หากการเดินทางพาเราออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ที่พักของนักเดินทางก็ควรจะนำเรากลับมาอยู่กับตัวเองเพื่อดื่มด่ำประสบการณ์นั้น
และที่นี่...The Journey House บ้านหลังใหญ่สีขาวท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น คือคำตอบสำหรับคนที่ปรารถนาความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง
ด้วยความที่เป็นคนรักการเดินทาง จิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ เจ้าของบ้านแห่งการเดินทาง เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำที่พักแห่งนี้ให้เป็นมุมพักผ่อนแห่งใหม่ในกาญจนบุรีว่า “โดยส่วนตัว รักการเดินทางท่องเที่ยวและให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากค่ะ เพราะมันทำให้เราเห็นโลกกว้างขึ้น เห็นทั้งความคล้ายคลึงและความแตกต่างสุดขั้วบนโลกใบนี้ ทำให้เรามีจิตใจที่เปิดกว้างและมีโลกทัศน์ที่ไม่คับแคบ เกิดความคิดมุมมองใหม่ๆ ที่มีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง อีกอย่างที่สำคัญคือการเดินทางสู่โลกภายนอกอาจทำให้เราได้ค้นพบตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะการเดินทางไปยังสถานที่ที่แตกต่างมากๆ จากสิ่งที่เราคุ้นเคยจะกระตุ้นให้เราได้ทบทวนตัวเองด้วย และนั่นหมายถึงการเดินทางอาจเปลี่ยนชีวิตเราได้ค่ะ”
The Journey House จึงไม่ได้มีแค่ที่นอนนุ่มๆ แอร์เย็นฉ่ำ หรือการตกแต่งที่ลงตัว แต่อบอวลด้วยบรรยากาศที่เอื้อให้ให้นักเดินทางได้รับแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ๆ อาคารหลักสีขาวสะอาดออกแบบในสไตล์โคโลเนียล ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออก การตกแต่งภายเป็นแนว contemporary classic ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สักสีเม็ดมะขามเข้ม เติมความร่วมสมัยด้วยภาพเขียนสีสดใสผลงานของศิลปินท้องถิ่น มีทั้งภาพวาดแนวอิมเพรสชั่นนิสม์สะท้อนภูมิประเทศของเมืองกาญจน์ วิถีชีวิตในท้องทุ่งนา และภาพในแนวแอบแสตร็ก สะท้อนแรงบันดาลใจที่ศิลปินได้จากพระพิคเนศวร์
“เป็นคนที่ชอบอาคารเก่าๆ ตึกโบราณๆ ชอบสีสันที่อบอุ่นและการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ดูโดดเด่นและหรูหราสง่างามในระดับที่ไม่มากจนเกินไป ซึ่งสถาปัตยกรรมในยุคโคโลเนียลอย่างที่เราเห็นได้มากที่ภูเก็ต พนมเปญ หลวงพระบางหรือย่างกุ้งนั้น เป็นแบบที่ชอบมากที่สุด จุดเด่นของอาคารแนวนี้คือความสูงโปร่ง เพดานที่สูงกว่าปกติทำให้ห้องเย็นขึ้นเพราะอากาศไหลเวียนได้ดีกว่าเหมาะกับประเทศเขตร้อนชื้นอย่างบ้านเรา หน้าต่างจำนวนมากเปิดมุมมองออกไปสู่วิวร่มรื่นของสวนภายนอก และซุ้มประตูโค้งให้ความรู้สึกหรูหราสง่างาม เราเน้นความโปร่งโล่ง และให้ความสำคัญกับแสงธรรมชาติ เพราะแสงธรรมชาติตอนกลางวันจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ห้องทุกห้องและพื้นที่ทุกส่วนจึงได้รับแสงแดดอาจจะมากน้อยต่างกันไป เน้นบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านที่มีความสะดวกสบายแต่ยังคงกลิ่นไอของอดีตอยู่บ้าง”
ไม่ใช่แค่พักกาย พักใจ แต่ใครก็ตามที่มาพักที่นี่ยังได้ ‘ให้’ ร่วมกับทางโรงแรม เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนงาน 3 ส่วนหลักๆ นั่นคือ การทำนุบำรุงพุทธศาสนา การอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในชุมชนและทั่วไป และการสนับสนุนการศึกษาของเด็กยากจนและด้อยโอกาส
"เราอยากทำที่พักที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ โดยในช่วงเริ่มต้นเราจะรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน โดยเราติดตั้งมิเตอร์ในห้องพักทุกห้องเพื่อที่จะติดตามตรวจสอบว่าแต่ละห้องใช้พลังงานไปเท่าไหร่ เมื่อได้ค่าเฉลี่ยการใช้ไฟใช้น้ำต่อห้อง เราจะนำค่าเฉลี่ยนั้นมาเป็นเกณฑ์ในการรณรงค์กับลูกค้าค่ะ ถ้าลูกค้าใช้น้ำใช้ไฟต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จะได้รับเงินคืนตามจำนวนหน่วยที่ลดลง เงินที่ได้รับคืนเขาจะไปใช้ทำอะไรก็ได้ค่ะ แต่เราก็เปิดโอกาสให้เขาได้มีส่วนร่วมที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม คือสามารถบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวเข้าสู่กองทุนนี้ได้
ส่วนภาพเขียนที่ใช้ตกแต่งในโรงแรมก็สามารถซื้อกลับไปได้ แน่นอนว่ารายได้ส่วนหนึ่งเรานำไปเข้ากองทุนและส่วนหนึ่งจะนำไปทำโครงการส่งเสริมด้านศิลปะอย่างที่เราและเพื่อนๆ ศิลปินต้องการให้เกิดขึ้นในเมืองกาญจน์ค่ะ" จิตตินทร์ กล่าวถึงความตั้งใจที่อยากให้บ้านหลังนี้เติมเต็มความรู้สึกที่ได้จากการเดินทาง
The Journey House มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง ห้องใหญ่พิเศษ 5 ห้อง เป็น double bed ทั้งหมด และมี daybed sofa ไม้สักขนาดสามฟุตครึ่งที่เป็นเตียงเสริมได้กรณีพักเกินสองคน ห้องน้ำมีทั้งที่เป็น Rain shower และอ่างอาบน้ำ ที่เหลือเป็นห้องขนาดมาตรฐาน มีทั้งแบบทวินและซิงเกิ้ล ห้องทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไป ส่วนใครไม่อยากอยู่แต่ในห้องก็มีสระว่ายน้ำ สวนสวยและศาลาริมสระสำหรับการนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ภายในปลายปีนี้ ร้านกาแฟและ art gallery เล็กๆ จะเริ่มจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินและของเยาวชนในท้องถิ่นด้วย
“สำหรับคนที่ชอบเที่ยวซอกแซกหรือปั่นจักรยาน ถนนสายรอง ถนนเล็กๆ ที่ตัดผ่านหมู่บ้านมีหลายเส้น ถนนพวกนี้ตัดผ่านทุ่งนา ป่าเขา เลื้อยไปมาบนภูมิประเทศที่สูงๆ ต่ำๆ แทรกตัวไปตามหุบเขา เทือกเขาที่ไม่ใครรู้จัก แต่ทำให้นักเดินทางเข้าถึงธรรมชาติของเมืองกาญจน์ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น” หรือหากต้องการไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ก็อยู่ห่างออกไปเพียง 2 กิโลเมตร สุสานสัมพันธมิตรช่องไก่ ริมแม่น้ำแควน้อย และตลาดน้ำกองถ่ายตำนานสมเด็จพระนเรศวร ค่ายสุรสีห์ ประมาณ ทั้งสองแห่งห่างจากที่พักไม่เกิน 15 กม.
“ที่อยากแนะนำอย่างยิ่งเมื่อมาถึงเมืองกาญจน์ ก็คือ Hellfire Pass Memorial หรืออนุสรณ์สถานช่องเขาขาดที่ไทรโยค เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ได้รับการจัดอันดับโดยนักท่องเที่ยวในเว็บ Trip Advisor ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในประเทศไทยและติดห้าอันดับแรกของเอเชียในปี 2556 ขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงจากตัวเมือง” เรียกว่ามาพักที่นี่จะใกล้ ไกล หรืออยู่นิ่งๆ เพื่อเดินทางภายใน...ก็เลือกได้ตามอัธยาศัย
“เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศสภาพแวดล้อมโดยรวมที่ทำให้คนเข้ามาแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ได้พักผ่อนจริงๆ โดยเฉพาะความสงบและเต็มอิ่มทางใจ หลายคนบอกว่าเมื่อก้าวเข้ามาในนี้เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง เราเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าที่ที่นี่จะทำให้เกิดความรู้สึกได้ถึงขนาดนี้”
...................
ที่ตั้ง : ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
จุดเด่น : สงบร่มรื่น ผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว
ราคา : 2,900 บาท (ช่วงแนะนำถึงต.ค.58}
ติดต่อ : 08 9411 9154, 0 3462 4684





