วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุ่ม53ล้านปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

กรมศิลฯ ทุ่ม53ล้าน ปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร หวังเป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์ทั้งประเทศ คาดเสร็จก.ย.58

นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การจัดแผนงบประมาณ ปี 2558 กรมศิลปากร ได้เน้นแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องบประมาณค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จะต้องดำเนินการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือน กันยายน 2558 โดยจะไม่ให้มีการกันเงินเหลือจ่ายเหลื่อมปีเหมือนปีที่ผ่านมา โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกสำนัก ในการทำสัญญาทุกงาน ให้กำหนดระยะเวลาทำสัญญากับผู้รับเหมา และผู้รับจ้าง ในระยะเวลา 270 วัน หรือ ภายใน 9 เดือน พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ทุกสำนักพิจารณาและประเมินความพร้อมของผู้รับจ้างในภาพรวมด้วย หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันระยะเวลาที่กำหนด ก็จะไม่ทำสัญญาด้วย ขณะที่แผนงานโครงการใด ที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2558 ได้นั้น จะให้ผันงบประมาณมาดำเนินการในโครงการอื่นๆ ที่สามารถทำได้ทันในปี 2558 เพื่อให้มีผลทางปฏิบัติได้ทันทีทันใด

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังเน้นให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ มีกระบวนการทำงานที่จะต้องประสานกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งเรื่องการขุดค้น การบูรณะ อนุรักษ์ และการบริหารจัดงานโบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน ไม่ให้ถูกปล่อยทิ้งร้าง และเกิดสภาพทรุดโทรมหลังบูรณะ ดังนั้น เมื่อทำการใดๆ ก็ควรจะต้องมีการทำข้อตกลงร่วมกันในการร่วมดูแลโบราณสถาน ไม่ใช่กรมศิลปากร มาทำเพียงหน่วยงานเดียว นอกจากนี้ กรมศิลปากรกำลังมีการปรับปรุงห้องจัดแสดงนิทรรศการภายในพระที่นั่งศิวโมกขพิมานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครให้เป็นต้นแบบการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ด้วยงบประมาณ 53 ล้านบาท โดยมีการปรับปรุงระบบไฟฟ้าในการจัดแสดง ระบบป้องกันภัย เตือนภัย ระบบเครื่องปรับอากาศ โดยให้แล้วเสร็จ ภายในเดือน ก.ย. 2558

“งานกรมศิลปากร จะต้องทำงานให้ประชาชนเห็นผลทันที โดยสำนักศิลปากร จะต้องเป็นตัวแทนย่อยของ กรมศิลปากรในการดำเนินการภายใต้แผนงานที่วางไว้ จึงจำเป็นมีการพัฒนาบุคลากรในต่างจังหวัดควบคู่ไปด้วย และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้อนุมัติจัดสรรข้าราชการในส่วนนายช่างศิลปกรรม นักโบราณคดี มาให้กรมศิลปากร เพิ่มอีก 20 ตำแหน่ง ซึ่งนอกเหนือจากจะต้องทำงานตามหน้าที่แล้ว ยังดำเนินงานภายใต้งานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วย เช่น การสำรวจขุดค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การสนับสนุนชาวบ้านที่มีมรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น เพื่อนำมาสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย”นายบวรเวท กล่าว