บรรดาคอมเมนท์หรือความเห็นในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์
สามารถผันเป็นโฆษณาฟรีที่มีมูลค่าเป็นเงินถึงหลายล้านปอนด์ให้กับสถานที่ที่ถูกใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์หรือหน้าจอโทรทัศน์
ในงานวิจัยที่จัดทำโดย Euroscreen พบว่า การพูดคุยบนทวิตเตอร์ เฟซบุ๊คและแพลตฟอร์มอื่นๆ บนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานที่ที่ปรากฎบนหน้าจอภาพยนตร์สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยว
การทวิตเกี่ยวกับมหานครลอนดอนของอังกฤษหลังจากดูซีรีส์เรื่องเชอร์ล็อค โฮล์มส์ หรือการแชร์ภาพอันงดงามของประเทศมอลตาในซีรีส์เรื่อง Game of Thrones ส่งผลกระทบโดยตรงในทางบวกกับการท่องเที่ยวของประเทศเหล่านั้น
ภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill ที่นำแสดงโดยฮิวจ์ แกรนท์ และจูเลีย โรเบิร์ต ในปี 1999 สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาบนออนไลน์เกี่ยวกับลอนดอนได้ถึง 19.5 ล้านปอนด์ ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาได้ 10.4 ล้านปอนด์
ข้อความในโซเชียลมีเดียที่มีการเอ่ยถึง Game of Thrones สามารถสร้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงิน 1 ล้านปอนด์ให้กับมอลตา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำฉากในซีซั่นแรกเกี่ยวกับ Dothraki ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนและเหล่านักรบบนหลังม้าแห่งทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
ซีรีส์ดังอย่างเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ซึ่งนำแสดงโดยเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ สร้างรายได้จากการโฆษณาบนโซเชียลมีเดียถึง 10.8 ล้านปอนด์ ในขณะที่ Wallander สร้างรายได้ให้เมืองอีสตาด ประเทศสวีเดนราว 17.9 ล้านปอนด์
การวิจัยชิ้นนี้มีการเก็บข้อมูลจากความคิดเห็นเกือบ 35 ล้านข้อความบวกกับการปฏิสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ในยุโรปรวม 4 แห่ง คือ ลอนดอน มอลตา อีสตาดและอาปูเลียในอิตาลี และนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์
การค้นพบที่นับเป็นเรื่องใหม่ถึงการเชื่อมโยงระหว่างการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ทางโทรทัศน์กับการท่องเที่ยวได้รับการเปิดเผยในการประชุมระหว่างประเทศเกี่ยวกับ Screen Tourism ซึ่งจัดโดย Film London หรือองค์กรภาพยนตร์ลอนดอนซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของโครงการ Euroscreen
Screen Tourism หรือการท่องเที่ยวผ่านหน้าจอคือเทรนด์ของการท่องเที่ยวที่ได้รับแรงกระตุ้นจากการชมภาพยนตร์ในโรงหรือบนจอโทรทัศน์ ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยว 1 คนใน 10 คนเดินทางมาเที่ยวในประเทศอังกฤษเพราะเห็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านทางจอภาพยนตร์
เอเดรียน วูทตัน ซีอีโอขององค์กรภาพยนตร์ลอนดอนและหนึ่งในคณะกรรมการกำกับดูแลภาพยนตร์แห่งอังกฤษ กล่าวว่า งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการผลิตภาพยนตร์หรือซีรีส์บนจอโทรทัศน์ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้จากการขายตั๋วภาพยนตร์และกล่องดูหนังเท่านั้น แต่ผลงานเหล่านั้นยังช่วยขายสถานที่ที่พวกเขาสร้างหนังด้วย หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่า มันเป็นโฆษณาฟรีๆ ให้กับสถานที่และยังเน้นให้เห็นถึงพลังอำนาจของผลงานการผลิตบนหน้าจอว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว
งานวิจัยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจาก Euroscreen ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกออกแบบมาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์และโอกาสทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ได้รับผ่าน Screen Tourism หรือการศึกษาเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนประเทศ เมืองหรือสถานที่ที่พวกเขาเห็นจากภาพยนตร์หรือโทรทัศน์
การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการโดย Human Digital ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ศึกษาวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ โดยประมวลผลจากความคิดเห็นและการมีปฏิสัมพันธ์ในเว็บไซต์รวมทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุค เรดดิทและพินเทอเรสต์
งานวิจัยชิ้นนี้ใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยพิจารณาจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ในยุโรปทั้ง 4 แห่งพร้อมกับจำนวนภาพยนตร์และซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่เชื่อมโยงกับสถานที่เหล่านั้น
ผลการวิเคราะห์ครั้งนี้พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างสถานที่และหน้าจอ โดยที่ผลของการแชท การกดไลค์ การเอ่ยถึงและการรีทวีตมีค่าเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายสำหรับการโฆษณาที่มีมูลค่าตั้งแต่หลายหมื่นไปจนถึงหลายล้านปอนด์ เชื่อกันว่าน่าจะเป็นครั้งแรกที่วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการประกาศในงานการประชุมการท่องเที่ยวผ่านหน้าจอในกรุงลอนดอน โดยมี Human Digital เป็นคนวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขที่เน้นไปที่ภูมิภาคและการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ทางจอโทรทัศน์
.........................
ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เมล





