วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เคลือบผลึกสูตรบูรณาการ

เมื่อศิลปินต้องมาทำงานร่วมกับวิศวกร มุมมองการทำงานที่แตกต่างของแต่ละคนจะก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร ?

ศิลปินเซรามิกแต่ละคนล้วนมีสูตรในการทำน้ำเคลือบเป็นของตนเอง ในขณะที่วิศวกรสาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมพยายามค้นหาสูตรน้ำเคลือบที่ใช้ต้นทุนต่ำ วัตถุดิบน้อย สำหรับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

เมื่อศิลปินต้องมาทำงานร่วมกับวิศวกร มุมมองการทำงานที่แตกต่างของแต่ละคนจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ขัดแย้ง หรือ ลงเอยอย่างไร..ไม่ใช่บทเริ่มต้นของซีรีย์เกาหลี หากเป็นผลงานวิจัยที่มีชื่อว่า เซรามิกจากวิศวกรรมวัสดุผสานสุนทรียะ

ผศ.ดร.อริศร์ เทียนประเสริฐ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงที่มาของการจับคู่นักวิจัยต่างคณะที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาทำงานร่วมกัน ตามแนวคิดของการนำเอาศาสตร์และศิลป์มาบูรณาการ เพื่อให้เกิดผลงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ที่สำคัญคือ ต้องจับต้องได้ นำไปใช้ได้

เซรามิกจากวิศวกรรมวัสดุผสานสุนทรียะ ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มาผสานกับการทำงานของศิลปินเซรามิกจนก่อให้เกิดผลงานเครื่องเคลือบดินเผาในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็น

ผศ.ดร.นิติ ยงวณิชย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กล่าวถึงงานวิจัยที่มุ่งเน้นในเรื่องของการทำเคลือบผลึกเป็นสำคัญ อธิบายว่า การทำเคลือบผลึกเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการทำงานเครื่องเคลือบดินเผา ที่ทำให้ได้ลวดลายที่เกิดจากการตกผลึกของสารที่ใช้ในการเคลือบ

โดยสูตรของสารเคลือบ การออกแบบภาชนะที่นำมาเคลือบ ตลอดจนกระบวนการที่ใช้ในการเผา จะส่งผลต่อการเกิดลวดลายที่เกิดจากผลึกบนชิ้นงานแต่ละชิ้น ทำให้ชิ้นงานที่ออกมานั้นมีลวดลายที่มีเพียงชิ้นเดียวในการทำแต่ละครั้ง

"ลวดลายที่ปรากฏขึ้น ความจริงแล้วเป็นผลึกรูปร่างเป็นแท่งขนาด 10 ไมครอน ยาวๆเรียงชิดกัน เป็นผลึกๆร้อยๆพันๆแท่งที่มาเรียงตัวกัน ก่อให้เกิดมิติ มีความเหลือบ" ดร.นิติ ชี้ให้เห็นถึงลวดลายที่เกิดขึ้นจากเคลือบผลึกในงานวิจัยครั้งนี้

" แรกๆไม่ค่อยได้คิดเรื่องศิลปะเท่าไหร่ จนมีโอกาสไปคุมแลบที่สาขาวิชาการเซรามิก ประกอบกับได้อ่านหนังสือหลายเล่มทำให้สนใจเรื่องเคลือบผลึก เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต พอมาเคลือบผลึกในหนังสือเขียนโดย ผศ.ศุภกา ปาลเปรม ภาควิชาเครื่องเคลือบดินเผา คณะมัณฑนศิลป์ ทำให้สนใจมากขึ้น"

ดร.นิติ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การทำงานวิจัยร่วมกับ ผศ.ศุภกา ปาลเปรม ในเวลาต่อมา

"ส่วนตัวทำใจไว้ก่อนว่าวิศวกรกับศิลปินคงทำงานร่วมกันไม่ง่าย ต่างคนมีความคิดคนละแบบ ผมโชคดีที่อ.ศุภกาอาวุโสกว่าเยอะ เลยอาศัยความความอ่อนน้อมนำทาง ระหว่างการทำงานใช้หลักประนีประนอม เช่น ผมศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ ผมไม่แคร์เลยว่าจะเผานาน ใช้อุณหภูมิเท่าไหร่ แต่อาจารย์จะขีดจำกัดอยู่ เช่น เนื้อดินที่ใช้ทนอุณหภูมิได้เท่านี้ เวลาเผาไม่ควรนานไป ท้ายสุดการอาจารย์ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เอื้อต่อเคลือบนี้ เพราะว่าเคลือบนี้เป็นเคลือบที่ลำบาก เผายาก อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีการใช้ในเชิงพาณิชย์มากนัก

สูตรเคลือบที่ใช้ปรับเปลี่ยนมาจากสูตรเคลือบที่อยู่ในหนังสือต่างๆอยู่แล้ว สมัยโบราณสูตรเคลือบเหมือนเป็นสูตรลับของแต่ละโรงงาน ครอบครัว เหตุผลที่เลือกสูตรนี้มาใช้เพราะมีจำนวนของวัตถุดิบที่นำมาใช้น้อยสุด 5 ชนิด คือ สารประกอบออกไซด์ 5 ชนิด สูตรอื่นมีเป็น 10 ครับ เหตุที่เลือกน้อยเพราะว่าเราจะศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์ ถ้ามีเยอะตัวแปรจะเยอะมากขึ้น ดังนั้นสูตรนี้น้อยสุด มาศึกษาตัวแปรวัตถุดิบเพื่อดูว่าแต่ละตัวส่งผลอย่างไร "

ในขณะที่ ผศ.ศุภกา บอกว่า "ปกติน้ำเคลือบที่ทำอยู่จะทำเอง แต่จะเป็นคนละลักษณะ เป็นเคลือบทั่วไปที่เราชอบ เคลือบผลึกเป็นอะไรที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เคลือบผลึกที่ใช้ลักษณะที่ออกมาจะไม่เหมือนของอาจารย์นิติ ที่ทำมาให้ เลยคิดว่าอยากลองเหมือนกัน

เคลือบผลึกของอาจารย์นิติต่างจากเคลือบที่เคยเห็น คือ สามารถเกิด ดอก ดวง ดังตัวอย่างที่นำมาให้ชม ถ้าเป็นเคลือบทั่วไปจะไม่มีลักษณะอย่างนี้ ขึ้นอยู่กับสูตรที่ใช้เป็นส่วนผสมว่าจะต้องมีตัวที่ทำให้เกิดดอกเหล่านี้ขึ้น ผลออกมาจะแตกต่างจากเคลือบที่เราใช้ ที่ปล่อยให้เย็นตัวได้เลย แต่เคลือบผลึกเผาถึงอุณหภูมิที่เคลือบสุกตัวแล้ว ปล่อยให้เย็นตัวลงทิ้งไว้นาน 6 -8 ช.ม.จะเกิดดอก เป็นอะไรที่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ที่ไม่ทำกันเพราะว่ายุ่งยาก"

ในส่วนนี้ดร.นิติ มองว่าเป็นโจทย์ที่ต้องนำไปแก้จะพัฒนาต่อ "ปัญหาเผาแล้วน้ำเคลือบจะกองลงมาด้านล่าง อาจารย์ศุภการช่วยด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม ส่วนนี้ผมจะไปปรับสูตร เช่นเดียวกับเรื่องสีที่มีแค่ 3 โทน ถ้าเราแก้ปัญหานี้ได้รูปแบบของผลิตภัณฑ์จะมีมากขึ้น ในเชิงพาณิชย์ถ้ามีความหลากหลายน่าจะเป็นผลดีมากขึ้น เพิ่มมูลค่า

หลักปรัชญาในงานวิจัยของผมทุกอย่างเลย คือ ต้นทุนต่ำ กระบวนการง่ายที่สุด จริงๆมีการเผาหลายขั้นตอน พยายามจำกัดให้เผาให้ง่าย ในเชิงพาณิชย์เตาที่โรงานใช้ไม่ซับซ้อน สำหรับการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ ได้ผลเกินคาดครับ คณะวิศวะฯเราไม่มีความสามารถพอที่จะทำผลิตภัณฑ์ได้ขนาดนี้ นักศึกษาได้เห็นว่าที่คิดไปมีการใช้ได้จริง ทั้งยังได้พบปัญหาที่เราไม่เห็นขณะที่เราอยู่ที่คณะวิศวะฯ แล้วผลออกมาเกิดมิติใหม่ในการทำวิจัย ถ้าเราทำอยู่ที่คณะอาจอยู่ในแลบ ไม่ได้เห็นเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์จริง"

ผศ.ศุภกา กล่าวถึงทิ้งท้ายว่า "ปกติสอนทำเคลือบอยู่แล้ว ทุกครั้งที่สอนให้นักศึกษาคิดสูตรเองด้วย แต่คงจะไม่ได้เป็นสูตรใหญ่ขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นของแต่ละบุคคล ถามว่าจะได้ดอกที่ใหญ่อย่างนี้มั้ย คงจะไม่ เคลือบผลึกสูตรนี้สามารถทอดลอง ควบคุมขนาดของดอกได้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่างานศิลปะกับวิทยาศาสตร์ต้องไปด้วยกัน"

ผลงานเซรามิกจากวิศวกรรมวัสดุผสานสุนทรียะ สามารถดำเนินการผลิตเป็นสินค้าโดยผู้ประกอบเครื่องเคลืบดินเผาที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยทางสถาบันวิจัยและพัฒนากำลังดำเนินการประสานงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาเป็นสินค้าต่อไป