46 มิลลิกรัม มากกว่าในชาเขียว 3.3 เท่า, มีสาร Deoxynojirimycin ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งมีอยู่ 0.1% ในใบหม่อนแห้ง สารนี้มีอยู่เฉพาะในใบหม่อนเท่านั้น ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำตาลจากลำไส้ ทำให้สารนี้มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นประโยชน์สำหรับป้องกันโรคเบาหวาน และผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว มีรายงานว่าสารสกัดจากใบหม่อนมีฤทธิ์ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์(ต้านมะเร็ง)ในสัตว์ทดลอง ตามตำราสมุนไพรจีน ใบหม่อนมีคาเฟอีนต่ำมาก คือพบเพียง 0.01% หรือไม่พบเลย (http://qsds.go.th)
ข้าวกล้องที่ ‘เออบี้’ เลือกใช้คือ ข้าวมะลินิลสุรินทร์ พันธุ์ข้าวที่ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวจังหวัดสุรินทร์พัฒนาเพื่อนำมาปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะ เนื่องจากทนทานต่อสภาพภูมิอากาศของภาคอีสานที่มีน้ำน้อย
การเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากกลุ่มเกษตรกรหรือองค์กรที่สนับสนุนการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ยังช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่เชื่ี่อในกระบวนการผลิตอาหารตามแบบวิธีดั้งเดิมและด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารปนเปื้อน และยังช่วยลดสารเคมีตกค้างในสภาพแวดล้อม เท่ากับช่วยรักษาความหลากหลายของพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ และสิ่งแวดล้อมของชุมชน
“ส่วนตัวเคยทำงานในองค์กรสนับสนุนกลุ่มชุมชน ธุรกิจเพื่อสังคม ก็อยากออกมาทำงานที่เป็นของตนเองบ้าง จากที่เคยทำเรื่องเกษตรอินทรีย์ ได้รู้จักกับกลุ่มปลูกข้าว ทำไร่ตัวอย่าง ปัญหาที่คุยกันคือ ไม่มีช่องทางการตลาด และ ไม่มีเวลาทำบรรจุภัณฑ์ ไม่ทราบจะพัฒนาสินค้าไปด้านใด ก็ลองทำดูกับพี่ๆ ว่าจะไปได้แค่ไหน อยู่ในช่วงพัฒนาไปเรื่อยๆ สินค้าที่กำลังได้รับความนิยม เกษตรกรปลูกได้ไหม เพราะเขามีที่ดินอยู่แล้ว แต่ก็เป็นการทำแบบพอเพียง" ธนภณ กล่าวถึงความคิดในการสร้างแบรนด์เออบี้
เออบี้มีอายุครบ 2 ปีในปีนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ยังคงคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป ขณะเดียวกันก็คิดถึง ‘การตลาด’ มากขึ้น
ณฐมนต์ให้ความเห็นว่า ผลิตผลทางการเกษตรได้รับการส่งเสริมด้านการผลิตเยอะ แต่มักตกม้าตายตรงไม่มีที่ขายและความน่าสนใจในการซื้อ เออบี้จึงพยายามสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์หลายขนาด เช่น ข้าวมะลินิลสุรินทร์ ที่เพิ่มบรรจุภัณฑ์ขนาดทดลองกิน 250 กรัม คือมีขนาดเล็กลงมาจากขนาดที่คนรู้จักสินค้าซื้อกินอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำไปจัดลงกระเช้าของขวัญเพื่อสุขภาพได้ เป็นช่องทางกระจายสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น
แฮมรมควันที่โด่งดังจากเฟซบุ๊ค Rattanaburi Smoked Ham (รัตนบุรี สโมค แฮม) หรือ ‘แฮมรมควันรัตนบุรี’ ก็มีมาให้ชิมและจำหน่ายที่ตลาดนี้ มีลูกค้าตามติดทั้งขาจร ขาประจำ บุคคลทั่วไป และร้านอาหารที่ซื้อไปโรยหน้าพิซซ่า
‘รัตนบุรี สโมค แฮม’ เป็นแฮมรมควันซึ่งทำที่อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ บ้านเกิดของผู้ก่อตั้งแบรนด์ ปริยากร ใยเมือง ซึ่งเป็นสูตรการทำแฮมรมควันประจำเขตป่าดำ(Black Forest)ของประเทศเยอรมนี เมื่ออยู่ที่สุรินทร์ก็ต้องคัดเนื้อหมูส่วนสะโพกอย่างดีจากฟาร์มในจังหวัดสุรินทร์ หมักด้วยน้ำผึ้ง เกลือหมักอาหาร กระเทียม ขิง พริกไทยสามชนิด เครื่องเทศเยอรมัน เป็นเวลา 4 วัน แล้วนำไปแช่น้ำเปล่าเพื่อลดความเค็ม จากนั้นผึ่งด้วยการกางมุ้ง แล้วใช้ ‘ไม้’ ซึ่งนำเข้าจากเยอรมนีรมควันให้หอม รสชาติเยอรมันแท้ๆ เพราะเคยทำให้พ่อแม่แฟนซึ่งเป็นชาวเยอรมันชิมแล้ว ผ่านฉลุยทั้งรสชาติและความสะอาด ปลอดสารเจือปน ขณะนี้กำลังยื่นขอเลขที่รับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
แบรนด์ไส้กรอกโฮมเมด Guten Appetit (กูเตน แอปเปอติ) ชื่อแบรนด์เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า ‘ขอให้เจริญอาหาร’ คนช่างชิมช่างถามคงทราบแล้วว่าไส้กรอกรสชาติเยอรมันยี่ห้อนี้มีอายุกว่า 60 ปีแล้วและปรุงโดยคนไทย ไม่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะส่งตามร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำเท่านั้น ถ้าจะหาซื้อติดบ้านไว้รับประทานก็ต้องไปตามงานออกร้านเกี่ยวกับอาหาร
“เป็นไส้กรอกที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่” พิระดา วงศ์คามรัตนภูมิ ซึ่งช่วยงานด้านการตลาด กล่าวและเล่าความเป็นมาว่า เป็นสูตรจากคุณปู่ของแฟนเธอซึ่งขณะนั้นไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปอยู่กับครอบครัวชาวสวิสซึ่งปกติทำไส้กรอกรับประทานกันเองอยู่แล้ว จึงได้รับวิชาการทำไส้กรอกเยอรมันโฮมเมดจากที่นั่น แต่นำกลับมาปรับแต่งสูตรอีกเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับความชอบของคนไทย ถ้าเป็นสูตรเยอรมันแท้ ไส้กรอกจะมีรสเค็มและมันเลี่ยน จึงต้องลดในสองส่วนนี้ลง
จุดเด่นของไส้กรอก ‘กูเตน แอปเปอติ’ คือเป็นไส้กรอกรสชาติกลมกล่อม เนื้อชุ่มฉ่ำ ไม่มีสารกันบูด ไม่มีบอแรกซ์ ไม่ใช้แป้งเป็นส่วนผสม และใช้ไส้หมูในการห่อ ที่สำคัญคือเป็น ไส้กรอกสด ทำจากเนื้อหมูคัดจากโรงตัดแต่งเนื้อหมู กับชนิดที่ทำจาก ‘เนื้อลูกวัว’ ซึ่งหารับประทานยาก เพราะโรงทำเนื้อในเมืองไทยมักส่งออกไปทั้งหมด แต่ด้วยความที่ครอบครัวติดต่อกันมานาน จึงยังคงได้รับวัตถุดิบมาทำไส้กรอกเนื้อลูกวัวได้อยู่
‘ไส้กรอกสด’ เป็นไส้กรอกที่ไม่ผ่านการปรุงสุก คุณพิระดาแนะนำว่า เวลารับประทานนิยมนำไป ‘ย่าง’ จะอร่อยที่สุด หรือย่างในกระทะเคลือบผิวกันติดโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ไม่แนะนำให้ใช้ไมโครเวฟ เพราะจะเสียรสชาติ
นอกจากไส้กรอกสองชนิดนี้ กูเตน แอปเปอติ ยังมี ‘ไส้กรอกหมูผสมไวน์ขาว’ ตั้งชื่อว่า ซูริก ช่วยกลบกลิ่นคาวเนื้อหมูและทำให้ไส้กรอกกลิ่นหอมขึ้น, ไส้กรอกเยอรมันพริกไทยสด, ไส้กรอกเยอรมันบราสเวิร์สท เป็นอาทิ
ยังมีสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าสุขภาพ เครื่องประดับ เสื้อผ้าจากวัสดุธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม งานศิลปะ งานฝีมือ จากผู้ค้าอีกกว่า 200 ราย เช่น Totsatep Plantation, Farm Dee, Le Kombucha ชาหมักด้วยไบโอจุลินทรีย์ช่วยปรับสมดุลลำไส้, Amantee แบรนด์ขนมปังตำรับฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการปฎิวัติการอบขนมปัง เพราะทำขนมปังให้เป็นออร์แกนิคได้, RinB, Imaim, Soft Cream (สบู่โฮมเมด), Choco crunch, Organic Island, Nida Pate, Bite me Softly ฯลฯ ค้นหาร้านอื่นๆ ได้ที่ http://bkkfm.org
ตลาดนัดสีเขียว บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต ก่อตั้งมาครบ 2 ปีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หมุนเวียนหาพื้นที่จัดงานซึ่งเรียกว่า ‘เปิดตลาด’ ไปตามย่านชุมชนเมือง ล่าสุดได้รับการสนับสนุนจาก ดวงฤทธิ์ บุนนาค ในฐานะเจ้าของสถานที่ เปิดให้ใช้สถานที่ เดอะ แจม แฟคตอรี่ (The Jam Factory) บริเวณลานสนามหญ้าและถนนโดยรอบ จัดตลาดนัดคนรักสุขภาพ ‘บางกอก ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต’ เป็นประจำ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เวลา 10.00-20.00 น. ทุกเดือนจนถึงสิ้นปีนี้
ที่หมายแห่งใหม่ของคนรักสุขภาพ กินแบบท้องถิ่น กินแบบปลอดสารพิษ ด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์
หมายเหตุ : วิธีการเดินทางไปยัง ‘เดอะ แจม แฟคตอรี่’ โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีสะพานตากสิน ออกทางออกที่ 1 เพื่อใช้บริการเรือข้ามฟากแม่น้ำใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินจากท่าเรือสาทร ไปถึงท่าน้ำ est จากนั้นให้เดินตรงออกมาที่ถนนและข้ามมาฝั่งตรงข้าม เพื่อเดินทางไปคลองสานพลาซ่า (อยู่ติดโรงแรมมิลเลเนียม ฮิลตัน) เดินผ่านตลาดไปเรื่อยๆ จะเจอ ‘วัตสัน’ ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปตามซอย, เดอะ แจม แฟคตอรี่ จะอยู่ด้านขวามือ
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ให้มาทางแยกคลองสาน ขับเข้ามาที่ทำการเขตคลองสาน และขับตรงไปให้สุดด้านใน กลับรถตรงออกมาอีกหน่อย ด้านซ้ายมือจะเห็นสะพานข้ามคลองเล็กๆ ให้เลี้ยวซ้ายเข้ามา จากสะพานข้ามคลองประมาณ 40 เมตร เดอะ แจม แฟคตอรี่ อยู่ด้านซ้ายมือ
https://www.facebook.com/TheJamFactoryBangkok





