ตาชัย...กำลังป่วย

ตาชัย...กำลังป่วย

เกาะตาชัย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติสิมิลัน เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางเหนือๆ ค่อนไปทางหมู่เกาะสุรินทร์โน่น

เพิ่งเปิดให้เข้าไปท่องเที่ยวกันไม่กี่ปีมานี่เอง มีเรือไปทั้งท่าเรือทับละมุที่ไปหมู่เกาะสิมิลัน และท่าคุระบุรีที่ไปหมู่เกาะสุรินทร์ จะท่าไหนก็ไกลพอกัน ที่นี่เขาไม่ให้ค้างคืนบนเกาะ ถ้าจะไปเที่ยวก็คือเช้าไป-เย็นกลับ ใครจะไปเที่ยวก็มีบริษัททัวร์ขายแพ็กเกจเยอะแยะหลายเจ้าซื้อจากท่าเรือหรือเสิร์ชหาในอินเตอร์เนตก่อนได้ เป็นเรือเร็ว ไม่นานก็ถึง


ความสวยงามของเกาะตาชัยนั้น ผมว่าก็สวยเหมือนสิมิลันช่วงที่เปิดใหม่ๆ หาดทรายขาวละเอียดไม่ยาวนัก ชายหาดที่ค่อยๆ ลาดลง เหมาะกับการเล่นน้ำ น้ำทะเลใสแจ๋วราวตู้ปลา แต่ผมไม่ได้ลงดำดูใต้ทะเลว่ามีสภาพเป็นอย่างไร เห็นได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ใต้น้ำพังยับ นอกจากชายหาดที่สวยงามแล้ว ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสั้นๆ เส้นทางหนึ่งเดินเข้าไปดูปูไก่ แล้วไปออกชายหาด กับอีกเส้นทางเดินขึ้นเนินเขาข้ามไปชมทิวทัศน์ของด้านหลังเกาะที่เป็นโขดหิน เส้นทางนี้ยาวกว่านิดหน่อย บนนี้มีป่าบนเกาะที่ดูสมบูรณ์พอสมควร จึงมี นกลุมพู ค้างคาวแม่ไก่ ห้อยหัวบนยอดไม้ดำไปหมด และเพราะความงามของเกาะตาชัยจนเป็นที่เลื่องลือนี่แหละครับ ในแต่ละวันเกาะเล็กๆ แห่งนี้จึงมีบรรยากาศ...คนทะลัก


ผมมองเห็นตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าถ้าไม่แก้ไข ต่อไปจะเป็นปัญหา ก็คือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากจนเกินไป ขนาดช่วงที่ผมไปไม่ใช่วันหยุด เป็นช่วงเดือนมีนาคม มีเรือเร็วมุ่งหน้าไปเกาะตาชัยน่าจะไม่ต่ำกว่า 15-20 ลำ ก็คิดเอาง่ายๆ ว่าลำหนึ่งอย่างน้อยบรรทุกผู้โดยสารได้ 30 คน แล้วคนจะไปใช้พื้นที่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะเรือเร็วจะออกจากท่าในเวลาใกล้เคียงกัน พอไปถึงเกาะก็เวลาไม่ต่างกัน กลับก็เวลาใกล้เคียงกัน มันก็เลยกลายเป็นว่าในช่วงเวลาเดียวกันคนจะไปใช้พื้นที่เกาะเล็กๆ นี้ 300-500 คน ผมถามคนเรือได้ความว่ายิ่งช่วงเทศกาล 5 ธันวา- ปีใหม่- ตรุษจีนนี่ยิ่งแล้ว เรือจอดกันเป็นพรืดไปหมด


ที่หัวหน้าอุทยานฯ มาบอกว่าจะมีการหมุนเวียนคนมาใช้พื้นที่ช่วงเวลาละ 70 คน ตามระบบจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่กรมอุทยานฯกำหนดขึ้นนั้น ตามสายตาผมไม่เห็นแบบนั้น 70 คนบนชายหาด แล้วที่เหลือจะให้เขาไปไหน คนจำนวน 300-500 คนนั่นมันกองอยู่ที่เดียวกัน จะไปเดินขึ้นเขาไปดูทิวทัศน์หลังเกาะไม่กี่คน แต่เส้นทางเดินดูปูไก่นั้นมีมากหน่อยเพราะไม่เดินขึ้นเขา แล้วก็ออกชายหาดเหมือนกัน แต่คนมากจนเดี๋ยวนี้ไปเดินดูเถอะ แทบไม่มีปูไก่ให้เห็น มันหลบในรู ในรากไม้หมด ยิ่งไกด์เรือบางลำเอาใจนักท่องเที่ยว ไปจับมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปด้วยยิ่งหาดูยาก แต่เส้นทางนี้ก็แชร์คนออกไปได้ไม่นานและไม่มาก คนก็ยังกองกันอยู่บนเกาะบนหาดเช่นเดิม จะเห็นชัดในช่วงเวลาทานอาหารกลางวันคนจะมารวมกัน


เรื่องอาหารกลางวันที่นี่ก็ออกจะกังขา โดยปกติการขายทริปแบบ one day tour นี้ บริษัททัวร์จะนำอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ติดไปจากฝั่ง ถึงเวลาคนเรือก็จะมาจัดโต๊ะบริการลูกค้าตัวเอง เสร็จแล้วก็จะขนขยะกลับลงเรือเอามาทิ้งบนฝั่ง เรือใครเรือมัน ซึ่งผมว่ามันก็ดีไม่เอาภาระไปใส่เกาะ แต่ที่ตาชัย กลายเป็นว่าทางอุทยานฯ รับทำอาหารบริการนักท่องเที่ยวเอง หัวละกี่ร้อยก็ว่ากันไป ทุกวันจึงมีการจัดเตรียมอาหารไว้บริการคนเป็นร้อยๆ คนทุกวัน มันก็เกิดปัญหาตามมา เช่น เศษอาหารบนเกาะ ขยะ แมลงวัน คนงาน แม่ครัวที่ต้องไปค้างคืนปักหลักทำครัวในฤดูการท่องเที่ยว โรงทำครัว หลุมเทอาหาร ฯลฯ


ถามว่ามันใช่เรื่อง มันใช่หน้าที่ของอุทยานฯ ไหม ถ้าเราไม่ไปทำอาหารเก็บค่าหัว ไม่สร้างภาระทางสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวมาก็ทิ้งไว้แต่รอยเท้า เอาแต่ความประทับใจไป นี่ทางอุทยานฯสร้างปัญหาซะเอง ก็เลยพลอยนึกไปว่า เพราะแบบนี้หรือเปล่าที่ถึงไม่อยากให้คนมาน้อย ขืนไปจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวก็เก็บค่าอาหารได้น้อย จะไม่คุ้มค่า แต่เมื่อให้คนมามากๆ รายได้ค่าอาหารมากตามในแต่ละวัน อ้าว...แล้วอย่างนี้ไม่กลายเป็นว่า อุทยานฯขายธรรมชาติอย่างที่เขาครหากันหรอกหรือ


ข้อครหาของสิมิลันนั้นรู้ๆ กันว่ามันมีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน เรื่องซื้อเรือ ซ่อมเรือ ขโมยเรือ สารพัด การเก็บค่าธรรมเนียมบริษัททัวร์ไม่ค่อยตรงกับยอดนักท่องเที่ยวจริงๆ นี่เป็นเกือบทุกที่กับอุทยานฯที่มีบริษัททัวร์พาคนไปใช้บริการ ความคุ้นเคยกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับบริษัททัวร์ ไป 30 คน เก็บ 20 คน มีออกบ่อย นี่แค่น้ำจิ้ม ตั๋วผีตั๋วปลอมนั่นเด็กๆ ไปเลยแหละ


เรื่องปะการังใต้ทะเลที่ตาชัย ผมไม่ได้ดำลงดูด้วยตัวเองว่ามันพังจริงไหม แต่ถามพรรคพวกเห็นว่ามันตายมาตั้งแต่เกิดปะการังฟอกขาวแล้ว ที่อื่นเริ่มฟื้นตัวแต่ที่นี่ยังไม่ฟื้น ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกิจกรรมท่องเที่ยวมันมากเกินไปหรือเปล่า ปะการังจึงพังยาว แต่การที่คนมาใช้พื้นที่มากไปนี่ เป็นปัญหาแน่
ผมว่าการที่มีการออกมาให้ข่าวว่าธรรมชาติบนตาชัยทรุดโทรมนั้น สมควรที่ทั้งบริษัททัวร์ ทั้งกรมอุทยานฯ ควรจะช่วยกันตระหนัก ไม่ใช่มาบอกว่าจะจำกัดนักท่องเที่ยวได้ไง ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวจองเดินทางกันวันละหลายร้อยคน ยิ่งพูดก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าธรรมชาติไม่อยู่ในสายตาผู้ประกอบการเหล่านี้ ฉันจะโกยไว้ก่อน การออกมาทักท้วงไม่ใช่การทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ถ้าท่านกอบโกยช่วงที่ใครก็อยากไปตาชัยจนธรรมชาติพังจริงๆ แล้วคนไม่มา ผมว่านั่นจะยิ่งทำลายแหล่งท่องเที่ยว บริษัททัวร์ก็ต้องให้ความร่วมมือ ไม่ใช่ว่ากอบโกยกันจนละเลยความเป็นไปธรรมชาติ อุทยานก็ต้องกลับมาอยู่กับร่องกับรอย


ถ้าเกาะตาชัยจะตายก็เพราะชูชกท่องเที่ยวทั้งหลายนี่แหละ!