วธ.เตรียมจัดเปิดโลกวัฒนธรรมสัญจร

วธ.เตรียมจัดเปิดโลกวัฒนธรรมสัญจร

วธ.เตรียมจัดเปิดโลกวัฒนธรรม-สัญจร ลดตีกรอบเรียนรู้จากมือถืออย่างเดียว

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จ.อุบลราชธานี กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กท.) จัดโครงการงานวัฒนธรรม ศาสนา วิทยาศาสตร์ สร้างโอกาสให้เด็ก อุบลราชธานี ครั้งที่ 14 โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า วธ. พยายามรณรงค์ปลูกฝังให้เยาวชนได้เข้าใจ เข้าถึง ในความเป็นไทย โดยมุ่งเน้นให้มีการส่งเสริมเรื่องค่านิยมไทย 12 ประการ มายึดปฏิบัติ โดยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องทุกช่องทาง แต่ก็ยังพบว่า เด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบัน ถูกกลืมโดยกระแสทุนวัฒนธรรมต่างชาติ ขาดการเรียนรู้อัตลักษณ์รากเหง้าของตนเอง พึ่งพาวัตถุนิยม ดังนั้น วธ. จึงจะต้องมีกระบวนการประเมินประสิทธิภาพผลงานการรณรงค์ทุกกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้รับทราบกระแสตอบรับจากสังคม และ ประสิทธิผลของการนำไปสู่ปฏิบัติจริง เพราะกิจกรรมที่ทำไปมากมาย แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่เห็นผลอย่างเด่นชัด ว่า เด็ก และเยาวชน รวมทั้งประชาชน นำไปปฏิบัติจริงหรือไม่

รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว วธ. พยายามขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์สู่เยาวชนต่างจังหวัดให้มากขึ้น เน้นการสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพและมีคุณภาพ รวมถึงต้องมีการปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงาม คุณธรรมจริยธรรม พร้อมทั้งฝึกทักษะ กระบวนการคิดสร้างสรรค์ การใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุมีผล โดยใช้ผู้มีความรู้ในแขนงต่างๆ มาเผยแพร่องค์ความรู้ ทั้งนักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ครูภูมิปัญญา ครูช่างฝีมือ ศิลปิน และอาจารย์ พร้อมทั้งแบ่งแผนงานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การจัดตลาดนัดคุณธรรม ตลาดนัดศิลปะ และ ตลาดนัดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้เยาวชนได้ฝึกวางแผน คิดวิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสร้างสรรค์งานศิลปะทุกแขนง การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์จากรถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ การทดลองวิทยาศาสตร์ การศึกษาท้องฟ้าจำลอง การฝึกมารยาทไทย การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น

"ทุกวันนี้ คนไทย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการส่องโทรศัพท์ หลายๆคนดูแต่เรื่องไร้สาระมากกวาเรื่องมีสาระ จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก ผมคิดว่าการจัดกิจกรรมให้ความรู้ทางวัฒนธรรม จึงจะช่วยเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้กลุ่มเยาวชนจะได้มองเห็นโลกที่กว้างขึ้น และมีประโยชน์ในการปฏิบัติ พยายามลดการตีกรอบแค่การเรียนรู้ของเยาวชนจากโทรศัพท์มือถือเท่านั้น" นายวีระ กล่าว