วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โซเชียลมีเดีย โปรโมทการท่องเที่ยว

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาว่าจะใช้ทวิตเตอร์และเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ ในการสำรวจความต้องการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

และนำข้อมูลมาใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศก่อนที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกปี 2020 ที่โตเกียวเป็นเจ้าภาพจะเปิดฉากขึ้น

การฟอล์โลว์ทวิตเตอร์ที่มีคนทวีตข้อความถึงสถานที่ท่องเที่ยว เช่น "ทำไมวิวของภูเขาไฟฟูจิสวยอย่างนี้" จะช่วยให้หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของโตเกียวสามารถพุ่งเป้าโปรโมทเน้นไปที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยเฉพาะได้

ในขณะที่ทวิตเตอร์ที่บ่นเกี่ยวกับความยากลำบากในการหาพิพิธภัณฑ์บางแห่ง ก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงว่าควรจะติดตั้งป้ายบอกทางในที่ใดบ้าง

รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามมองหาวิธีการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ “Visit Japan Campaign” มาตั้งแต่ปี 2003 คณะกรรมการขององค์การการท่องเที่ยวตั้งเป้าจะดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวญี่ปุ่นได้ถึง 20 ล้านคนก่อนการแข่งขันโอลิมปิกจะเริ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกจะช่วยเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้มาก

ความจริงแล้ว ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวก็มีการเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยในปี 2012 และ 2013 มีนักท่องเที่ยวจำนวน 8.3 ล้านคน และ 10.4 ล้านคน เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นตามลำดับ เมื่อเทียบกับประมาณ 5 ล้านคนต่อปี ก่อนที่แคมเปญจะเริ่ม จากข้อมูลอย่างเป็นทางการขององค์การการท่องเที่ยวญี่ปุ่นพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาส่วนใหญ่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก

ไอเดียของการรวบรวมข้อมูลการ “ไลค์” หรือ “ไม่ไลค์” ของนักท่องเที่ยวจากโซเชียลมีเดียเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้ผุดขึ้นมาระหว่างการประชุมของคณะทำงานศึกษาวิจัยงบประมาณปี 2013 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้ข้อมูลจากจีพีเอสที่เก็บรวบรวมมาจากโทรศัพท์มือถือของคนเพื่อใช้ในการติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขา

เทตสุโอะ มิตาราอิ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาภูมิภาคของการท่องเที่ยวหวังว่า เนื้อหาจากโซเชียลมีเดียจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้

“ข้อมูลจีพีเอสเหล่านั้นมาจากค่ายมือถือ NTT Docomo และแม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่มาจากผู้ใช้จำนวน 700,000 คนแต่ก็เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหันไปมาตรการอื่นๆ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะเราต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขาคิดอย่างไรระหว่างมาเที่ยวที่นี่ เราจึงต้องหันไปหาข้อมูลจากเครือข่ายสังคมออนไลน์แทน" เทตสุโอะ กล่าว

ข้อมูลจากทวิตเตอร์ก็เหมือนกับข้อมูลจากจีพีเอสที่ควรจะเป็นข้อมูลที่ไม่มีการระบุชื่อและแสดงสถานะเฉพาะสถานที่และเวลา โดยความเห็นจากทวิตเตอร์สามารถให้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวต้องการอะไรหรือชอบอะไรซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลเข้าใจและปรับปรุงให้ตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยวได้

แต่ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ทำอย่างไรถึงจะหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิของผู้ใช้โซเชียลมีเดียและไม่มีการเปิดเผยตัวตนของคนทวีต

"ยกตัวอย่างเช่น การทวีตโดยคนหนึ่งคน อาจจะยังปกปิดว่าใครเป็นคนทวิตได้ แต่ถ้าข้อมูลนั้นๆ ถูกนำไปรวมเข้ากับสถานที่และข้อความจากทวิตเตอร์ของคนอื่นๆ ที่เห็นได้ชัดว่ากำลังมีการเคลื่อนไหวร่วมกัน นั่นอาจทำให้คนรู้ได้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คือใคร” เทตสุโอะ กล่าว

..............................

ที่มา เจแปน ไทมส์