หนาวสุดขั้ว อาร์ตสุดขีดที่ 'ฮาร์บิน'

หนาวสุดขั้ว อาร์ตสุดขีดที่ 'ฮาร์บิน'

มีแต่คนบ่นว่าเมืองไทยไม่หนาวเท่าไหร่เลย

ยิ่งกรุงเทพฯด้วยแล้วแค่ได้สัมผัสอากาศเย็นๆ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นก็ถือว่าโชคดีแล้ว

แต่ละปีจึงมีนักเดินทางชาวไทยจำนวนไม่น้อยที่ตั้งเป้าออกไปไล่ล่าความหนาวแบบสุดขั้วกันในต่างประเทศ ปลายทางถ้าไม่ใช่ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี แน่นอนว่าต้องมีชื่อเมืองฮาร์บิน ประเทศจีน

เมืองนี้อยู่ในมณฑลเฮยหลงเจียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน การันตีอุณหภูมิในฤดูหนาวที่ -16 C ลงไปถึง -40 C เป็นที่รู้จักในชื่อ 'เมืองแห่งน้ำแข็ง' เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก ส่วนอีกสมญาหนึ่งคือ 'ไข่มุกบนคอหงส์' ได้มาจากสัญฐานของมณฑลเหยหลงเจียงที่มีลักษณะคล้ายหงส์

ด้วยความที่ในทางภูมิศาสตร์ ฮาร์บินตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ในจุดที่ได้รับอิทธิพลจากลมหนาวในฤดูหนาวจากไซบีเรียโดยตรง ฮาร์บินจึงเป็นเมืองหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็ง โดยทุกปีประมาณวันที่ 5 มกราคมเรื่อยไปเป็นระยะเวลา 1 เดือน (เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2528) จะมีการจัดเทศกาลหิมะและการแกะสลักน้ำแข็ง ที่เกาะไท่หยางเต่าหรือเกาะพระอาทิตย์ (Sun Island) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำซงฮัวเจียง ซึ่งหลายคนคงเคยเห็นข่าวนักแกะสลักชาวไทยไปคว้ารางวัลที่นั่นอยู่บ่อยๆ และในช่วงเวลาเทศกาลยังมีทั้งการแข่งขันสกี Yabuli Alpine การแข่งขันว่ายน้ำในแม่น้ำซงหัว และนิทรรศการโคมน้ำแข็งในสวนเจ้าหลิน

ทว่า เสน่ห์ของฮาร์บินไม่ได้อยู่ที่ความหนาวแบบสุดขั้วเท่านั้น แต่เป็นความสวยงามที่เข้าขั้นที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยเฉพาะในด้านสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากรัสเซียและยุโรป จนได้รับการขนานนามว่า มอสโกตะวันออก หรือ ปารีสแห่งตะวันออก

สิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการไปเดินทอดน่องบนถนนจงหยางที่ทอดตัวอยู่ในเขตเต้าหลี่ ถนนแห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ทั้งลวดลายการตกแต่งอาคารแบบบารอคและไบแซนไทน์ อาคารสถาปัตยกรรมแบบยิว ร้านค้าเล็กๆ แบบรัสเซีย บ้านเรือนแบบฝรั่งเศส ศูนย์อาหารแบบอเมริกัน และภัตตาคารญี่ปุ่น

ในเขตเต้าหลี่นี้ยังเป็นที่ตั้งของวิหารเซนต์โซเฟีย ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์นิกายรัสเซียออร์ธอดอกซ์อีกด้วย