วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุ่มโพสต์ภาพตร.ล็อคล้อ เข้าขอโทษ เหตุบิดเบือนข้อมูล

หนุ่มโพสต์ภาพจราจรนอกเครื่องแบบล็อคล้อรถยนต์ เข้าขอโทษที่ สน.สำราญราษฎร์ เหตุบิดเบือนข้อมูล

จากกรณีหนุ่มที่ใช้ชื่่อ Pongthon Conrung โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.สำราญราษฎร์ แต่งกายนอกเครื่องแบบล็อคล้อรถยนต์โตโยต้า วีออส สีข่าว ทะเบียน 1กฐ 7904 กทม. ที่บริเวณหลังวัดราชนัดดารามวรวิหาร แขงบวรนิเวศ เขตพระนคร ลงในเฟซบุ๊ก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักบนโลกออนไลน์ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า การล็อคล้อรถที่ทำผิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สวมเครื่องแบบ สามารถทำได้หรือไม่ จากนั้นผู้บังคับบบัญชาของตำรวจจราจร สน.สำราญราษฎร์ รหัสหมวก 6604 ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว บอกว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 พ.ค. ตำรวจจราจรคนนี้ได้แต่งกายสวมเครื่องแบบครบถ้วน ทำการล็อคล้อแล้วออกใบสั่งรถที่จอดผิดกฎหมาย เวลาผ่านไปนานจนถึงช่วงเย็นเจ้าของรถซึ่งเป็นคนโพสต์เฟซบุ๊กได้เสียค่าปรับ จึงตามตำรวจจราจรคนนี้ไปปลดล็อคให้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ออกเวรไปแล้วจึงมาในชุดนอกเครื่องแบบแต่สวมหมวกจราจร เจ้าของรถจึงถ่ายรูปแล้วมาโพสต์บิดเบือนข้อมูล ทำให้ตำรวจได้รับความเสื่อมเสีย เกิดความเกลียดชังจากคนในสังคม จึงให้ตำรวจจราจรคนนี้แจ้งความเอาผิดผู้โพสต์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. นายพงษ์ธร ค่อนรุ่ง อายุ 46 ปี ผู้โพสต์ภาพพร้อมข้อความกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดังกล่าว ได้เดินทางมายัง สน.สำราญราษฎร์ โดยมี พ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รองผกก.จร.สน.สำราญราษฎร์ พร้อมด้วย ด.ต.สมเกียรติ สุทธินันท์ ผบ.หมู่งานจราจร รหัสหมวก 6640 ซึ่งเป็นตำรวจจราจรที่ถูกโพสต์ภาพกล่าวหา รอพบก่อนร่วมกันนั่งแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน

พ.ต.ท.เกษม กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวความจริงแล้วคือ จุดเกิดเหตุนั้นห้ามจอดตลอดเวลา วันนั้นมีรถโดนใบสั่งที่จุดดังกล่าวรวม7คัน โดยรถโตโยต้า วีออส ถูกใบสั่งในเวลา 15.43 น. และทางเจ้าของรถคือ นายพงษ์ธร ได้ไปเสียค่าปรับที่ สน. แล้ว จากนั้นในเวลา18.15 น. ด.ต.สมเกียรติ ได้เดินทางมาปลดล็อคล้อ ไม่ใช่มาล็อคล้อตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะที่มีการแชร์ในเฟซบุ๊ก ซึ่งในคดีนี้ถือว่าผู้โพสต์ภาพและข้อความ มีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ด.ต.สมเกียรติ และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหาหมิ่นประมาทนำเข้าข้อมูลอันเท็จ ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน1แสนบาท ยอมความในความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่ได้ ทั้งนี้ตนเน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ต่อไปนี้ให้แต่งเครื่องแบบตลอดเวลา และถ่ายรูปตอนปฏิบัติหน้าที่ไว้เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา อนาคตเจ้าหน้าที่อาจต้องซื้อไม้เซลฟี่มาถ่ายรูปตอนทำงานไว้ก็เป็นได้

พ.ต.ท.เกษมกล่าวว่า วันเกิดเหตุ ด.ต.สมเกียรติออกเวรพ้นหน้าที่ไปแล้ว ตามปกติจะต้องประสานเวรจราจรผลัดใหม่ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่จราจรผลัดใหม่ติดภารกิจ ทางด.ต.สมเกียรติจึงเดินทางมาปลดล็อกเอง ทั้งนี้ระเบียบของตำรวจ ไม่ได้ระบุเรื่องการปลดล็อกล้อว่าต้องแต่งเครื่องแบบ แต่เนื่องจากด.ต.สมเกียรติเป็นห่วงประชาชนว่าจะรอนาน หลังจากเสียค่าปรับแล้ว จึงเดินทางมาปลดล็อกให้ ซึ่งก็เข้าใจว่านายพงษ์ธรคงจะมีอารมณ์ทำให้เกิดความเข้าใจผิดโพสท์ข้อความดังกล่าวลงไป จนเกิดการแชร์ต่อสร้างความเสียหาย

ด้านนายพงษ์ธรกล่าวว่า วันเกิดเหตุตนพาครอบครัวมาดูงานนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ โดยไปจอดที่จุดดังกล่าว เห็นป้ายห้ามจอดไม่ชัด เมื่อกลับมาก็เห็นถูกใบสั่ง ไปเสียค่าปรับแล้วก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบมาปลดล็อกล้อให้ จึงเข้าใจผิดเลยถ่ายรูปแล้วโพสท์ข้อความไป หลังจากได้คุยกับรองผกก.จร.ก็ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ออกเวรมาปลดล็อกให้ วันนี้จึงแสดงความบริสุทธิ์ใจเข้ามาขอโทษ ต่อทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางสน.สำราญราษฎร์ ทางรองผกก.จร.และด.ต.สมเกียรติ การโพสท์ข้อความมีทั้งผลดีและผลลบ ขอให้ประชาชนที่ชอบโพสท์ทราบว่า หากโพสท์ข้อความไปแล้วเกิดข้อผิดพลาด ก็จะมีผลตามมา

ด.ต.สมเกียรติกล่าวว่า ตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง วันเกิดเหตุไปปลดล็อกล้อจริง ไม่ได้ไปล็อกล้อ ตนเป็นตำรวจมา22ปี ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายจราจรมาโดนตลอด ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ไม่ขอตอบโต้ แต่ขอชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้ตนให้อภัย แต่ในส่วนของคดีก็ต้องว่ากันไป สำหรับความผิดทางหมิ่นประมาท ตนไม่ติดใจ แต่ถือว่าทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย จึงต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ต่อมานายพงษ์ธรได้มอบดอกไม้ขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางร.ต.ท.ณัฏฐ์พล มีสายมงคล พงส.รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป