ขบถโรแมนซ์ในแบบมาดอนนา

ขบถโรแมนซ์ในแบบมาดอนนา

เนื้อหาของอัลบั้มยังเป็นไปตามแนวถนัด นั่นคือความแรงในจุดยืนและมุมมองที่มีต่อโลก ศาสนา ความเชื่อ เพศ และชีวิตส่วนตัว




ย้ายมาอยู่ค่าย 'อินเตอร์สโคป' ตั้งแต่ผลงานชุดที่แล้ว ดูเหมือนข่าวคราวความเคลื่อนไหวของ มาดอนนา จะคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตารางทัวร์ กับโชว์ที่แสนอื้อฉาวของสาวใหญ่วัยกว่า 50 กะรัตคนนี้ ร่วมด้วยกิจกรรมทางสังคม เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก อย่าง Art for Freedom การแสดงบนเวทีแกรมมี่อวอร์ด และอื่นๆ อีกมากมาย จนกระทั่งถึงการหลุดรอดของผลงานบางส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ออกสู่ตลาดคนฟัง ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันในโลกออนไลน์


อย่างน้อยๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Material Girl คนนี้ก็มีข่าวปรากฏอยู่เสมอๆ ดังเช่นทัวร์ MDNA เพื่อโปรโมทผลงานชุดที่ 12 ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยชุดการแสดงสุดเซ็กซี่โชว์เนื้อหนังมังสา กับเนื้อหาเรื่องเพศที่ร้อนแรงของศิลปินรุ่นใหญ่อย่างเธอ ซึ่งทำเอาศิลปินสาวรุ่นหลังๆ ยังต้องคารวะให้

จาก MDNA (2013) ซึ่งดูแค่ชื่อ ก็มีนัยสื่อถึงยาอี (แม้จะมีคนบอกว่า มันหมายถึง DNA ของมาดอนนา ก็เถอะ) มาจนถึง Rebel Heart อัลบั้มลำดับที่ 13 ของเธอ ต้องยอมรับว่า ไม่มีองค์ประกอบใดต่ำกว่ามาตรฐาน กับบทเพลงถึง 19 แทร็คในอัลบั้มเวอร์ชั่นเดอลักซ์ ที่มีความยาว 70 นาที (หรือ 14 เพลงในอัลบั้มปกติ) สะท้อนถึงพลังในการทำงานสร้างสรรค์ที่พุ่งพล่านของเธออยู่ไม่น้อย แม้ในข้อมูลเบื้องหลังของอัลบั้มนี้จะปรากฏว่า มาดอนนา มีปัญหาในการนัดหมายศิลปินรับเชิญและทีมงาน เพราะมีสภาพไม่ต่างจากการจับปูใส่กระด้งก็ตาม

เมื่อเปรียบเทียบกับ MDNA ซึ่งเป็นผลงานในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน อาจกล่าวได้ว่า โปรดักชั่นทางดนตรีของ Rebel Heart อาจจะไม่ยิ่งใหญ่เต็มที่เหมือนอย่างอัลบั้มชุดที่แล้ว เป็นเพราะใน MDNA มาดอนนาทิ้งช่วงการทำงานเพลงมานานปี หลังจากไปสนุกกับการสร้างภาพยนตร์ ในคราวนั้นจึงมีการทุ่มทรัพยากรและสรรพกำลังอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การระดมคนดนตรีฝีมือดี เรื่อยไปจนถึงคอนเซ็พท์ในการทำงาน ที่ไม่จำกัดวงเพียงเรื่องของเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังมีอานุภาพครอบคลุมสื่อมัลติมีเดีย การแสดง และการโชว์บนเวทีอีกด้วย

ทว่า สำหรับ Rebel Heart แม้จะเป็นช่วงเวลาการทำงานที่ต่อเนื่องกัน แต่คลี่คลายไปอีกแบบ โดยสิ่งที่เข้ามาแทนที่ คือการเพิ่มเติมรายละเอียดของดนตรีอื่นๆ ที่มิได้ขับเคลื่อนด้วย EDM หรือ Electronic Dance Music เพียงอย่างเดียว

ในหลายๆ เพลง จึงมีการใช้เสียงอะคูสติก อย่างกีตาร์ อะคูสติก มาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ในสัดส่วนที่มากเกินคาด ผนวกกับกลิ่นอายของดนตรีรูปแบบอื่นๆ อาทิ เฮาส์ และ เร้กเก้ เป็นต้น โดย มาดอนนา ได้มีทีมงานฝีมือดีเข้ามาสนับสนุน หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ดีเจ อะวีชี (Avichii) และ ดิโปล (Diplo) ที่กำลังมาแรงในวงการเพลง ร่วมด้วย คานเย เวสต์

ในส่วนของ ฟิเจอริงอาร์ติสต์ มี NAS มาสร้างสีสันในเพลง Veni Vidi Vichi , นิกกี มินาจ มาเต็มความเร่าร้อนมายิ่งขึ้นในเพลง Bitch I'm Madonna และ ชานซ์ เดอะ แรพเพอร์ และ ไมค์ ไทสัน มาเติมโมเมนตัมหนักๆ ในเพลง Iconic เป็นต้น

แน่นอนทีเดียวว่า โดยภาพรวมนั้น ภาคดนตรีของอัลบั้มนี้ ดูไม่หนักหน่วงและเต็มอิ่มในเชิงของ "ซาวด์ ดีไซน์" เท่าใดนัก น้ำหนักส่วนใหญ่เน้นที่ไปการผสมเท็กซ์เจอร์ของเสียง การมิกซ์ของเหล่าดีเจ แต่ที่โดดเด่นเหนืออื่นใด คือการประพันธ์ทำนองที่ยังมีท่อนฮุกติดหูและโดนใจคนฟัง ซึ่งอาจจะนำเสนอ "ความเป็นป๊อป" มากกว่าผลงานชุดก่อนด้วยซ้ำ

ในด้านเนื้อหาของอัลบั้ม ยังเป็นไปตามแนวถนัด (หรือความหมกมุ่น) ของเธอ นั่นคือ ความแรงในจุดยืนและมุมมองที่มีต่อโลก ศาสนา ความเชื่อ เพศ และชีวิตส่วนตัว แม้ในวัยวันจะผันผ่านมาจนถึงป่านนี้แล้ว แต่ มาดอนนา ยังร้องขับขาน I live my life like a masochist ได้อย่างไม่แคร์ใคร ก่อนจะสรุปอย่างท้าทายว่า

I’ve spent some time as a narcissist / Hearing the others say
“Look at you, look at you!” /Trying to be so provocative
I said “Oh yeah, that was me!” / All of the things I did, just to be seen
(จากเพลง Rebel Heart)

เช่นเดียวกับอีกหลายเพลงที่มีท่วงทำนองเยือกเย็น แต่แฝงด้วยเนื้อหาแรงๆ อย่าง Heart Break City

Cut me down the middle / F*cked me up a little
You said I was your queen / I tried to give you everything / And now you want your freedom

“Rebel Heart แสดงให้เห็นถึงบุคลิกสองด้านของฉันที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือด้านขบถและด้านโรแมนติก” มาดอนนา เคยให้สัมภาษณ์ไว้เช่นนั้น และดูเหมือนทุกความหมายในอัลบั้มนี้จะไม่ผิดไปจากที่เธอบอกกล่าวแต่อย่างใด
ตามประสาศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยยอดขายรวมทั่วโลกกว่า 300 ล้านชุด กับอิทธิพลที่มีต่อทิศทางการสร้างสรรค์งานวัฒนธรรมร่วมสมัย การขยับตัวทำงานของ มาดอนนา ในแต่ละครั้งย่อมเป็นที่จับตา และมีส่วนสร้างสีสันให้แก่วงการเพลงไม่น้อย 


เช่นเดียวกันกับผลงานในแบบฉบับของ ขบถโรแมนซ์ ของราชินีเพลงป๊อปชุดนี้.