(รายงาน)สปช.ดันตั้งองค์กรอิสระดูแลผู้บริโภค กับปมหนุน"โซลาร์รูฟ"ที่ถูกตั้งคำถาม
เปิดศักราชใหม่ 2558 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เดินหน้าประชุมและออกมติรายวันเพื่อขับเคลื่อน "งานปฏิรูป" ที่เป็นงานเฉพาะหน้า ไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยฝ่ายบริหาร หรือสามารถผลักดันเป็นกฎหมายโดยผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.
ทั้งนี้เป็นการอาศัยจังหวะที่ประเด็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเงียบไปชั่วคราว เพราะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังเก็บตัวเขียนรายมาตรากันอยู่ จึงถือเป็นโอกาสในการผลักดันวาระปฏิรูปที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ
เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. วันเปิดทำงานวันแรก สปช.มีมติ 2 เรื่องสำคัญ คือ เห็นชอบในหลักการของรายงาน เรื่อง การกำหนดให้มี องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สปช.นำเสนอ ด้วยเสียงเห็นชอบ 215 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และงดออกเสียง 6 เสียง
สำหรับบทบาทขององค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่ การตราและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นต่อการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนั้นต้องตรวจสอบการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และที่สำคัญคือการเผยแพร่ข้อมูล ช่วยเหลือองค์กรผู้บริโภค ส่งเสริมศึกษาและวิจัยประเด็นที่เกี่ยวกับผู้บริโภค
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับฟังความเห็นต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนำไปประกอบการพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.....ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ สนช.ต่อไป
วันเดียวกัน ที่ประชุม สปช.ยังมีมติเห็นชอบรายงานการพิจารณา เรื่อง โครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟอย่างเสรี (ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์สำหรับบ้านและอาคาร) ตามที่ กมธ.ปฏิรูปพลังงานนำเสนอ ด้วยเสียงเห็นชอบ 206 เสียง ไม่เห็นชอบ 15 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง
รายละเอียดข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปพลังงาน คือ ให้กระทรวงพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาออกระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวีธีการให้เจ้าของบ้านและอาคารสามารถเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟอย่างเสรี ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยให้เป็นการบริหารจุดเดียวเบ็ดเสร็จ หรือ วัน สต็อป เซอร์วิส รวมถึงกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือหลังจากใช้ในบ้านและอาคารในระดับที่เหมาะสม
อย่างไรก็มี มีประเด็นที่ สปช.ยังติดใจ คือ การใช้เงินลงทุนสูงถึง 1.2-1.6 แสนบาท อาจทำให้ภาคครัวเรือนไม่สามารถเข้าถึงโครงการดังกล่าวได้อย่างแท้จริง อีกทั้งการติดตั้งโซลาร์รูฟ อาจก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทเอกชนที่นำเข้าแผงติดตั้งโซลาร์รูฟมากกว่าประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นควรให้มีการศึกษาข้อเสียเพิ่มเติมด้วย
ต่อมาวานนี้ (6 ม.ค.) นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ในฐานะ กมธ.ปฏิรูปพลังงาน ได้แถลงชี้แจงข้อท้วงติงเกี่ยวกับโซลาร์รูฟที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชน โดยเฉพาะ นายดุสิต เครืองาม ที่ทำบริษัทเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ว่า การนำเสนอโครงการนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ จากเดิมที่มีสัดส่วนผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง มีเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 94 เปอร์เซ็นต์ และ โซลาร์รูฟ 6 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้โซลาร์รูฟเพิ่มมากขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์
ดังนั้นกลุ่มธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์จะลดลง ทำให้เกิดการกระจายตัวของกลุ่มธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์รายย่อย ส่งผลให้บริษัททุนขนาดใหญ่ถูกลดและจำกัดบทบาท รวมถึงโอกาสในการผูกขาดกิจการพลังงานแสงอาทิตย์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน กมธ.ปฏิรูปพลังงาน มี นายดุสิต เครืองาม ในฐานะตัวแทนกลุ่มธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมอยู่ด้วย จะตอบคำถามเรื่องเอื้อประโยชน์อย่างไร นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นายดุสิต เป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นถึงศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญหมายเลขหนึ่งด้านพลังงานแสงอาทิตย์ มีชื่อเสียงระดับโลก
เมื่อนายดุสิตเกษียณจากอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ก็ได้มาทำกิจการที่เชี่ยวชาญ คือ พลังงานแสงอาทิตย์ จะให้ไปขายเฉาก๊วย หรือก๋วยเตี๋ยวได้อย่างไร
"ถ้าเรามองมุมนั้น ผมยืนยันว่ากิจการของคุณดุสิตมีขนาดเล็กมาก ถือเป็นระดับเอสเอ็มอี ไม่มีมูลค่าหรือผลประโยชน์ที่จะเป็นประเด็นหลัก ฉะนั้นขออย่ามองประเด็นนี้ประเด็นเดียว ขอให้มองภาพกว้างของประเทศว่าจะทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของพลังงานแสงอาทิตย์ในอาเซียน"





