วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชีพจรศิลปะ ในสิงคโปร์ อาร์ต วีค

ผืนผ้าบาติกที่เว้นช่องตรงกลางไว้ด้วยการเคลือบสารเคมีสีน้ำเงินเข้ม ค่อยๆ ทำปฏิกิริยากับน้ำ

หลังจากนำฟิล์มภาพถ่ายไปวางลงบนผ้าบาติกโดยใช้กระจกประกบไว้ทั้งสองด้านตากแดดเป็นเวลา 5 นาที

เมื่อนำมาซักกับน้ำเปล่า ภาพถ่ายของบ้านพารานากันที่บันทึกไว้บนแผ่นฟิล์มค่อยๆ ปรากฏบนผืนผ้า ชัดเจนขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย กระทั่งแจ่มชัด ....

เวิร์คช้อปของ Mintio & Kabul 2 ศิลปินที่จัดขึ้นพร้อมนิทรรศการ Kebon Indah : Mintio & Kabul, Kelompok Batik Tulis Luhur, Collaboration ที่ บาบา เฮ้าส์ เป็นกลวิธีในการบอกเล่ากระบวนการทำงานของศิลปินที่นำเอาเทคนิคการถ่ายภาพแบบโบราณที่เรียกว่า Cyanotype มาพิมพ์ลงบนผ้าบาติกที่ผ่านขั้นตอนการทำอย่างประณีตตามแบบฉบับของชาวอินโดนีเซีย

แม้ว่าจะเป็นในรูปแบบย่อ แต่ก็ทำให้ผู้ชมได้เข้าใจกระบวนการสร้างสรรค์งานของศิลปินคู่นี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

กิจกรรมทางศิลปะของ Mintio & Kabul เป็นเพียง 1 ใน 100 อีเว้นท์ที่จัดขึ้นพร้อมกันในงาน Singapore Art Week 2015 ระหว่างวันที่ 17 - 25 มกราคมที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นสัปดาห์ที่สิงคโปร์กลายเป็นเมืองศิลปะโดยแท้

สิงคโปร์ เมืองศิลปะ

ด้วยจุดหมายที่ต้องการให้สิงคโปร์เป็น เมืองแห่งศิลปะชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย สภาศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ และ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ จึงได้ร่วมมือกันจัดงาน สิงคโปร์ อาร์ต วีค เทศกาลศิลปะระดับโลกในภูมิภาคเอเชีย โดยกำหนดลงในปฏิทินท่องเที่ยวในช่วงต้นปีต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว โดยปีนี้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้นไปอีกเนื่องจากเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐสิงคโปร์

ชีพจรศิลปะในสิงคโปร์ อาร์ต วีค เต็มไปด้วยกิจกรรมทางศิลปะมากมาย ครอบคลุมพื้นสำคัญไม่ว่าจะเป็น บราส บาซาห์ เดมพ์ซีย์ ฮิลล์ กิลล์แมน บารัค และ กำปง กีลาม

นักเรียนที่กำลังตื่นเต้นกับแท็บเล็ตนำชมนิทรรศการ Leonardo Da Vinci's Earlier Mona Lisa ที่ ดิ อาร์ตเฮ้าส์ อาคารรัฐสภาเดิม นักสะสม เจ้าของแกลลอรี และตัวแทนศิลปะ ใน Art Stage Singapore ที่มีแกลลอรีเข้าร่วมงานถึง 130 แห่งจาก 29 ประเทศ

ศิลปิน คนรักศิลปะ มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในนิทรรศการศิลปะหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น จิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม วีดิโออาร์ต หนังสั้น และภาพถ่าย คือ ภาพจริงที่ได้เห็นในพิพิธภัณฑ์ แกลลอรี ทั่วเมืองตั้งแต่เช้าจรดค่ำใน 9 วันที่ผ่านมา

สีสันร่วมสมัยในลิตเติ้ล อินเดีย

ลิตเติ้ล อินเดีย เป็นย่านที่เต็มไปด้วยสีสันของอาคารที่ทำให้เราเห็นว่าการใช้สีจัดตัดกันแรงๆ แต่อยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างไร สะท้อนวัฒนธรรมอินเดียที่ให้ความสำคัญกับสีและวัฒนธรรมอันเต็มไปด้วยสีสันได้เป็นอย่างดี ในสัปดาห์ศิลปะครั้งนี้ ศิลปินรุ่นเยาว์จาก LASALLE College of the Arts (สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงเรื่องศิลปะร่วมสมัย) นำผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากถิ่นที่อยู่ของชาวอินเดียมาจัดแสดงในพื้นที่โดยรอบ ประกอบไปด้วยงานทัศนศิลป์ ศิลปะการจัดวาง ภาพยนตร์ และ ดนตรี

Eunice Lim เล่าประวัติของถนนควาย (Buffalo Road) อันเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนอินเดียในสิงคโปร์ ผ่านจิตรกรรมฝาผนังที่วาดลงบนผนังอาคารขนาดใหญ่ ในวันที่เซอร์ แสตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ พร้อมบรรดาลูกเรือเดินทางมาลงหลักปักฐานนั้น บริเวณนี้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวของชาวอินเดีย ต่อมาเมื่อมีการว่าจ้างแรงงานชาวอินเดียให้เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ จึงทำให้มีชาวอินเดียเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก กลายเป็นชุมชนชาวอินเดียขนาดย่อมที่ยังคงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้อย่างเข้มแข็ง

ภาพวัว 6 ตัว สีชมพู ฟ้า เขียว แดง เหลือง ม่วง สะท้อนภาพสีสันและความหมายของสถานที่ในวันวาน โดยมีรายละเอียดที่ซ้อนอยู่ในวัวแต่ละตัว ได้แก่ ลวดลายของดอกไม้ ใบไม้ และรูปทรงสัญลักษณ์ตามแบบศิลปะอินเดียปรากฏอยู่

กล่าวได้ว่าเป็นภาพจิตรกรรมร่วมสมัยที่เล่าโดยคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความสดใสและมีความหมาย ผลงานชิ้นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเดินทัวร์ศิลปะในลิตเติ้ลอินเดีย ที่เราจะได้เห็นศิลปินรุ่นเยาว์นำเอาสีและรูปทรงที่ได้เห็นมาสร้างเป็นรอยเท้าหลายสีบนทางเดิน ศิลปะจัดวางที่นำเอาเชือกหลากสีมาสานกันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีกระดิ่งเล็กๆ ห้อยอยู่ เมื่อลมพัดมาเสียงกรุ๋งกริ๋งจากกระดิ่งก็จะดังขึ้นล้อไปกับเสียงกำไล และเสียงระฆังจากวัดที่อยู่ไม่ไกล

สีสันของศิลปะร่วมสมัย ทำให้ลิตเติ้ลอินเดียเร้าใจในมุมมองที่แปลกไปกว่าเดิม

รางวัลแด่คนทำงานศิลปะ

Prudential Eye Awards Contemporary Asian Art เป็นรางวัลแรกที่มีพิธีมอบในสัปดาห์ศิลปะปีนี้ จัดขึ้นในโรงภาพยนตร์มาสเตอร์การ์ด มาริน่าเบย์แซนด์ ส่วนใหญ่เป็นรางวัลที่มอบให้กับศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานน่าจับตามอง

ปีนี้ ChimPom ศิลปินกลุ่มจากญี่ปุ่นคว้ารางวัล Best Emerging Artist ในการใช้สื่อดิจิทัล/วีดิโอ และ Best Emerging Artist of the Year ไปครอง

ส่วนศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทจิตรกรรม ได้แก่ Christine Ay Tjoe ศิลปินอินโดนีเซีย

ประเภทดรออิ้ง ได้แก่ Mithu Sen ศิลปินอินเดีย

ประเภทประติมากรรม ได้แก่ Meekyoung Shin ศิลปินจากเกาหลีใต้

ประเภทอินสตอลเลชั่น ได้แก่ Donna Ong ศิลปินสิงคโปร์

ประเภทภาพถ่าย ได้แก่ Sherman Ong ศิลปินสิงคโปร์

ผู้ได้รับรางวัล Best Emerging Artist ทั้ง 6 สาขา ได้รับเงินรางวัล 20,000 สิงคโปร์ดอลลาร์ ในขณะที่ Chim Pom will ได้รับอีก 30,000 สิงคโปร์ดอลลาร์ จากรางวัล Best Emerging Artist of the Yearand พร้อมรับเชิญไปจัดนิทรรศการแสดงเดี่ยวที่ The Saatchi Gallery ลอนดอน

ส่วนรางวัล Best Exhibition of Asian Contemporary Art ได้แก่ No Country และ รางวัล Award for Visual Cuture ตกเป็นของ เกาหลีใต้ งานนี้มีศิลปินดังจากบิ๊กแบงมาเป็นผู้รับรางวัล

ในขณะที่ Asia Pacific Breweries Foundation Signature Art Prize 2014 มีพิธีมอบรางวัลขึ้นที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งสิงคโปร์ ในช่วงเวลาถัดมา โดยรางวัลนี้กรรมการได้คัดเลือกผลงานจาก 105 ชิ้น จากศิลปินใน 24 ประเทศ เหลือเพียง 15 ชิ้น นำมาให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดสรรอีกครั้งอย่างเข้มข้น จนท้ายที่สุด ผลงาน PYTHAGORAS ของศิลปินชาวสิงคโปร์ Ho Tzu Nyen ได้รับรางวัล Grand Prize คว้าเงินรางวัล 60,000 สิงคโปร์ดอลลาร์ไปครอง โดยมีศิลปินจีน Liu Jianhua และ ศิลปินอินโดนีเซีย Melati Suryodarmo ได้รับรางวัล Juror's Choice ศิลปินไต้หวัน Yao Jui-Chung + Lost Society Document (LSD) รับรางวัล People's Choice

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งสิงคโปร์ นำผลงานที่เข้ารอบทั้ง 15 ชิ้น มาจัดแสดงให้ชมไปจนถึง 15 มีนาคม 2558 มีผลงาน Golden Teardrop ของศิลปินไทย อริญชย์ รุ่งแจ้ง เป็น 1 ใน 15 ชิ้นที่เข้ารอบสุดท้ายและร่วมแสดงอยู่ด้วย

นิทรรศการระดับโลก

การได้เผชิญหน้ากับภาพเขียนโมนาลิซ่าเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่ภาพโมนาลิซ่าที่แขวนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ประเทศฝรั่งเศสที่ต้องเข้าแถวชมกัน หากในนิทรรศการ Leonardo Da Vinci's Earlier Mona Lisa ผู้ชมมีโอกาสได้ประจันหน้ากับภาพเขียนโมนาลิซ่าที่ผ่านกรอบกระจกที่ออกแบบมาอย่างประณีต โดยจังหวะการเน้นของแสงเพื่อให้เห็นรายละเอียดของภาพได้อย่างชัดเจน

ภาพโมนาลิซ่าในนิทรรศการครั้งนี้ เชื่อกันว่าเป็นผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี ศิลปินและนักวิทยาศาสตร์ในยุคเรอเนสซองค์ โมนาลิซ่าฟาวเดชั่น องค์กรไม่แสวงหากำไรของสวิส นำภาพโมนาลิซ่า ที่เชื่อว่าเป็นภาพที่ดาวินชีเขียนขึ้นก่อนภาพโมนาลิซ่าที่จัดแสดงอยู่ในในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ เป็นเวลา 10 ปี โดยมีทฤษฎีและหลักฐานประกอบมาจัดแสดง

นิทรรศการนำเสนอด้วยกลวิธีที่น่าสนใจ คือ การแจกแท็บแล็ตชมภาพยนตร์ตอนสั้นๆ เล่าเรื่องที่มาของภาพเขียนที่คนรู้จักกันทั่วโลก หลักฐานที่ปรากฏในเอกสารโบราณ บทวิเคราะห์ในเรื่องการทำงานของดาวินชีที่มักจะเขียนรูปมากกว่า 1 ชิ้นเสมอ ตัวอย่างเช่น The Virgin of the Rock ที่ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์และ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงลอนดอน เมื่อนำมาเทียบเคียงกันแล้วการวางองค์ประกอบในภาพและทิวทัศน์เบื้องหลังมีความใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมไปถึงข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์ในแท็บแล็ตที่ผู้ชมเดินถือไป พร้อมกับบอร์ดนิทรรศการที่ขยายภาพให้เห็นอย่างชัดเจน จนในที่สุดไปพบกับภาพเขียนโมนาลิซ่าในยุคเริ่มแรก ที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์และรูปร่างแบบบางกว่า รวมทั้งฉากหลังที่มีเสาในรูปแบบสถาปัตยกรรมโรมันและทิวทัศน์ที่เรียบง่าย แตกต่างไปจากฉากหลังของภาพโมนาลิซ่าที่เราคุ้นเคยกันซึ่งจะเป็นภาพทิวทัศน์ที่มีความลึกลับซับซ้อน

ว่ากันว่ารอยยิ้มของโมนาลิซ่านั้นแฝงไปด้วยปริศนามากมาย ความสงสัย ใคร่รู้ และเพียรหาคำตอบ นับเป็นส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ในผลงานศิลปะที่ศิลปินทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ค้นหาในนิทรรศการระดับโลกที่ร่วมสร้างแรงบันดาลใจในเทศกาลศิลปะครั้งนี้ (นิทรรศการ Leonardo Da Vinci's Earlier Mona Lisa จัดแสดงที่ อาร์ต เฮ้าส์ (รัฐสภาเดิม) จนถึง -11 กุมภาพันธ์ ศกนี้จากนั้นจะไปจัดแสดงที่ฮ่องกง และจีน เป็นลำดับต่อไป

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของไฮไลต์กิจกรรมใน Singapore Art Week 2015 ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมทางศิลปะที่น่าสนใจมากมาย สำหรับคนรักศิลปะเตรียมปักหมุดไว้ในปฏิทินการเดินทางได้เลยกับเทศกาลสิงคโปร์อาร์ตวีคของทุกต้นปี

ชีพจรศิลปะที่นี่เต็มไปด้วยสีสันและความกระฉับกระเฉงมากเลยทีเดียว