งานแสดงสวน-ดอกไม้นานาชาติ นักจัดสวนทั่วโลกร่วมแสดงงาน ตอบโจทย์คนมาดูทั้งดีไซเนอร์ สถาปนิก นักออกแบบภูมิทัศน์
เพราะการออกแบบที่ดีคือการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด การแต่งบ้านและจัดสวนจึงไม่เคยมีสูตรสำเร็จ รสนิยมและความชอบของเจ้าของบ้านคือสิ่งกำหนดความสวยงามน่าอยู่ของบ้านและสวน แต่การแต่งบ้านจัดสวนไม่ได้จบลงที่ความชอบเพียงอย่างเดียว บางครั้งการมีโอกาสได้เห็นการตกแต่งในรูปแบบอื่นๆ ที่ต่างออกไปก็สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์การตกแต่งรูปแบบใหม่ๆ โดยนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับรสนิยมความชอบของเราเอง สิงคโปร์ การ์เดน เฟสติวัล (Singapore Garden Festival) คือหนึ่งในงานที่มอบแรงบันดาลใจให้กับคนรักสวน
สิงคโปร์ การ์เดน เฟสติวัล เป็นงานสวนและดอกไม้ระดับนานาชาติที่มีนักจัดสวนจากทั่วโลกมาร่วมแสดงผลงาน โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.2006 และจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยงานสิงคโปร์ การ์เดน เฟสติวัล 2014 ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-24 สิงหาคม ที่ การ์เดน บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay)
"ถ้าพูดถึงงานที่ไปกันบ่อยๆ ก็มี Chelsea Flower Shows เป็นงานระดับโลกเลย จัดโดยสมาคมพืชสวนแห่งอังกฤษ ถือว่าเป็นงานประมาณมิลานของฝั่งสวนภูมิทัศน์ (Landscape) เลย.. เชิญดีไซเนอร์ทั่วโลกมาเป็นแขกรับเชิญ (Guest) และจัดสวนเยอะมาก ถ้าเป็นอย่างซีกโลกใต้ก็จะมี Melbourne International Flower and Garden Shows และมีที่นิวซีแลนด์แต่งานจะเล็กๆ หน่อย" อรรถ ประพันธ์วัฒนะ รองบรรณาธิการบริหาร นิตยสารบ้านและสวน บอก
"ในเอเชียถือว่างานนี้เป็นงานที่น่าสนใจและดีมากๆ งานหนึ่งเลยครับ เพราะว่างานนี้จะเป็นงานที่เราพูดถึงภูมิทัศน์ ทั้งนักออกแบบภูมิทัศน์ (Landscape Designer) และนักจัดสวน (Garden Designer) มารวมตัวกัน.. น่ามาดูครับ มีดีไซเนอร์ที่ไปโชว์ที่ Chelsea หลายคนมาเป็นแขกรับเชิญ.. เราจะเห็นว่าจะมีเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศด้วย เช่นถ้าเราไปงาน Chelsea เราจะเห็นเลย งานนี้เป็นของดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น งานนี้เป็นของดีไซเนอร์ชาวออสเตรเลีย จะมีจุดเด่นของการออกแบบของตัวเขาเอง ของวัฒนธรรมในประเทศเขาเอามาใช้.. "
ก่อนหน้านี้ สิงคโปร์ การ์เดน เฟสติวัล จัดงานในพื้นที่ของ 'ซันเทค สิงคโปร์ คอนเวนชั่น แอนด์ เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์' (Suntec Singapore Convention and Exhibition Centre) ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่จัดงานในพื้นที่ของการ์เดน บาย เดอะ เบย์ โดยมีส่วนสำคัญของงาน อาทิ Landscape & Fantasy Gardens - การจัดแสดงภูมิทัศน์และแฟนตาซี การ์เดน โดยนักออกแบบท้องถิ่นและนักออกแบบสวนที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก Floral Windows to the World - แสดงการจัดดอกไม้อย่างสร้างสรรค์โดยนักออกแบบชาวสิงคโปร์และนานาชาติ Balcony Gardens - การจัดแต่งสวนบนพื้นที่ระเบียงเล็กๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนระเบียงเป็นสวนในรูปแบบต่างๆ Miniature Gardens - สวนขนาดเล็กสำหรับคนไม่มีพื้นที่หรือเวลาในการทำสวน Orchid Extravaganza - การแสดงกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ตลาด
"ผมมาครั้งแรกตั้งแต่แปดปีก่อน.. ยังเป็นงานในร่ม (Indoor) เลยครับ ที่มาทุกปีเพราะชอบด้วยครับ.. เพราะว่างานอื่นๆ ที่เราไปส่วนใหญ่เป็นงานกลางแจ้ง (Outdoor) งานนี้เป็นงานเดียวที่เป็นในร่มเพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าดีไซเนอร์เขามีความสนุกกับการใช้แสง (Lighting) ได้อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งอย่างในปีนี้เขาก็ใช้แสงในสวนอย่างเต็มที่" คุณอรรถ กล่าว
"ปีนี้เขาจัดอยู่ในโลเคชั่นที่ดี.. การ์เดน บาย เดอะ เบย์ มีจุดเด่นเรื่องสวนจากทุกมุมโลกอยู่แล้ว เขาเอามาเรียงเชื่อมต่อกันมันเลยอาจจะทำให้มีเรื่องราวเกี่ยวกับสวนที่ดูน่าสนใจมากๆ มีพลังในการดึงคนมากๆ มันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนที่มิลานที่เขาพยายามจะสร้างโซนเป็นเฟอร์นิเจอร์แฟร์ที่ใหญ่ ผมว่าสิงคโปร์อาจจะตั้งใจทำแบบนั้น.. โดยส่วนตัวคิดว่าน่าสนใจ"กิติภูมิ ศรีสมนึก รองบรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Casaviva และนิตยสาร Interni บอก
ในส่วนของการจัดสวนภูมิทัศน์มีนักออกแบบภูมิทัศน์จากทั่วโลกมาร่วมจัดแสดงสวนกลางแจ้งจำนวน 8 สวน
"ผมชอบงานชื่อว่า 'Sacred Grove' (โดย Andrew Wilson & Gavin McWilliam) ชอบดีไซน์ ชอบแนวคิด เพราะมันไม่ได้ทำเหมือนเอาต้นไม้มาวาง มีบ่อน้ำ มีอะไรแบบนี้ คือมันใส่เรื่องไอเดียเรื่องคอนเซปต์เข้าไปทำให้ดูแหวกแนว ไม่อย่างนั้นงานนี้ก็จะดูเป็นเหมือนงานสวนธรรมดาที่เอาต้นไม้เอาอะไรมาวาง มันดูมีคอนเซปต์มีแรงบันดาลใจ (Inspiration) มากขึ้น" คุณกิติภูมิ บอก
"ผมชอบของดีไซเนอร์ออสเตรเลียครับ (Vertical โดย Brenden Moar) เพราะว่าผมรู้สึกว่ามันด้วยสเปซ (Space) ด้วยแพทเทิร์น (Pattern) ทั้งหลายแล้วมันดูเจ๋งดี คือเขามีการใช้วัสดุ (Material) ที่ดูผสมผสานกัน แล้วก็รูปแบบ (Format) ของการวางแพทเทิร์นและการวางองค์ประกอบ (Element) ต่างๆ มันดูลงตัว ผมอาจจะไปมองด้วยว่าคนที่มาเห็นแล้วมันสร้างแรงบันดาลใจและเอาไปใช้ต่อได้ง่ายกว่า.. มันตอบโจทย์คนที่อยากได้สวนแล้วมางานนี้ มันชัดเจนมากๆ " คุณอรรถ กล่าว
สวนแฟนตาซีจัดขึ้นในร่มโดยมีนักออกแบบจัดสวนมาร่วมจัดแสดงจำนวน 7 สวน ซึ่งไม่ได้มีเพียงความสวยงามแปลกตาเท่านั้น
"ดูไอเดีย ดูแรงบันดาลใจของดีไซเนอร์ เพราะบางทีเขาพยายามคิดให้มันนอกกรอบออกไป ไม่ใช่สวนธรรมดา.. ผมว่าในสวนแฟนตาซีจุดเด่นจริงๆ มันคือแสงเลยนะ ในทุกๆ ส่วนเกี่ยวกับการตกแต่งในบ้านหรือส่วนที่โชว์แนวคิดอะไรแบบนี้แสงจะเป็นเหมือนพระเอกของงาน" คุณกิติภูมิ กล่าว
"งานคอนเซปต์และงานไอเดียเหล่านี้ ถ้าเราดูแล้วเราเข้าใจมันจริงๆ มีหลายอย่างที่เราเอาไปใช้ได้ง่ายๆ ต่อให้คอนเซปต์มันแรงก็จริงแต่จังหวะการลงต้นไม้แต่ละประเภท หรือมิติของมัน คือเขาเลือกลงที่มันควรจะอยู่ได้หรือเป็นไปได้จริงอยู่แล้ว และข้อดีคือการใช้แสง.. แค่มองแล้วเราอาจจะเอาไปเลียนแบบเลยก็ได้ครับเอาไปใช้กับบ้านตัวเอง สำหรับไม้พุ่มไม้คลุมดินจะเป็นแบบไหน ซึ่งจริงๆ แล้วเราเห็นคอนเซปต์เราเอาไปทำตามมันก็ต้องโดนลดทอนให้ใช้ได้จริงอยู่แล้ว คอนเซปต์เหล่านั้นมันสร้างแรงบันดาลใจได้" คุณอรรถ บอก
"ในส่วนของสวนแฟนตาซีผมชอบของดีไซเนอร์ชาวโมนาโค (Tartarus โดย James Basson) เพราะว่ามันมีรูปแบบการใช้แสงที่หลากหลาย มีการใส่ไฟใต้น้ำพอน้ำเคลื่อนไหวมันมีความเคลื่อนไหว (Movement) ใส่ไฟอยู่ในพุ่มไม้หรือการใช้ไฟสายทั้งหลาย มิติของการใช้แสงมันทำให้สวนดูมีมิติเยอะขึ้น รวมถึงตัวโครงสร้างทั้งหลายมันดูก้ำกึ่งระหว่างการเอาไปประยุกต์ (Adapt) ใช้ได้จริง กับดูมีจินตนาการที่เจ๋งๆ อยู่"
แม้จะเป็นการจัดสวนที่ดูเต็มไปด้วยแนวคิดแต่ สิงคโปร์ การ์เดน เฟสติวัล เป็นงานที่เหมาะกับทุกคน
"ถือว่าตอบโจทย์คนที่มาดูทั้งคนที่เป็นดีไซเนอร์ กับสถาปนิก หรือนักออกแบบภูมิทัศน์ คือถ้าดูในส่วนสวนแฟนตาซีก็จะได้แรงบันดาลใจ ส่วนคนทั่วไปที่มาดูเพื่อเอาไอเดียกลับไปใช้ที่บ้านก็ดูในส่วนของ สวนระเบียง Balcony Garden หรือสวน Landscape ข้างนอกก็ปรับใช้ได้ เพราะมันเป็นรูปแบบที่เอาไปปรับใช้ได้จริงๆ ถือว่าตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม" คุณกิติภูมิ บอก "โดยส่วนตัวก็ชอบอยู่สองโซน Balcony Garden กับ Landscape Garden เพราะรู้สึกว่าเขาพยายามจะทำให้มันใกล้ชิดกับคนที่มาดูงาน และคนที่มาดูงานสามารถนำไปใช้ที่บ้านได้ ซึ่งสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นที่เล็ก เขาก็พยายามใส่ไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ไปหยอดให้คนที่ไปดูงานไปใช้ได้ ถือว่าตอบโจทย์ในการทำงานแฟร์สักงานหนึ่งให้คนไปเดินดูงาน ไม่ใช่ว่ามาดูเพื่อสวยอย่างเดียว แต่ดูเพื่อเอาไปใช้ได้ ในฐานะคนไทยก็ถือว่าใกล้เคียงกัน เพราะกรุงเทพฯ ก็เริ่มมีพื้นที่น้อยลง คิดว่ามีประโยชน์กับคนที่มาเดินในงานนี้"
"ได้ประโยชน์ได้ทั้งคู่อยู่แล้วครับ คนสิงคโปร์อาจจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่ การที่เขามาดูเขาอาจจะต้องเอาไปย่อยเยอะกว่าเรา แต่ของเราถ้ามาเห็นจริงๆ แล้วบางมุมถ้าจะใช้คำว่าก๊อบปี้ไปใช้ได้เลย มันก็ตอบโจทย์อยู่แล้ว สำหรับคนที่มาเดินงานผมว่าเขามีอะไรในใจอยู่แล้วครับ คนที่มีพื้นที่น้อยเขาก็จะมาดูไอเดียจาก Small Space ถ้าคนที่มีพื้นที่กว้างๆ หน่อยเขาก็จะพยายามมองอะไรที่จะไปปรับใช้กับที่บ้าน แม้กระทั่งคนไทยก็จะรู้อยู่แล้วว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเขาเอง แล้วเขาจะเอาแบบนั้นไปใช้ เพราะอย่างไรมันก็ใช้ความชอบเป็นตัววัดอยู่แล้วว่าอะไรคือเหมาะอะไรไม่เหมาะ" คุณอรรถ กล่าว "ที่ดูเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นำไปใช้ได้ เรื่องคอนเซปต์ใช้ได้แต่เรื่องวัสดุกับเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่เขาใช้ของท้องถิ่น (Local) ของเขา เราก็สามารถจะไปปรับใช้ได้ ซึ่งบ้านเราน่าจะหลากหลายมากกว่า ของน่าจะเยอะกว่า พันธุ์ไม้น่าจะเยอะกว่าเขา แต่เราสามารถเอาไอเดียที่เขาออกแบบจากหลากหลายดีไซน์เนอร์มาใช้ได้"
สิงคโปร์ การ์เดน เฟสติวัล ในปีนี้จบลงแล้ว แต่สำหรับงานที่จะเกิดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า คุณอรรถ บอกว่า
"ถ้ามีโอกาสก็อยากให้มานะครับ เพราะว่าอย่างครั้งก่อนกับครั้งนี้ๆ ก็มีรายละเอียดเยอะขึ้น เขามีประเภทการโชว์เยอะขึ้น หลากหลายขึ้น ซึ่งพวกนี้มันตอบโจทย์ แม้กระทั่งอาจเป็นเทรนด์เล็กๆ ที่มาใช้กับบ้านเราได้ด้วย อย่างโซนใหม่ที่เปิดขึ้นมาอย่าง Miniture ดูน่ารักและเอาไปประยุกต์ใช้ได้แน่ๆ เหมือนกัน เป็นโซนใหม่ที่ดูน่าสนใจ แม้กระทั่ง Flower Stylish ทั้งหลายก็สามารถมาหยิบบางอย่างไปใช้กับที่บ้าน ไปใช้กับงานตัวเอง"
หมายเหตุ : ชมภาพงาน Singapore Garden Festival 2014 มากกว่านี้ได้ที่ https://www.facebook.com/sundaybkk





