สร้างสรรค์งานจาก "แก้ว" มานานกว่ายี่สิบปี จิรวัฒน ชวนะธิต (Glass Artist) กล่าวว่าใครมาเห็นมักคิดว่าเป็นผลงานของศิลปินต่างชาติ
ไม่ว่าจะเป็น Glass Wall หรือ ประติมากรรมตกแต่งอาคารในโรงแรมชื่อดังหลายแห่ง ครั้นทราบว่าเป็นฝีมือของศิลปินไทย กลับคิดว่าต้องเป็นงานลอกเลียนแบบ
ดังนั้นเขาจึงค้นหารูปแบบที่บ่งบอกถึง ความเป็นไทยที่สามารถสื่อสารไปสู่สากล โดยมีลายเซ็นต์เป็นของตนเอง
Ice Naga หรือ นาคน้ำแข็ง จึงถือกำเนิดขึ้นมาจากแนวความคิดที่เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจจากความพลิ้วไหวของลายกนก ต่อมามีการนำความเข้มแข็งของสิงห์เข้าไปผสาน ล่าสุดนาคน้ำแข็งมีเส้นที่อ่อนไหวราวกับรวงข้าว ซึ่งเป็นผลงานที่ศิลปินกล่าวว่า " เป็นผลงานที่ดีที่สุดของผม"
"สาเหตุที่ทำพญานาค เป็นเพราะว่าเรือนร่างของพญานาคมีความพลิ้วไหว สื่อถึงความเป็นไทยได้ชัดเจน นอกจากนี้เรื่องราวของพญานาคเป็นที่เชื่อถือของคนในแถบเอเชีย สื่อถึงคนที่รู้จักได้ง่าย บังเอิญมาเกี่ยวข้องกับความผูกพันทางพุทธศาสนา เกี่ยวกับศิลปะ
งานส่วนใหญ่ที่ผมทำเป็นโมเดิร์น คนจะคิดว่าฝรั่งทำ พอบอกว่าคนไทยทำก็คิดว่าไปก๊อปปี้ งานชิ้นนี้จึงเหมือนกับการระบุสัญชาติ ให้รู้ว่านี่คนไทยทำแน่ๆ
อีกอย่างเรื่องการทำแก้วในเมืองไทยไม่เหมือนในวัฒนธรรมต่างประเทศ ที่สืบทอดเป็นร้อยปี การที่เราทำเป็นจุดเริ่มต้นของการทำศิลปะแก้วในเมืองไทย เหมือนเราได้เริ่มต้น ได้นับหนึ่ง ในอีกสิบปี ยี่สิบปีบ้านเราจะได้เป็นศูนย์กลางในการทำงานศิลปะแก้วในแบบของเราเอง " จิรวัฒน ชวนะธิต บอกกับเรา
"นาคน้ำแข็ง" เป็นชื่อของประติมากรรมแก้วทุกชิ้นที่สร้างขึ้น สำหรับชิ้นที่ดีที่สุดนั้น เป็นผลงานที่มอบให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นำไปประมูลในงาน "ศิลปินร่วมบุญ เกื้อหนุน 100 ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” เพื่อนำรายได้จากการประมูลสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ (ผลงานชิ้นนี้ สุวิมล มหากิจศิริ ประมูลไปในราคา 2 ล้านบาท)
ส่วน "นาคน้ำแข็ง"ที่ศิลปินภูมิใจที่สุดเป็นผลงานที่ประดับอยู่บนฐานพระรัตนเจดีย์ศรีมหามงคล หรือ เจดีย์แก้วสูง 8 เมตร ผลงานสถาปัตยกรรมแก้วชิ้นเอกของ จิรวัฒน ด้วยเช่นกัน
เจดีย์แก้ว จำลองแบบมาจากองค์พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ ด้วยแก้วสีมรกต (ลายกระแสน้ำ) แกะสลักด้วยมือกว่า 800 ชิ้น วางทับซ้อนกันทีละชิ้น 800 ชั้น ลดหลั่นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย เชื่อมต่อด้วยกาวใสชนิดพิเศษ (Stacked Glass Technique) มีน้ำหนัก 18 ตัน ใช้ทีมงานกว่า 30 ชีวิต เป็นเวลา 3 ปีเต็มจึงแล้วเสร็จ
" ถ้ามีแต่เจดีย์เฉยๆ เหมือนเราแค่จำลองเจดีย์เท่านั้น ผมจึงเพิ่มพญานาคเข้าไป ถ้าเราจะออกแบบโดยใช้พญานาคเราจะทำอย่างไร มีเหตุผลอะไร และที่สำคัญเราจะออกแบบอย่างไรให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่โดดเด่นจนลดความสำคัญขององค์เจดีย์แก้ว ผมคิดว่าชั้น 5 ที่ประดิษฐานเจดีย์แก้ว อยากให้ผู้คนได้สัมผัสถึง สวรรค์ โลก และ บาดาล
สวรรค์ในที่นี้ หมายถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ว่าด้วยเรื่องจักรวาลและพระพุทธเจ้า 28 องค์
เจดีย์แก้ว เป็นตัวแทนของโลก ส่วนบาดาล กล่าวถึงพญานาค และสายน้ำ ผมมานึกถึงคำว่าวัดปากน้ำ พญานาคเป็นเทพแห่งสายน้ำ แต่เส้นสายของการเลื้อยดูอ่อนไหว ไม่แข็งแรงพอ ผมจึงนำความสง่างาม แข็งแกร่งของสิงห์ที่พบทางภาคเหนือ มาผสมผสานจนได้รูปพญานาค 80 ตน ตามคำแนะนำของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ตามจำนวนพระชนมมายุของพระพุทธเจ้า"
นาคน้ำแข็งที่วัดปากน้ำจึงมีลักษณะพิเศษทั้งอ่อนไหวและแข็งแกร่ง มีดวงตาที่สุกสกาว มีเครา เขี้ยวคม นอกจากนี้ศิลปินยังได้ฝากลายเซ็นต์เขียนด้วยทองคำแล้วหลอมลงไปในลิ้นพญานาคเอาไว้ด้วย
"กว่าจะเป็นงานแต่ละชิ้นขึ้นมาได้ต้องมีวิธีคิด โชคดีที่เรามีโอกาสกลับไปเยี่ยมชมงานของเราที่อยู่ในสถานที่ต่างๆ ผลงานชิ้นนี้ภูมิใจเพราะว่าเราได้กราบไหว้และมีคนมากราบไหว้ชิ้นงานที่เราทำด้วย"





