เมื่อเร็วๆ นี้ โลนลี่ แพลนเน็ต ได้ประกาศให้เกาะปีนังของประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านทางใต้ของไทยเป็นเมืองสุดยอดแห่งอาหารการกิน
เมืองนี้ที่ได้ชื่อว่า “ไข่มุกแห่งตะวันออก” เอาชนะเมืองอื่นๆ อย่างวิคตอเรียของออสเตรเลีย แคว้นปูลย่าของอิตาลี จอร์เจียและอ็อกซาค่าของเม็กซิโก
โรบิน บาร์ตัน บรรณาธิการของโลนลี่ แพลนเน็ตกล่าวว่า ปีนังนั้นเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกว่ามีอาหารอร่อยและร้านอาหารมากมายตามข้างทาง อาหารที่ทุกคนต้องห้ามพลาดคือ ฉ่าก๋วยเตี๋ยว ผัดหมี่ฮกเกี้ยนและอาสัม ลักซาเป็นต้น “ที่ปีนัง คุณสามารถหาอาหารกินได้ทั่วไปแทบจะทุกที่ อาหารจานเด็ดจากที่นั่นแพร่หลายไปทั่วโลก แต่จะกินที่ไหนก็ไม่อร่อยและได้สัมผัสถึงรสชาดเท่าที่ปีนัง” บาร์ตันกล่าว
อาสัม ลักซาสะท้อนถึงการผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรมหลายรูปแบบ วัฒนธรรมเหล่านี้ทั้งจาก มาเลย์ อินเดีย อาเจะ จีน พม่าและไทยแพร่หลายมาที่ปีนังก่อนที่นี่จะกลายเป็นเมืองท่าในปี 2329 เสียอีก จอร์จทาวน์ เมืองหลวงของรัฐปีนังเป็นศูนย์กลางของอาหารการกินที่นี่
เขาอยากให้นักท่องเที่ยวที่ชอบการลิ้มชิมรสอาหารอร่อยมาที่ศูนย์อาหารเอสพลานาด (Esplanade Food Centre) ที่นี่นอกจากจะมีอาหารอร่อยให้ลองชิมมากมายแล้ว ศูนย์แห่งนี้ยังมีวิวทะเลและหาดทรายขาวยาวเหยียดด้วย บาร์ตั้นกล่าวว่า นักชิมไม่ควรพลาดตลาดโต้รุ่งของปีนังด้วย “ตลาดโต้รุ่งของเกาะปีนังมีให้เลือกหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกไปเที่ยวได้อย่างไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน
นอกจากเรื่องอาหารแล้ว รัฐปีนังซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสามรัฐของมาเลเซียยังมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอีกด้วยเพราะมีความสวยงามและโรแมนติค คำว่า ปีนัง นั้นแปลว่า ต้นหมาก ซึ่งเคยปลูกมากบนเกาะแห่งนี้ เพราะความเป็นเมืองท่าทำให้ปีนังเป็นที่ผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย
โลนลี่ แพลนเน็ต ยังแนะนำให้ไปเยือน ปีนัง เพรานาคาน แมนชั่น ตึกเก่าแก่ของเมืองนี้ที่ได้รับการบูรณะให้สวยงามเมือนในอดีต พิพิธภัณฑ์ที่นี่ รวบรวมศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองปีนังในสมัยโบราณ ภาชนะกระเบื้องเคลือบ เฟอร์นิเจอร์ไม้ และงานหัตถศิลป์ที่นำเข้ามาจากจีนและประเทศในยุโรป ของเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเสื้อผ้า และเครื่องใช้ประจำวัน ที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของคนสมัยนั้นอีกด้วย
นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด "พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งปีนัง" พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบาตู มาอุง สร้างขึ้นรอบๆ บริเวณป้อมปราการของอังกฤษที่เคยปกครองมาเลเซีย พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งนี้แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของทหารอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเครื่องมือที่ใช้ในระหว่างการทำสงคราม เช่น ปืนใหญ่ อาวุธ ยุทธภัณฑ์และเวชภัณฑ์ เครื่องแบบทหาร อุปกรณ์ในการยังชีพต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถมุดเข้าไปในอุโมค์เพื่อสัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของทหารในอดีต นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสนุกด้วยการต่อสู้ด้วยปืนเพนท์บอลอีกด้วย
บ้านซุน ยัต เซ็น เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ซุน ยัต เซ็นเป็นนักปฏิวัติและได้รับการกล่าวขานว่าเป็น "บิดาของชาติจีน" และ "ผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตย" ท่านมีบทบาทสำคัญในการล้มราชวงศ์ชิงระหว่างการปฏิวัติซินไฮ่ในปี 2454 ท่านเคยมาพักที่จอร์จทาวน์ เมืองหลวงของปีนังพร้อมกับครอบครัวเป็นเวลา 6 เดือนในปี 2453 จริงๆ แล้วท่านไม่ได้พักที่นี่ แต่ใช้ที่นี่เป็นที่ประชุมพรรคการเมือง ที่นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการจลาจลแคนตั้น ซึ่งถึงแม้จะไม่สำเร็จแต่ทำให้การปฏิวัติต่อมาสำเร็จได้ ตึกหลังนี้ถูกนำมาเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งเก็บรวบรวมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับซุน ยัต เซ็น ช่วงที่อาศัยอยู่ที่ปีนัง นักท่องเที่ยวยังสามารถหาซื้อของที่ระลึกที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ด้วย
นอกจากนี้ ปีนังยังเป็นสวรรค์สำหรับการชอปปิงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตลาดของใหม่ หรือของสะสมโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถมองหาสินค้าในราคาที่น่าพึงพอใจ นับตั้งแต่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ เสื้อผ้า ผ้าบาติก ของที่ระลึก ของเก่า ของสะสม มีให้เลือกซื้ออย่างจุใจ เช่น ห้างคอมตาร์
แหล่งชอปปิงที่สำคัญและใหญ่ที่สุดบนถนนจาลัน ปีนัง นอกจากนี้ด้านบนสุดของตึกยังมีภัตตาคารหมุนรอบทิศ ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ขึ้นไปได้ชมทิวทัศน์แบบพานอรามาของเกาะปีนังอีกด้วย





