วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กล่องไหน ใช่เลย!

จุดประกายเสนอคาถาฉลาดช้อป กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ไม่ว่าสเปคไหน โปรดท่องคาถานี้ไว้... ไม่ได้เลือก อย่าซื้อ!

ในขณะที่พนักงานไปรษณีย์กำลังสาละวนกับการร่อนคูปองทีวีดิจิทัลล็อตแรกไปยังบ้านเรือนใน 21 จังหวัดนำร่อง จำนวนทั้งสิ้น 4.6 ล้านใบ ซึ่งสามารถนำไปแลกซื้อกล่องทีวีดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมที่จะถึงนี้โดยคูปองมีอายุการใช้งาน 6 เดือน สิ้นสุด 31 พฤษภาคม 2558นั้น เชื่อว่า ระหว่างที่หลายบ้านกำคูปองอยู่ในมือกันเป็นที่เรียบร้อย พร้อมๆ กันในหัวก็ยังเต็มไปด้วยสารพันคำถามทำนองว่า ซื้อยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ดี ?

...แต่ก่อนจะถือคูปองออกจากบ้านไปเลือกซื้อกล่องทีวีดิจิทัลที่มีให้เลือกหลายสิบรุ่น หลากสเปคนั้น ขอให้ถามตัวเองก่อนดีไหม ว่า “โจทย์” คืออะไร

ทำการบ้านก่อนซื้อ

ระหว่างถือคูปองอยู่ในมือ และเดินเข้าไปในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะห้างไหน หรือร้านอะไร... อันดับแรกที่ต้องจำให้แม่น คือ อย่าหลงไปกับหลากฟีเจอร์สุดไฮเทคที่พนักงานขายภูมิใจนำเสนอจนลืมความต้องการที่แท้จริง เพราะไม่เช่นนั้น ที่ได้กลับมา อาจเป็นกล่องสุดเดิ้น แต่เกินความต้องการ และแน่นอนว่า งบบานโดยไม่จำเป็นก็ได้

ฉันทพัทธ์ เพชรจันทร ผู้จัดการส่วนส่งเสริมการขายออดิโอแอนด์วิชวล บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด แผนกพาวเวอร์ มอลล์ ให้ความรู้เบื้องต้นสำหรับการเลือกซื้อกล่องเซ็ททอปบ็อกซ์ ที่ตรงความต้องการ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ต้องการจ่ายเพิ่มจากราคา 690 บาทตามที่ระบุไว้หน้าคูปองนั้น ฉันทพัทธ์บอกว่า กล่องส่วนใหญ่ที่ทำตลาดกลุ่มนี้ จะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการรับชมแต่เพียงเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ ผู้บริโภคต้องเข้าใจตรงกัน แต่ก็มีบางรุ่น บางยี่ห้อ พยายามเสริมฟีเจอร์เช่น บันทึกรายการได้ หรือเล่นไฟล์จากภายนอกได้ด้วยก็มี แต่เรื่องคุณภาพที่อาจไม่เท่าตัวพรีเมียมก็ต้องรับให้ได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนบ้านไหนที่รับชมทีวีดาวเทียมหรือใช้บริการเคเบิลท้องถิ่นซึ่งสามารถรับชมช่องทีวีดิจิทัลได้อยู่แล้วนั้น ก็อย่าเพิ่งเข้าใจไปเองว่า แค่นั้นก็จบ.. เพราะอย่าลืมว่า “ดิจิทัล ทีวี” เป็นการส่งสัญญาณภาคพื้นดิน แต่แซทเทิลไลท์ทีวีรับสัญญาณผ่านดาวเทียม ซึ่งไม่สามารถรองรับดิจิทัลทีวี ระบบไฮเดฟฟินิชั่นได้ ดังนั้น เสียเวลาสักนิด หยิบคูปองติดมือไปห้างใกล้บ้าน และแลกเอากล่องทีวีดิจิทัล รุ่นพื้นฐานสุดๆ กลับมาโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แลกกับการได้สัมผัสประสบการณ์รับชมภาพแบบเอชดีได้ชนิดเห็นไปถึงรูขุมขนกันเลยทีเดียว!

นอกจากนี้ การมีกล่องทีวี ดิจิทัล ก็ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาน่าเบื่อเมื่อสัญญาณล่มเวลาฝนตก ที่เป็นปัญหาคลาสสิคของบ้านที่ติดจานเลยก็ว่าได้

“ในช่วงแรกของการทำตลาดกล่องทีวีดิจิทัล แบรนด์ส่วนใหญ่จะส่งตัวท็อปมาทำตลาด แต่ตอนนี้ราคาคูปองออกมาแล้วที่ 690 บาท หลายๆ เจ้าก็ปรับลดสเปคลงมาเพื่อรับตลาดนี้” ฉันทพัทธ์ เล่า

จากรุ่นพื้นฐานในราคา 690 หากความต้องการมากขึ้น ราคาก็ต้องขยับขึ้นตามฟีเจอร์ที่งอกออกมา โดยราคาขยับขึ้นมาเป็นหลักพันก็จะเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ เช่น “ระบบเสียงดอลบี้” ซึ่งจากเดิมเป็น 2.1 ก็จะขยายเป็น 5.1 ที่ให้เสียงเซอร์ราวด์ให้ฟินได้มากขึ้น แต่สำหรับใครที่ต้องการจัดเต็มระบบเสียงกระหึ่ม อย่าลืมหันมองชุดเครื่องเสียงที่บ้านด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นเสียเงินฟรีไปโดยไม่รู้ตัว

อีกตัวเลือกที่คนเมืองน่าจะถูกใจ คือ ความสามารถในการ “บันทึกรายการ” ที่มีทั้งแบบตั้งโปรแกรมบันทึกอัตโนมัติ(สั่งบันทึกรายการล่วงหน้า) และ แบบอัตโนมือ ส่วนความจุตอนนี้ก็ได้สูงสุดที่ 2 เทเลไบต์ ซึ่งสามารถบันทึกลงได้ทั้งแฟลชไดรฟ์ และ เอ็กซ์เทอร์นัลฮาร์ดดิสก์ โดยเสียบผ่านช่องยูเอสบี นอกจากนี้ ก็จะมีฟีเจอร์เล่นไฟล์จากภายนอกได้ ซึ่งเป็นเหมือนมีเดีย เพลเยอร์ได้ในตัวด้วย

เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้ามอีกอย่างก็คือ “ปุ่มหน้ากล่อง” ซึ่งบางยี่ห้อโดยเฉพาะรุ่นราคาถูก จะไม่ค่อยมีปุ่มที่หน้ากล่อง ต้องสั่งงานผ่านรีโมทเท่านั้น ซึ่งถ้าถ่านหมด ก็จบ.. ปิดทีวีได้เลย จนกว่าจะไปหาถ่านมาเปลี่ยนใหม่ เพราะไม่สามารถสั่งงานที่ตัวกล่องโดยตรงได้

ส่วนปัญหาคาใจของหลายๆ คนที่กำลังชั่งใจระหว่าง ซื้อทีวีใหม่ที่บิลด์อินทีวีดิจิทัลเข้ามาแล้ว กับการใช้เครื่องเดิมและซื้อเซ็ททอปบ็อกซ์มาติดเพิ่มนั้น ฉันทพัทธ์ ไขข้อข้องใจว่า ไม่ว่าจะใช้ทีวีแบบไหน สิ่งสำคัญ คือ ตัวเสารับสัญญาณที่ไม่มีไม่ได้ ต่อให้เป็นทีวีรุ่นใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีกล่องเซ็ททอป บ็อกซ์ ก็ยังต้องมีเสาสัญญาณอยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้ ต้องย้ำกันชัดๆ ก่อนจะออกไปซื้อ สำหรับคนที่ซื้อทีวีรุ่นใหม่มาเตรียมรอแล้วว่า โปรดจงรู้ไว้ว่า คูปองที่ได้รับมานั้น ไม่ครอบคลุมการซื้อเสารับสัญญาณ!

เลือกได้ ใช้ฉลาด

นอกจากคุณสมบัติพื้นฐานของกล่องเซ็ททอป บ็อกซ์ ที่ต้องสามารถรับสัญญาณภาพและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีซอฟต์แวร์ภายในเครื่องที่รองรับระบบการถ่ายทอดสดสัญญาณทีวี DVB-T2 หรือระบบที่ใช้ออกอากาศจริงๆ แล้ว กล่องทีวีดิจิทัลยังมีความสามารถอื่นๆ ที่ “เสริม” ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ชม เช่น การตั้งเวลาล่วงหน้าบันทึกช่องรายการอัตโนมัติ การกดบันทึกรายการแบบทันที การตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องเหมือนตั้งนาฬิกา การเล่นไฟล์มัลติมีเดีย หรือการใช้ระบบ IP TV (Internet Protocol TV) ที่ให้ดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แต่ออปชั่นเสริมเหล่านี้ก็จะมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้น

ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการ สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) บอกว่า ในการเลือกซื้อกล่องทีวีดิจิทัล สิ่งจำเป็นที่ต้องเช็คก่อนก็คือ “ต้องมีช่องครบ และระบบสัญญาณถูกต้อง” โดยตัวฮาร์ดแวร์ของกล่องนั้นจะต้องมีคุณภาพเพียงพอที่จะใช้งานได้ 1-3 ปี ส่วนความสามารถเสริมนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน

"บางคนซื้อกล่องแค่ดูได้เฉยๆ ก็โอเคแล้ว แต่ว่าผู้บริโภคที่ต้องการมากกว่านั้น ก็จะใช้เงิน 690 บาท บวกกับเงินตัวเองส่วนหนึ่ง เพื่อซื้อหากล่องที่มีคุณภาพ และมีความสามารถมากกว่า เช่น กล่องที่มีฮาร์ดดิสต์อยู่ในตัว มีความสามารถในการบันทึกและดูย้อนหลัง บางกล่องสามารถทำทีวีธรรมดาให้กลายเป็นสมาร์ททีวีได้ด้วย เช่น ใช้รีโมทกดไปดูยูทูปเพื่อฟังเพลงได้เลย แล้วจริงๆ กล่องที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นเช่นนี้ยังมีแบบที่ในเมืองไทยยังไม่มีด้วย เช่น ฟังก์ชั่นในการตัดโฆษณาออก"

ธาม ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากผู้บริโภคไทยยังใหม่ การแข่งขันกันเรื่องความสามารถที่เสริมขึ้นมาของกล่องทีวีดิจิทัลในตลาดจึงยังไม่มี กล่องประเภทที่ทำได้หลายอย่างนอกจากการให้ภาพและเสียงจึงมีราคาสูงและมีผู้ผลิตน้อยราย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกล่องยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก อย่างการทำระบบของกล่องให้เป็น Smart Interactive ที่ผู้ชมสามารถโต้ตอบกับรายการที่ออกอากาศอยู่ได้เอง เช่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมของรายการ ดูรายการสินค้า แล้วใช้รีโมตกดชอปปิงสินค้าในรายการแบบทันที ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจจะเกิดการแข่งขันในอนาคต แต่ในช่วงแรกจะเป็นการแข่งขันกันเฉพาะเรื่องเนื้อหาของผู้ผลิตรายการและความคมชัดเท่านั้น

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญของระบบดิจิทัลที่แตกต่างจากระบบอนาล็อกก็คือ ความสามารถในการอัปเดทซอฟต์แวร์ด้วยตัวเองได้ ระบบดิจิทัลที่มีกล่องที่ดีจะเหมือนกับสมาร์ทโฟนที่อัปเดทแอปพลิเคชันในเครื่องได้เรื่อยๆ ต่างกับระบบอนาล็อกที่เหมือนมือถือธรรมดาที่ใช้โทรเข้า-ออกได้อย่างเดียว ไม่สามารถเพิ่มหรือพัฒนาข้อมูลภายในได้

“ความสามารถในการอัปเดทซอฟต์แวร์ กล่องนั้นมันต้องทำได้ ไม่ใช่ว่าซื้อไปแล้ว กล่องไม่มีความสามารถในการอัปเดทซอฟต์แวร์ เพราะว่าทีวีดิจิทัลไม่ได้ส่งเฉพาะตัวสัญญาณ แต่ว่ามันมีโปรแกรมประยุกต์ก็คือ แอปพลิเคชันใส่ลงไปในนั้นด้วย เพราะฉะนั้นผู้บริโภคที่มองระยะยาวหน่อยก็ต้องมองในเรื่องการมีระบบรองรับอัปเดทซอฟต์แวร์พื้นฐานอยู่ในกล่องด้วย ต้องเข้าใจว่าทีวีอนาล็อกกับทีวีดิจิทัลมันต่างกัน ถ้าเป็นอนาล็อกจะส่งสัญญาณภาพและเสียงเท่านั้น แต่ถ้าเป็นทีวีดิจิทัล นอกจากส่งสัญญาณภาพเสียง มันจะส่งสัญญาณข้อมูล เช่น พฤติกรรมการดู ข้อมูลพวกสินค้า ข้อมูลรายการ ข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลย้อนหลัง ข้อมูลสารสนเทศทั่วๆ ไป ซึ่งกล่องดิจิทัลที่มีความสามารถในการลงโปรแกรมแบบนี้ได้จะอยู่ในกล่องรุ่นแพงๆ” นั่นคือ มุมมองจากนักวิชาการสื่ออย่าง ธาม

คนใช้-ใช่ว่า

หากถามผู้บริโภคอย่าง เอ็ม - มนตรี คงมหาพฤกษ์ วิศวกร - นักเล่น และนักทดสอบเครื่องเสียงที่ตามติดทีวีดิจิทัลมาตั้งแต่แรกเริ่มยอมรับว่า สิ่งที่ทำให้สนใจระบบออกอากาศตัวนี้ก็เพราะความ “คมชัด” ล้วนๆ

โดยปกติ เขาใช้เวลากับจอโทรทัศน์อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นฟรีทีวี หรือระบบบอกรับสมาชิก แต่ที่สุดแล้ว ก็ค้นพบว่า ดูอยู่ไม่กี่ช่องในแต่ละช่วงเวลา และหลังๆ ติดทีวีน้อยลง

“ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะมีสื่ออื่นให้เลือกเสพมากขึ้น หรือรายการทีวีมันแย่ลง” เอ็มตั้งข้อสังเกตก่อนจะให้เหตุผลสำหรับตัวเองว่า เพราะข้อแรกมากกว่า ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากเท่ากับเนื้อหา รวมทั้งความสะดวกส่วนตัว จนกลายเป็นเลือกเสพช่องทางอื่นแทนในที่สุด

สำหรับทีวีดิจิทัล อย่างที่บอกตั้งแรก คุณภาพระดับ HD กระตุ้นความสนใจให้เขาติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่ม

“ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ได้ดูจากไฟล์ หรือบลูเรย์ เครื่องเล่นพวกนี้ เรียกได้ว่าบ้านเราแทบจะไม่มีการออกอากาศเป็นเอชดีจริงๆ เลย จะมีก็แค่ดาวเทียมที่ต้องเสียค่ารายเดือน บางช่อง แต่ถ้าเป็นฟรีทีวีมันไม่มี”

แรกเริ่ม เอ็มคิดว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ติดกล่อง ต่อเสา ก็จบ แต่จริงๆ แล้ว ...ไม่ใช่

รายละเอียดปลีกย่อยที่พบนั้น เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็น กล่องมีหลาย (สิบ) ยี่ห้อ หลาย (สิบ) รุ่นในตลาด ที่คิดว่าต่างกัน ก็ไม่ได้ต่างกันมาก เพราะหากลองเปิดเข้าไปดูฟังก์ชั่นเมนูก็จะรู้ว่า ทุกกล่องแทบจะเหมือนกันหมด

“ไส้ในเหมือนกับว่ามีอยู่ไม่กี่โมเดลน่ะ ที่เหลือก็แล้วแต่มาตบแต่งภายนอกแปะยี่ห้อ” เขาสรุปสั้นๆ

อาจเป็นเพราะแบบนี้ ทำให้สนมราคาในตลาดนั้นไม่หนีกันมาก ราวพันต้นๆ บวกลบนิดหน่อยเท่านั้น เรื่องนี้ ยังผูกโยงไปถึงการให้ความรู้ และทำความเข้าใจกับผู้บริโภคในช่วงแรกเริ่มด้วย เพราะที่ผ่านมานักทดลองคนนี้เชื่อว่า มีหลายคนที่ “พลาด” กับกล่องไปเยอะพอสมควร

“โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ฟุตบอลโลก มีหลายๆ กล่องที่มั่วขายว่าเป็นกล่องทีวีดิจิทัลจนผมเข้าใจผิดก็มี หลายเจ้าเลย คนที่ศึกษาจริงๆ จะรู้ว่ามั่ว แต่คนทั่วไปอีก 50 กว่าล้านคนในประเทศไทยก็เข้าใจผิด ก็ยังมีคนไปเซเว่นไปซื้อกล่องจำพวกนี้มาแล้ว เอ๊ะ ผมจะเสียบสายอากาศตรงไหน มันไม่มีช่องเสียบสายอากาศ มีแต่ช่องเสียบดาวเทียม” หากผ่านช่วงนี้ไปได้ ที่เหลือก็จะขึ้นอยู่กับเนื้อหาของแต่ละช่อง ที่สักระยะคนดูทั่วๆ ไปก็จะสามารถบอกได้เลยว่าจะกดไปที่ช่องไหนบ้าง

ส่วนฟังก์ชั่นของกล่องแต่ละตัวนั้น ยิ่งได้ลองยิ่งทำให้เข้าใจว่า ไม่ว่าจะเป็นกล่องราคาหลักร้อยปลายๆ ไปจนถึง กล่องระดับพันกว่า ปัจจัยของความชัดหรือไม่ชัด 90 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ “เสา” กับ “ตำแหน่งที่ตั้ง” ในการรับสัญญาณมากกว่า

“ถ้าคุณเอากล่องราคา 1,900 บาท แต่ระบบเสาอากาศคุณไม่ดีพอ คุณก็อาจจะรับสัญญาณสู้กล่องราคา 900 ที่ใช้เสาอากาศคุณภาพดีไม่ได้” เอ็มเปรียบเทียบทั้ง การรับสัญญาณไม่ครบทุกช่อง หรือความเสถียรของสัญญาณที่ไม่ดีพอ

เรื่องนี้ยังรวมไปถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการมองหากล่องติดพาหนะ แท็บเล็ต ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆ ที่จะมีบิลด์อินดิจิทัลทีวี

นอกจากการดูดิจิทัลทีวี ก็มีช่องต่อยูเอสบีที่ในมุมผู้บริโภคเขาก็ยังยืนยันว่า “ไม่ต่างกันมาก” ในแง่คุณภาพที่อยู่ในระดับ “พอใช้” เมื่อเทียบกับมีเดียบล็อกอื่นๆ ขณะที่ระบบเร็คคอร์ดสามารถใช้ได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมองหากล่องมาติดรับเทรนด์ดิจิทัล ก็ต้องไม่ลืมเช็ค “สเปค” โทรทัศน์ตัวเองด้วย เพราะระบบที่รองรับความคมชัดพื้นฐานสุดก็คือช่อง AV-In หรือสายสัญญาณ “เหลือง-แดง-ขาว” นั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวกล่องจะมีระบบรองรับช่องสัญญาณนี้ทุกรุ่น ซึ่งหากต้องการรับอรรถรสของ HD จริงๆ แล้ว ก็ต้องเลือกใช้สายสัญญาณแบบ HDMI เท่านั้นถึงจะเป็นดิจิทัลแท้ๆ นั่นเอง

“เอาเข้าจริงนะ แผงวงจรดิจิทัลที่บิลด์อินมากับทีวีดิจิทัลเลยน่ะ ต้นทุนแค่ ร้อย ถึงร้อยห้าสิบ เท่านั้นเอง เพราะจริงๆ แล้วพวกนี้มาจากจีนหมด” เขาแอบกระซิบทิ้งท้าย