เนปาลเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกโดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบปีนเขาเอเวอร์เรสต์ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ วัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์
คนเนปาลก็มีอัธยาศัยดีและยิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อปี 2556 มีนักท่องเที่ยวไปเนปาลเกือบ 8 แสนคน รายได้จากการท่องเที่ยวถือเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ แต่หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ถึง 2 ครั้งภายใน 1 เดือน สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวแห่งเนปาลเปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวร่วงลงกว่า 85 เปอร์เซ็นต์
แอชฮอค โพคาเรล ประธานของสมาคมฯ กล่าวว่า หลังแผ่นดินไหวครั้งแรก นักท่องเที่ยวก็หยุดมาเนปาล ส่วนนักท่อเที่ยวที่อยู่ในประเทศอยู่แล้วก็ทะลักออกนอกประเทศในทันที แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ทางการเนปาลจึงตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อหาทางช่วยภาคธุรกิจท่องเที่ยว
ในขณะนี้ มีการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงสถานที่ๆ ยูนิเซฟจัดให้เป็นมรดกโลก รวมทั้งเส้นทางปีนเขา เพื่อประเมินความเสียหายและส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ประกอบธุรกิจทัวร์ ตัวแทนท่องเที่ยวและลูกค้า
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชมการปีนเขาซึ่งทำรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาลก่อนแผ่นดินไหวก็กำลังหาทางช่วยฟื้นฟูเนปาลให้ได้เร็วที่สุด ทางหนึ่งที่ร่วมจัดทริปท่องเที่ยวแบบใหม่ซึ่งมีทั้งปีนเขาและการบำเพ็ญประโยชน์
ในขณะเดียว ชุมชนการท่องเที่ยวแบบผจญภัยกำลังเป็นผู้นำในการนำนักท่องเที่ยวกลับสู่เนปาลโดยเน้นไปที่การช่วยเหลือฟื้นฟูประเทศ World Expeditions บริษัทท่องเที่ยวแนวผจญภัยของแคนาดารายงานว่า “เราได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้นจากสังคมที่ต้องการช่วยเหลือ บริษัทกำลังรวบรวมโครงการอาสาสมัครซึ่งจะเริ่มตั้งแต่กันยายนถึงเดือนเมษายนปีหน้า โครงการเหล่านี้เป็นการรวมกันระหว่างการบำเพ็ญประโยชน์และการปีนเขาโดยจะใช้เวลาตั้งแต่ 4 วันถึง 3 อาทิตย์”
ส่วนผู้ประกอบการAce the Himalaya ได้ตกลงร่วมมือกับ the Clymbผู้ขายอุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งของรัฐพอร์ตแลนด์จัดทัวร์กึ่งอาสานี้โดยใช้เวลาทั้งหมด 13 วัน ลูกทัวร์จะใช้เวลา 9 วันในการปีนเขาและ 4 วันที่เหลือในการช่วยซ่อมแซมหมู่บ้านที่พังเสียหายจากแผ่นดินไหว จะมีการจัดทัวร์ลักษณะนี้ 8 ครั้งโดยเริ่มตั้งแต่กันยายนจนถึงพฤษภาคม ปีหน้า ลูกทัวร์จะได้ไปช่วยหมู่บ้านในแถบกอร์ค่าซึ่งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งแรก บริษัท Ace กล่าวว่า ลูกทัวร์จะได้อาบเหงื่อต่างน้ำช่วยชาวบ้าน โดยกำไรทั้งหมดจะถูกมอบให้แก่มูลนิธิแซมเบฟของเนปาล องค์กรท้องถิ่นซึ่งกำลังช่วยบูรณะหมู่บ้านในแถบนั้น
นอกจากนี้ สมาคมการท่องเที่ยวแบบผจญภัยก็กำลังวางแผนจะจัด “สัปดาห์แห่งการผจญภัย” ที่เนปาลเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ดีกลับมาสู่เนปาลอีก แชนนอน สโตเวลล์ ประธานสมาคมฯ กล่าวว่า “เราได้รับการตอบรับที่ดีและอย่างล้นหลามจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการช่วยเหลือ เราเชื่อว่าในช่วง 6 หรือ 12 เดือนต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับประเทศเนปาลและการท่องเที่ยว ดังนั้น เราจะพยายามทำในสิ่งที่เรารู้ดีที่สุดซึ่งก็คือการท่องเที่ยวแบบผจญภัยนั่นเอง”
ในแต่ละปี ผู้ที่เข้าชมสัปดาห์แห่งการผจญภัยคือ ผู้ประกอบการทำทัวร์ ตัวแทนการท่องเที่ยวและสื่อมวลชน สำหรับงานในปีนี้จะมีชื่อเรียกว่า “สัปดาห์แห่งการผจญภัยและช่วยฟื้นฟูเนปาล” และจะมีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เข้าร่วมมากมาย แต่สมาคมฯ ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน
ส่วนบริษัทท่องเที่ยว Intrepid Travel ก็เช่นเดียวกันที่เปิดตัวการปีนเขาการกุศลเพื่อช่วยเหลือเนปาลโดยทริปปีนเขาเอเวอร์เรสต์จะรณรงค์หาเงินให้โครงการการศึกษาสิ่งแวดล้อมกาธมันฑุ ซึ่งมูลนิธิ Intrepid ให้การสนับสนุนอยู่ นิโคลาส โควี่ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทกล่าวว่า “นักปีนเขาทำเงินให้การท่องเที่ยวของเนปาลอย่างมากก่อนหน้านี้” โควี่กล่าว บริษัทของเขากำลังทำงานร่วมกับทีมปฏิบัติการของท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญนานาชาติเพื่อประเมินความเสียหายของพื้นที่และโครงสร้างของ 2 ภูมิภาคหลักของการปีนเขาในเนปาลเพื่อประเมินเส้นทางปีนเขาโดยเร็วที่สุดก่อนหน้าฝนจะเริ่ม
โพคาเรลกล่าวว่า ฤดูท่องเที่ยวของเนปาลเริ่มในเดือนกันยายนและเรากำลังทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุด เราหวังว่ากับช่วงเดือนที่เหลืออยู่ในปีนี้ เราจะสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุดในปีหน้า เราก็จะฟื้นตัวและกลับมาสู่ภาวะปกติส่วนซาชา แชนนอน ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของ Absolute Travel กล่าวว่า อย่างไรก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเที่ยวที่เนปาล ยิ่งช่วงหน้าฝนกำลังมา เราไม่มีลูกค้าเลย แต่ลูกค้าที่จองทริปไว้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ยังไม่มีใครยกเลิกเลย





