'วีระ'เร่งกรมศิลป์ส่งแผนพัฒนาวังหน้า

'วีระ'เร่งกรมศิลป์ส่งแผนพัฒนาวังหน้า

"วีระ" เร่งกรมศิลป์ส่งแผนพัฒนาวังหน้า-พิพิธภัณฑสภานแห่งชาติ พระนคร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการสัมมนาทางวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ที่โรงแรมนูโวซิตี้ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ประเทศไทยมี นครหลวง หรือ กรุงเทพมหานคร ที่มีการพัฒนามากที่สุด ในรอบ 200 ปี ทั้งด้านกายภาพ ประเพณี วิถีชีวิต ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน และพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีแนวทางกลับมาเที่ยวประเทศไทยซ้ำอีกมากถึง 60 %

ดังนั้น วธ. จึงร่วมมือกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ในกลุ่มจังหวัดย่อยเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปเที่ยวแหล่งอื่นๆ ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ส่วนการดำเนินงาน ขุดค้นพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) นั้น ตนคิดว่า จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทย ได้พัฒนาองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตนได้เร่งรัดทางนายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร ส่งแบบการพัฒนาพื้นที่วังหน้า โดยเฉพาะแผนพัฒนาการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาให้ตนโดยเร็ว เพื่อจะได้หามาตรการรองรับการจัดแสดงให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น และตนเชื่อมั่นว่า จะสามารถประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หาเงินสนับสนุนการดำเนินงานได้ ขณะที่การขุดค้น ขอให้มีการใช้ประโยชน์ทุกตารางนิ้วของพื้นที่ เช่น สร้างที่จอดรถ หรือพื้นที่บริการประชาชน เป็นต้น

ด้านนายบวรเวท กล่าวว่า การดำเนินงานตามแผนพัฒนาวังหน้าในภาพรวมนั้นมีหน่วยงานรับผิดชอบหลายหน่วยงาน เริ่มขุดค้นทางโบราณคดีมาตั้งแต่ปี 2555 พบแนวโบราณสถานที่มีความเป็นไปได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของโรงทหารสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 แนวท่อประปาสมัยรัชการที่ 7 โบราณวัตถุสำคัญ แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ส่วนประกอบสถาปัตยกรรม เหรียญ แก้ว และเครื่องใช้เกี่ยวกับทหาร เช่น เศษภาชนะดินเผาลายครามจากจีน เศษเครื่องถ้วยยุโรป เหรียณอันเฟื้องในสมัยรัชการที่ 5 มีจารึกพระนามาภิไธยย่อ “จปร.” ปี จ.ศ.1244 รวมทั้งกลุ่มปืนใหญ่ 11 กระบอกและลูกกระสุนปืน

จากนี้ไปทางสำนักงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะดูแลปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมด แล้วนำโบราณวัตถุบางชิ้นมาจัดแสดงรวมกับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของชาติ คาดทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ ในส่วนของสำนักการสังคีต ก็จะเร่งฟื้นฟูการแสดงโบราณ เครื่องดนตรี เครื่องแต่งกายเพื่อนำมาจัดเก็บเป็นองค์ความรู้เผยแพร่สู่ประชาชน โดยเฉพาะจะเร่งปรับปรุงโรงละครแห่งชาติให้เป็นสถานที่การแสดงระดับนานาชาติ โดยได้อนุมัติงบประมาณ 5.5 ล้านบาทเพื่อจัดทำแผนพัฒนาอย่างรอบด้าน และอีก 75 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ อาทิ ชุดการแสดงต่างๆ ปรับปรุงระบบเสียง และพื้นเวทีแล้ว