คนทำพลุเตือนระวังภัยระเบิดในงานบุญ ระบุการจุดพลุหรือตะไล จะต้องทำโดยคนที่มีความชำนาญเท่านั้น
ที่บ้านเซียนเมาดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นบ้านที่ตั้งอยู่บริเวณป่าอ้อย ท้ายหมู่บ้าน บ้านห้วยไผ่ ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่สร้างอาคารสำหรับเก็บวัสดุอุปกรณ์การทำพลุ ดอกไม้ไฟ ออกจากตัวบ้านอย่างเป็นสัดส่วน กำลังเร่งระดมการทำพลุ และตะไล เพื่อใช้ในงานเทศกาลออกพรรษา
นายดำรงค์ จันทรังษี เจ้าของกิจการทำพลุดอกไม้ไฟ เล่าให้ฟังว่า โดยส่วนตัวนิยมชมชอบการทำบั้งไฟ จึงทำบั้งไฟและตะไลขาย แต่หลังจากได้เห็นพลุที่จุดในเทศกาลงานไหมของจ.ขอนแก่น เมื่อ 7 ปีที่แล้ว รู้สึกว่าสวยงามอยากทำพลุ จึงได้เรียนและศึกษาการทำพลุอย่างจริงจัง และเปิดตัวโดยจุดพลุสวยงามให้กับงานของเทศบาลตำบลลำน้ำพอง จากนั้นก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในวางการพลุดอกไม้ไฟ เพราะจะเป็นเจ้าแรกที่ทำพลุน้ำตก และที่ผ่านมารับงานใหญ่ๆประกอบแสงสีเสียง หลายงานเช่นงานปีใหม่ งานถนนข้าวเหนียว ที่ขอนแก่น งานไหลเรือไฟที่นครพนม และอีกหลายงานทั่วประเทศ
ปีนี้ก็เช่นกันงานใหญ่งานแรกก็จะเริ่มวันออกพรรษาที่งานไหลเรือไฟนครพนม โดยมีลูกมือช่วยกันส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมทั้งเด็กๆในหมู่บ้านที่พ่อแม่ต้องการให้ทำงาน เนื่องจากไม่ใช่แค่ช่วยกันทำประกอบพลุเท่านั้น การจุดพลุจะต้องมีเทคนิคการจุดการออกแบบพลุ ที่จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิคเข้ามาช่วย ซึ่งมีทีมงานมากกว่า 30 คน
นายดำรงค์ บอกว่า การทำพลุ บั้งไฟ หรือแม้แต่ตะไล จะต้องเน้นความปลอดภัยอันดับแรก การเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างจะต้องเป็นสัดส่วนวัตถุอันตรายทุกตัวต้องแยกให้ห่างกัน ทั้งโปแตสเซียมคลอเรต โซเดียมไนเตรส กำมะถัน ดินประสิว ไฟโลว์ กาวเนคติน และต้องคัดแยกเก็บโดยเฉพาะ เช่น ดินระเบิด ดินส่งพลุ ผงน้ำตกที่ทำจากส่วนผสมจากวัสดุ รวมทั้งดินแกลบที่ต้องแยกเก็บ เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็จะเกิดแค่จุดเดียวไม่ลามหากัน
ที่สำคัญที่สุด ทุกคนที่ทำงานที่นี่จะต้องไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ถ้าเคยดื่มเคยสูบก็ให้เลิกหมด เพราะการทำของพวกนี้จะต้องมีสติ มีสมาธิตั้งแต่การผสม ที่จะต้องสัมผัสด้วยมือ ทำเสร็จต้องมีการทดสอบถ้าเป็นตะไลก็จะจุดดูการหมุน การประกอบทุกขั้นตอนต้องเรียบร้อยที่สุดเพื่อให้พลุหมุนขึ้นฟ้าแล้วตกลงมาไม่ทำอันตรายโดยการติดร่มซึ่งมีทั้งผ้าสีและถุงดำถ้าเป็นถุงดำจะต้องโรยแป้งเพื่อไม่ให้ถุงดำติดกัน
ถ้าเป็นพลุก็จะจุดเพื่อทดสอบเสียงและสีทุกรุ่นที่ทำเสร็จ ที่สำคัญเมื่อผสมวัสดุประทุระเบิดแล้วจะต้องบรรจุให้หมด ห้ามให้เหลือแต่ถ้าเหลือก็ต้องละลายน้ำทิ้ง ไม่เก็บไว้เพราะถ้ามีคนเผลอหรือเกิดมีประกายไฟแค่เล็กน้อยก็จะทำปฏิกิริยาทำให้เกิดการระเบิดได้ การทำสิ่งของประเทศนี้จึงต้องอยู่ห่างจากชุมชนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและกระทบกับชุมชนได้
นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า วัสดุอุปกรณ์ประกอบจะเน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะท่อที่เป็นฐานพลุจะต้องแข็งแรงใช้เป็นท่อพีอี หรือพีวีซี รวมทั้วท่อกระดาษอัดแน่น การรับงานแต่ละครั้งจะต้องทำเอง จุดเอง ออกแบบให้ตามที่ลูกค้าชอบหรือเสนอไปแล้วลูกค้าชอบ และทำตามงบประมาณของลูกค้า จะไม่ทำขายหรือส่งขายทั่วไปเพราะการจุดพลุประกอบงานพิธีต่างๆ และงานแสดงแสงสีเสียงจะต้องทำโดยคนที่ชำนาญ และถ้าไม่ระมัดระวังขาดความรอบคอบก็จะเกิดอันตรายได้.





