วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปั่น 'จักรยาน' ดู 'จักรวาล'

ถ้าจักรยานคือยานพาหนะที่เรียบง่ายที่สุด

ยานอวกาศหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าจานบินคงเป็นยานพาหนะที่ซับซ้อนที่สุด นี่คือการเดินทางที่จะพาทั้งสองสิ่งมาเจอกัน

ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ได้ดูหนังเกี่ยวกับอวกาศและยานบินมาแล้วหลายเรื่อง เช่น สตาร์วอร์ก็ดูทุกภาค ภาคละหลายหน, ไอดีโฟร์: สงครามวันดับโลก ก็ดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตอนนั้นหวาดระแวงว่ามนุษย์ต่างดาวจะมาบุกโลก นอกจากหนังที่สร้างจากจินตนาการสุดล้ำ ตอนเด็กๆ ยังเคยหลงใหลเรื่องดวงดาวและจักรวาลอย่างมาก ถึงขั้นเดินทางไปนอนกางแผนที่ดาวดูกลุ่มดาวท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ...ก็เคยมาแล้ว

แต่ยิ่งโต...ผมกับอวกาศและจักรวาลก็ค่อยๆ ห่างกันไกล มารู้ตัวอีกทีก็แทบจะจำหน้าค่าตากันไม่ได้ทั้งที่ท้องฟ้าก็อยู่เหนือศีรษะตลอดเวลา นี่จึงเป็นโอกาสดีที่ตอนนี้มีนิทรรศการเกี่ยวกับอวกาศสุดอลังการมาจัดแสดงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลบ้านของผมนัก นั่นคือนิทรรศการ NASA - A HUMAN ADVENTURE ที่ BCC Hall ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

ด้วยค่าที่ไม่ไกลมากและอากาศช่วงนี้ยังพอจะปั่นจักรยานได้อย่างสบายๆ ผมจึงควบเสือหมอบออกจากบ้านย่านลาดกระบังไปตามถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังอันคุ้นเคย ถ้าปั่นไปตามปกติบนถนนสายนี้จะไปเลี้ยวขวาเข้าถนนศรีนครินทร์ที่สี่แยกอ่อนนุช แต่ครั้งนี้ผมเลือกใช้ถนนเลียบมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี โดยปั่นจากถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังมาถึงสี่แยกประเวศแล้วเลี้ยวขวาเข้าในซอย สน.ประเวศ ซึ่งในซอยนี้จะมีสะพานข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ ชันพอสมควร แต่อัดตั้งแต่ต้นๆ ก็ขึ้นไปได้สบายๆ (ถ้าปั่นไม่ไหวไม่ควรฝืนเพราะมีรถสัญจรไปมาเยอะมาก...ลงเข็นปลอดภัยกว่า) หลังจากพ้นสะพานก็ปั่นไปจนสุดทาง ตรงนี้จะมีสองทางเลือกคือถ้าตรงไปจะข้ามทางรถไฟแล้วถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์เลย กับอีกวิธีคือเลี้ยวขวาตรงทางแยกเยื้องหมู่บ้านลลิลกรีนวิลล์ แล้วจะไปออกที่ถนนเลียบมอเตอร์เวย์เหมือนกัน...จะเอาไงก็ตามใจนักปั่น

บนถนนเลียบมอเตอร์เวย์นี่ค่อนข้างเหมาะแก่การปั่นจักรยานทุกประเภทเพราะถนนสายนี้เคยเป็น (และยังเป็น) แหล่งรวมสิงห์นักปั่นตั้งแต่ก่อนจะมีทางเขียวสุวรรณภูมิซึ่งดูดนักปั่นไปจากถนนสายนี้มากทีเดียว แต่ก็ยังเห็นนักปั่นหลายคนบนถนนสายนี้ เป็นเพื่อนร่วมทางไปจนตัดเข้าถนนศรีนครินทร์ ถนนสายนี้ผมเขียนถึงบ่อยแล้วในหลายๆ ทริปก่อนหน้า เอาเป็นว่าตัดไปที่ถนนลาดพร้าวเลยแล้วกัน

จากศรีนครินทร์ถึงสามแยกผมเลี้ยวซ้ายเข้าลาดพร้าว ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิไปผมปั่นขึ้นฟุตบาททันทีเพราะฟุตบาทลาดพร้าวเป็นทางจักรยานด้วยนะครับ คือมีเส้นตีแล้วระบุว่าเป็นทางจักรยาน แต่ไม่ใช่ทางจักรยานเรียบๆ เพราะปั่นไปก็สะท้านทรวงไป แถมเส้นที่ตีไปยังพาดผ่านป้าย ต้นไม้ ป้ายรถเมล์ มิหนำซ้ำยังมีรถและสิ่งของระเกะระกะให้ได้หลบหลีกอีกเพียบ...เป็นทางจักรยานที่สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงๆ

ผมปั่นไปหลบไปจนเหนื่อย หันขวามาอีกทีเห็นยูเนียนมอลล์นั่นแปลว่าแค่ข้ามไปอีกฝั่งผมก็จะถึงที่หมายแล้ว แต่ทางแยกตรงนี้ถือเป็นทางพิเศษ ผมไม่แนะนำให้ปั่นข้ามแยก ควรเข็นข้ามไม่ว่าจะทางม้าลายหรือสะพานลอยก็ได้ ไม่อย่างนั้นอาจได้ขึ้นสวรรค์ก่อนจะได้ชมอวกาศก็เป็นได้

ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวมีที่จอดจักรยานนะครับ เท่าที่เห็นคืออยู่นอกอาคารฝั่งโรงเรียนหอวัง เป็นที่จอดแบบทั่วไป คือล็อคกับล้อได้ แต่ถ้าจะล็อคกับตัวรถก็ต้องลองจัดท่าทางดีๆ นิดหนึ่ง ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัว ที่จอดจักรยานแบบนี้และไม่มีคนดูแลถือเป็นจุดจอดอันตราย ทว่าผมใช้ที่ล็อคถึงสามตัว ก็พอจะสบายใจได้บ้าง

จอดจักรยานเสร็จสรรพ ผมรีบขึ้นไปที่ชั้น 5 ทันที แล้วก็มาถึง BCC Hall (Bangkok Convention Center Hall) และนี่คือ "NASA - A HUMAN ADVENTURE..." (ทำเสียงเอคโค่)

ผมเคยไปชมนิทรรศการนี้เมื่อครั้งไปจัดแสดงที่ญี่ปุ่น และประเทศก็เป็นอีกประเทศเดียวที่นอกจากญี่ปุ่นที่ได้จัดนิทรรศการระดับโลก ไม่สิ...ระดับจักรวาลครั้งนี้ โดยที่ผู้จัดงานได้ขนเอาสรรพสิ่งเกี่ยวกับอวกาศทั้งของ NASA และของไทยเราเอง ทั้งแบบจำลองและของจริง!

พอเข้าไปก็ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในยานอวกาศทันที เริ่มด้วยทำความรู้จักกับนักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของโลก แน่นอนว่าผมแทบไม่รู้จัก (ฮา)

เข้ามาหน่อยเห็นคนต่อแถวกันอยู่ ผมไม่รอช้าไปต่อแถวบ้าง ที่หัวแถวคือเด็กๆ กำลังส่องกล้องโทรทัศน์รูปร่างคลาสสิคพลางส่งเสียง "ว้าว! สวยจัง" ทำเอาผมซึ่งอยู่ท้ายแถวแทบรอไม่ไหวอยากจะร้อง "ว้าว!" บ้าง

จนกระทั่งถึงคิวผมส่องบ้าง ก็ได้ "ว้าว! สวยจัง" สมใจ แต่ไม่บอกหรอกครับว่าทำไมถึงว้าว...ต้องไปดูเอง

เดินมาอีกหน่อยจะสังเกตเห็นว่าพื้นปูด้วยพรมสองสีแบ่งครึ่งกัน เส้นแบ่งสองสีลากยาวไปถึงผนังซึ่งแบ่งสองสีเช่นกัน ถ้าสังเกตให้ดีสีน้ำเงินคือฝั่งสหรัฐอเมริกา ส่วนสีน้ำเงินคือฝั่งสหภาพโซเวียตหรือรัสเซียปัจจุบัน สองประเทศนี้คือมหาอำนาจและคู่แข่งเรื่องอวกาศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงมีข้อมูลที่น่าสนใจของสองชาติมากมายในนิทรรศการ ผมยอมรับว่าตอนชมนิทรรศการนี้ที่ญี่ปุ่นผมไม่ได้สังเกตว่าใช้พรมแบ่งสีแบบนี้หรือเปล่า ถ้าไม่มี ที่ไทยนี่เก๋ทีเดียว

ผมเดินต่อเข้าไปจนเจอห้องกว้างมีสิ่งคล้ายเครื่องยนต์จัดวางเป็นระเบียบ ด้านหน้ามีป้ายเล็กๆ ระบุชื่อและคำอธิบายสั้นๆ อยู่ ซึ่งนอกจากจะอ่านจากป้ายก่อนเข้านิทรรศการทางผู้จัดงานมีเครื่องมัคคุเทศก์เสียง (Audio Guide) เมื่อถึงจุดใดก็กดตัวเลขตามนั้นจะมีเสียงบรรยายให้ข้อมูล เป็นการชมนิทรรศการแบบมาตรฐานสากล

จากห้องหนึ่งสู่อีกห้องหนึ่ง คล้ายถูกจับเหวี่ยงขึ้นไปทะลุชั้นบรรยากาศสู่ห้วงจักรวาล เพราะยิ่งเดินเข้าไปยิ่งเหมือนไกด้ใกล้ชิดอวกาศมากทุกทีๆ ทั้งรถสำรวจดวงจันทร์ ทั้งเครื่องยนต์ของยานอวกาศ ทั้งสิ่งของเครื่องใช้ของนักบินอวกาศซึ่งไม่ได้หาชมกันง่ายๆ จากที่ไหน แต่ที่นี่มีให้ชม เช่น ถุงใส่ของเสียที่นักบินอวกาศขับถ่ายในอวกาศ อืม...หาดูยากจริงๆ

นอกจากสิ่งของเครื่องใช้ที่ชวนตื่นตาตื่นใจ ก่อนจะออกจากนิทรรศการยังมีเครื่อง G-Force ที่จะเหวี่ยงคุณให้ได้สัมผัสถึงอัตราเร่งที่นักบินอวกาศทุกคนได้สัมผัสเมื่อเร่งเครื่องสู่อวกาศ

หรือใครอยากได้ภาพถ่ายเก๋ๆ เหมือนกำลังลอยอยู่ในกระสวยอวกาศเพื่อเป็นที่ระลึกก็มีฉากให้ถ่ายภาพกันรัวๆ ขอบอกว่าภาพที่ได้คล้ายลอยอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักจริงๆ

เมื่อเทียบเคียงกับนิทรรศการนี้ที่ญี่ปุ่น ต้องยกนิ้วให้ผู้จัดงานของไทยว่าทำได้ดีไม่แพ้ญี่ปุ่นเลย บางจุดบางอย่างดีกว่าที่ญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ค่าเข้าชมไม่เกิน 500 บาท (แล้วแต่วันและโปรโมชั่น) ถือว่าคุ้มค่าที่ครั้งหนึ่งในชีวิต (และอาจเป็นครั้งเดียว) จะได้สัมผัสอวกาศใกล้ชิดขนาดนี้