กลับสู่สภาพความเป็นจริงหลังจากหมดเทศกาลท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ไปแล้ว
ซึ่งท่านผู้อ่านหลายคนคงไม่ต่างจากผมคือ ออกท่องเที่ยวเหมือนกัน ปีนี้ผมเลือกเอาทางภาคอีสานเป็นที่เปิดโลกทัศน์ในช่วงวันหยุดยาว เลยมีหลายที่มารายงานสภาพให้ฟังกัน
เริ่มแรกผมแวะไปที่ภูฝอยลม จ.อุดรธานี เป็นพื้นที่โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 10 (สบ.10) กรมอุทยานฯ เข้าไปทางเดียวกับที่ไปวัดป่าบ้านตาดนั่นแหละครับ ธรรมดาที่นี่ไปกางเตนท์นอนได้ ปีใหม่ปีนี้มีการจัดสวนดอกไม้ ชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ไปออกร้านรวงกันพอประมาณ นักท่องเที่ยวหนาตากว่าที่ผมเคยไปเห็นมา แต่ที่ผิดหูผิดตาจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็คือ ทะเลบัวแดง ที่กุมวาปี เดี๋ยวนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างทั้งชื่อเสียงและเงินทองให้อุดร แซงหน้าบ้านเชียงไปเรียบร้อยแล้ว ยิ่งเทศกาลแบบนี้ คนเยอะมหาศาล
ที่ต้องชมคือ ราคาค่าเรือเข้าไปดูบัวแดง ยังคงราคาเท่าเดิมคือ 300 บาท/ลำ (นั่งได้ ไม่เกิน 10 คน) ในวงรอบเล็ก ในเวลา 45 นาที และ 500 บาท ในวงรอบใหญ่ ในเวลาชั่วโมงกว่า ราคาเท่าเดิม และทางกลุ่มเรือเขาออกกฎว่า ถ้าเรือลำไหน พาไปโดยไม่จอดให้ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ (วงรอบเล็กประมาณ 5 จุด) เพื่อมาทำรอบ แล้วมีนักท่องเที่ยวมาแจ้ง เขาจะให้เรือลำนั้นพานักท่องเที่ยวออกไปอีกครั้ง โดยนักท่องเที่ยวไม่เสียเงินเลย ซึ่งผมว่าเป็นมาตรการที่ดีมากที่ต้องช่วยกันควบคุมมาตรฐานการบริการ แล้วเดี๋ยวนี้มีท่าเรือลงดูทะเลบัวแดงอีก 2 ท่าคือ ทางบ้านแชแล และบ้านเชียงแหล ก็อยู่รอบๆ บึงนี่แหละ เผื่อว่าคราวหน้าถ้าไปแล้วคนแน่นทางบ้านเดียมที่รู้จักกันก่อนนี้ ก็จะได้ผ่องถ่ายไปทางอื่นได้
ผมล่องมาทางเมืองเลย ไปดูภูป่าเปาะ ใน อ.หนองหิน ซึ่งเข้าไปทางเดียวกับสวนหินผางาม หรือกุ้ยหลินเมืองเลย (เลยทางเข้าสวนหินผางามไปราว 3 กม.) การเที่ยวดูภูป่าเปาะนี้อยู่ในการจัดการของชาวบ้านผาหวาย เขาจัดการกันเอง จัดลานจอดรถ มีรถอีแต๋นมารับพาขึ้นไปยังจุดชมวิวที่รถไปถึง 3 จุด และเดินเท้า 1 จุด ขึ้นไปเพื่อชมทิวทัศน์ของภูหอ ซึ่งเป็นภูที่มีรูปทรงสวยงาม ส่วนยอดเป็นแท่น ดูแล้วสมส่วนคล้ายภูเขาไฟฟูจิ เขาเลยตั้งฉายาว่าฟูจิเมืองเลย ในหน้าฝนจะมีหมอก ช่วงบัวตองบานก็มีดอกบัวตอง แต่ช่วงปีใหม่แบบนี้ แม้จะฝุ่นเยอะแต่ก็ยังสวยงาม โดยเฉพาะทิวทัศน์นั้นสวยมาก ที่นี่ผมชมชาวบ้าน เพราะเขาทำกันด้วยใจ เกณฑ์ลูกบ้านมาเป็นเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆ ค่ารถอีแต๋นคนละ 60 บาท ขึ้นลง คันไหนก็ได้ รถจะวิ่งวนไปมา ลงจุดไหนแล้วอยากไปต่อก็รอรถคันต่อไปได้
หลังจากนั้นผมก็มาแวะที่สวนหินผางาม แหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ของ อ.หนองหิน ที่อยู่ใกล้ๆ กับภูป่าเปาะ ที่นี่จัดการท่องเที่ยวโดย อบต. คนเยอะรถเยอะเป็นปกติ เสียแต่ว่าร้านค้าที่อยู่ริมทางลงจุดชมวิวนั้น สร้างจนติดทางเดิน พอคนเยอะ ก็เลยมีคนติดไปโดยปริยาย เดินแทบไม่ได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือ เห็นว่า อพท.(องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์กรมหาชน)) จะไปสร้างสะพานสลิงเชื่อมยอดเขาบนนั้น ซึ่งการสร้างนั่นสร้างนี่ในแหล่งท่องเที่ยวผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างไร ถ้าอยากสร้างมุมมองใหม่ก็น่าทำทางเดินเท้าลัดเลาะขึ้นไปยังอีกยอดเขาหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ สร้างกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานๆ เขาก็จะใช้เงินพักแรม ซื้ออาหารสารพัด
นี่สร้างสะพานเชื่อมไปง่ายมาง่าย ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเที่ยวเสร็จ แล้วไปที่อื่นต่อ ใครจะไปพัก ใครจะควักเงิน ถ้าสังเกตดูองค์การนี้มีแต่โครงการก่อสร้างแทบทั้งนั้นเลย สร้างเสร็จ เปิดตูดหนี ทิ้งปัญหาให้ชาวบ้าน ก็ขนาดว่า ผอ.องค์กรนี้ยังจะไปสมัครผู้ว่าฯ ททท. หัวยังไม่มีใจให้องค์กร แล้วองค์กรมันจะไปยังไงครับ ถึงได้มีผลงานที่สะเปะสะปะ ไปซ้ำกับองค์กรอื่นอย่างทุกวันนี้ไง ที่ควรจะทำให้เป็นผลงานอย่างการณรงค์ให้ใช้ไฟจากพลังงานธรรมชาติอย่างบนเกาะกูดนั่นน่าส่งเสริม แต่ไม่มีการก่อสร้าง เลยไม่ค่อยทำจริงจัง
สุดท้ายผมมาปิดทริพที่ จิม ทอมสันฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่นี่เขาเปิดปีละ 1 เดือน ราวกลางเดือนธันวาถึงกลางเดือนมกราคมของทุกปี เนื้อที่เป็นพันๆ ไร่ โดยทั่วไปเขาจะปลูกพืชไร่ ข้าวโพด ข้าว พืชผักต่างๆ เน้นที่ปลูกหม่อนเพื่อเป็นวัตถุดิบเลี้ยงไหม แต่ช่วงปลายปีเขาจะปลูกดอกไม้พวกดาวกระจายฝรั่ง ทานตะวันอะไรพวกนี้ แล้วก็ทำหมู่บ้านอีสานที่แสดงวิถีชีวิตคนอีสานและการทำผ้าไหม เก็บค่าเข้าดู 120 บาท / คน แต่วันหยุด เก็บ 140 บาท คนมหาศาลมาก ชนิดที่แน่นไปหมด คนเข้าดูวันละเป็นหมื่นๆ คน แน่นจนพื้นที่ใกล้เคียง มีคนมากว้านซื้อที่ เตรียมทำเป็นร้านค้า ที่พัก แม้กระทั่งทำสวนเกษตรแล้วให้คนเข้าเที่ยวแบบเดียวกับจิม ทอมสันฟาร์ม จริงๆ ชาวบ้านมีที่นิดหน่อยก็ทำได้ เพิ่มมูลค่าสถานที่ แพงพวย ดาวกระจาย ปอเทือง ปลูกไปเถอะ ออกดอกสวยๆ คนแวะถ่ายรูป ขายกาแฟ ขายขนมไป
โรงแรม ที่พักต่างๆ คึกคักอย่างมาก ร้านอาหารที่อุดร คนต้องมาเข้าคิวกันจองโต๊ะ โรงแรมในตัวเมืองเลย ผู้จัดการโรงแรมบอก แขกล้นแล้วล้นอีก ที่เชียงคานพรรคพวกบอกคนไหลไปตามถนนคนเดินเลย ส่วนที่ภูเรือรถมาติดตรงหน้ารีสอร์ทที่เป็นข่าวสร้างไม่เสร็จแต่เปิดให้คนเข้าพัก ฯลฯ เรียกว่าคึกคักทั้งภูมิภาค และคิดว่าภาคอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน
ไปเที่ยวนี้ผมตั้งใจไปดูการจัดการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งชาวบ้านและเอกชน และไปดูผลการประชาสัมพันธ์ของสื่อสารมวลชนอย่างผมด้วยว่าเป็นอย่างไร เห็นก็ชื่นใจแทนชาวบ้านครับ แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งให้ชาวบ้านเขาจัดการไปตามแบบ ตามวิถีของเขา แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยเป็นพี่เลี้ยง ถ้าชาวบ้านไม่เข้มแข็งก็จะเสร็จนายทุน เสร็จองค์กรที่ถนัดก่อสร้างเพื่อกินเงินทอนทั้งหลาย แล้วอย่าหลงกับเงินทองที่มาจากการท่องเที่ยว ต้องดูด้วยว่าปัญหาที่ตามมาคืออะไร สิ่งแวดล้อม ความรัก ความสามัคคีของชุมชน ที่พอผลประโยชน์เข้ามาชาวบ้านทะเลาะกัน อันนี้ต้องระวัง
เห็นท่องเที่ยวไทยคึกคักแบบนี้ก็มีความสุข ผมถึงบอกว่า ให้ออกไปเที่ยวให้รู้จักกัน แล้วเราจะเข้าใจกัน และจะรักกันมากขึ้น มีโอกาสไม่ต้องรอเทศกาล ออกเที่ยวไทยได้เลยครับ...





