วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เช็คความพร้อมคู่ชิง'ยูซีแอล'

เช็คความพร้อมคู่ชิงฯ "ยูซีแอล" ชุดขาวเข็นโด้ "จิ๋ว" ตราหมีลุ้น "คอสต้า" ฟิตทันลงสนาม

ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศที่จะแข่งขันกันในคืนนี้ จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 59 ปีของการแข่งขันรายการนี้ที่สองทีมจากเมืองเดียวกันอย่างทีมราชันชุดขาว "เรอัล มาดริด" และทีมตราหมี "แอตเลติโก มาดริด" ผ่านเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศเพื่อแย่งชิงถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรป

ด้านความพร้อมของแต่ละทีมนั้น ทางเรอัล มาดริด จะไม่มีชาบี้ อลอนโซ่ ที่ติดโทษแบนหลังจากโดนใบเหลืองมาในเกมรอบรองชนะเลิศนัดสองที่พบกับบาเยิร์น มิวนิค ส่วนคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ฟิตพอที่จะลงลากเลื้อยในเกมนี้ถึงแม้จะมีอาการบาดเจ็บต้นขามาก่อนหน้าก็ตาม นอกจากนี้ แกเร็ธ เบล ก็พร้อมลงสนามเช่นกันแม้ก่อนหน้านี้พลาดการลงซ้อมมาบ้าง ขณะที่คาริม เบนเซม่า อาจพลาดลงเล่นในนัดนี้เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ แต่กุนซือใหญ่ของทีม "คาร์โล อันเชลอตติ" ยืนยันว่า ซามี่ เคดิร่า พร้อมจะลงสนามในคืนนี้ หลังฟื้นจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าที่เรื้อรังมาหลายเดือน แต่ยังต้องรอเช็กความฟิตของ เปเป้ ที่พลาดการลงสนามมาในเกมสองนัดหลังเพราะเจ็บน่อง

ทางด้านแอตเลติโก มาดริด แชมป์ลาลีกาในฤดูกาลนี้ ยังต้องลุ้นอาการของ ดิเอโก้ คอสต้า ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากเกมสุดท้ายของลาลีกากับบาร์เซโลน่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะมีอาการเจ็บต้นขาด้านหลัง ส่วนอาร์ด้า ตูราน ก็ได้รับอาการบาดเจ็บขาหนีบมาจากเกมเดียวกัน โดยดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือจอมแท็คติกจะให้ทั้งคู่พิสูจน์ความฟิตของตัวเองจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนลงเล่นนัดชิงชนะเลิศในคืนนี้ ขณะที่กาบี้ พร้อมสำหรับลงสนามอีกครั้ง หลังจากพลาดมาจากเกมนัดสองที่เอาชนะเชลซีในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เนื่องจากติดโทษแบน

สถิติเล็กๆน้อยๆ สำหรับการพบกันของทั้งคู่ เคยดวลแข้งกันมา 194 นัดทั้งในลีกและฟุตบอลถ้วยของสเปน โดยแบ่งเป็นเรอัล มาดริดชนะ 102 นัด แอตเลติโก้ มาดริดชนะ 46 นัดและเสมอกันไป 46 นัด

ส่วนสถิติของกุนซือทั้งสองทีม คาร์โล อันเชลอตติ ซึ่งเคยพาเอซี มิลาน สัมผัสแชมเปียนส์ลีกได้ในปี 2003 และ 2007 มีโอกาสคว้าถ้วยใบที่ 3 ของเขาที่ลิสบอนในคืนนี้ ขณะที่ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ก็มีโอกาสกลายเป็นกุนซือจากนอกยุโรปคนที่ 3 ที่คว้าแชมเปียนส์ลีกได้