วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่ายทหาร...ลั้ลลา

ผมก็เคยสงสัยเหมือนหลายๆ คนว่าทำไมค่ายทหารต่างๆ ถึงต้อง “ห้ามเข้า” ด้วย

แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยดันทุรัง ไม่ให้เข้าก็ไม่เข้า แต่ท่าน พลโทปวริศ แจ่มสว่าง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบกสิครับ ท่านมากวักมือแล้วบอกว่า...เขตทหาร เข้ามาเที่ยวเลย ผมก็คงไม่ดูดาย เลยให้ท่านพาเที่ยวเขตทหารซะหน่อย

อันที่จริงในค่ายทหารต่างๆ นั้น มีรูปแบบการเปิดให้เข้าไปเที่ยวชมในหลายรูปแบบมากครับ สำหรับตัวผมเอง คุ้นชินแค่ที่เดียว คือที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าที่นครนายก ซึ่งจะเข้าไปก็เมื่อเวลาที่ได้ข่าวว่ามีนกชนิดใหม่ๆ หลุดหลงเข้ามา แต่พอเข้าไปแล้วก็เพิ่งรู้ว่าที่จริงเรานี้เชยมากๆ เพราะภายในโรงเรียนนายร้อย จปร.นั้น มีอะไรให้เที่ยวดูมากมาย ชนิดที่ว่า วันหนึ่งเที่ยวไม่หมด แต่ที่ผมให้เครดิตมากก็คือ พิพิธภัณฑ์อาคาร รร.จปร.100 ปี กับพระพุทธฉาย ซึ่งเป็นภาพวาดพระพุทธรูปบนผนังหิน คล้ายๆ กับที่สระบุรี แต่เป็นภาพพระพุทธรูปคนละปางกัน เข้าไปแล้วผมก็นึกว่าจะเป็นบรรยากาศเคร่งเครียด ขึงขัง เปล่าเลยครับ สบายๆ ผมยังเห็นครอบครัวปูเสื่อใต้ร่มไม้ มานั่งปิกนิกกันด้วยซ้ำไป เพราะเขากันพื้นที่ออกไปแล้ว แบ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ของกิจการทหาร อันไหนให้ท่องเที่ยวก็ปล่อยสบายๆ กฎระเบียบก็แค่มาลงชื่อเข้าใช้พื้นที่ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

มีพื้นที่ทหารหลายแห่งที่เราคุ้นชินกันอยู่แล้ว อย่างเช่น สถานตากอากาศบางปู ที่ที่นกนางนวลบินมากินกากหมูจากมือเรานี่แหละ อันนี้แทบไม่ต้องบอกเลยเราคุ้นกันอยู่แล้ว แต่ที่ไม่คุ้นคือ เชื่อหรือไม่ว่าในค่ายทหารแต่ละแห่ง มีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บของใช้ในกิจการทหาร ยุทโธปกรณ์ในสมัยเก่าๆ ที่ทรงคุณค่ามาก รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ของบุคลสำคัญที่เคยรับราชการทหารในหน่วยต่างๆ นำมาจัดแสดง ผมยกตัวอย่างเช่นที่กองบัญชาการกองทัพบก หรือโรงเรียนนายร้อย จปร.(เดิม) มีพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติด้วย ที่ผมอยากชมอย่างมากคือ “คฑาจอมพล” ซึ่งทำจากทองคำแท้ และเป็นเกียรติยศสูงสุดทางทหาร รวมทั้งสิ่งของที่มีค่าอีกมากมาย

และไม่ได้มีแค่นี้นะครับ ในค่ายทหารแต่ละแห่งล้วนมีของดี สะสมและจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แต่ละค่าย ชนิดที่ว่า ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่ามีของดีเหล่านี้ไว้ แต่อุปสรรคการเข้าไปเที่ยวชมในเขตทหารหลายๆ แห่งก็คือ มักจะต้องทำเป็นหนังสือล่วงหน้า แล้วรอการตอบรับ หลังจากนั้นถึงจะเข้าไปได้ ซึ่งเราจะไปคนสองคนไม่มาเป็นกลุ่มคณะหรือเดินมาเทิ่งๆ ขอเข้าไปชมนี่ยากเลย โดยเขาให้เหตุผลว่าเพื่อความมั่นคงและบุคลากรไม่พอ ซึ่งผมก็ว่าเหตุผลแค่นี้ถ้าแค่คนเข้าไปเที่ยวแล้วจะเป็นภัยกับทหาร ผมว่ามันก็ออกจะคิกขุไปหน่อย มีวิธีการตั้งเยอะแยะที่คนภายนอกก็เข้ามาเยี่ยมชมได้ ความลับทางทหารก็ยังอยู่ อันนี้ก็ต้องไปคิดกันว่าทำอย่างไร ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกมีตั้งเยอะแยะ ใช้งานกันบ้างครับ

ปัญหานี้ ผมกระซิบบอกท่านพลตรีอัคร ทิพย์โรจน์ ที่ท่านเป็นรอง ผอ.สง.ทท.ทบ. ไปแล้ว ท่านก็บอกว่าจะหาทางแก้ไขดู นี่ไงครับ...ใครว่าทหารไม่ฟังใคร ผมว่าบางทีเขาไม่รู้ว่าคนข้างนอกมองอย่างไรมากกว่า พอเราบอกไป เขาก็จะได้ไปดูไปปรับปรุง แบบนี้รักกันตายเลย

กิจกรรมทหารในหลายพื้นที่เขาพยายามเปิดนะครับ เปิดเพื่อบอกว่าเขามีอะไร ทำอะไร อย่างศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ที่ปากช่อง ท่านผู้อ่านจะเห็นการฝึกสุนัขที่มากกว่าการหมอบ ชิด คลาน อย่างมาก มีการฝึกในหลายมิติ เขามีตารางในการโชว์การฝึกด้วย ยิ่งนายทหารที่มาให้ความรู้นี่ ไม่หวงความรู้เลย ผมสนทนากับนายทหารที่ศูนย์ฝึกสุนัขทหารมาไม่นาน โอ้โฮ...นี่มันแหล่งความรู้เราชัดๆ เลย

อีกที่ที่ได้ไปทดลองใช้บริการคือในค่ายอดิศร สระบุรี ศูนย์การทหารม้านั่นละครับ ที่นี่มีการฝึกขี่ม้าด้วย หรือจะเข้าไปดูเขาฝึกก็ได้ ผมได้มีโอกาสทดลองขี่ม้าในช่วงสั้นๆ และรู้เลยครับว่า เวลาที่ได้นั่งบนหลังม้าเคลื่อนที่ไปมันมีความสุขยังไงบ้าง ผมกำลังจะเคลิ้มว่าตัวเองเหมือนเจงกิสข่านควบไปบนหลังม้า ถ้าไม่ติดว่าท่านพลโทปวริศแซวมาดังๆ ว่าเดี๋ยวเหอะได้ตกลงมาแน่ ผมก็จะไม่ตื่นจากภวังค์เด็ดขาด เพราะมันเป็นห้วงเวลาที่มีความสุขครับ และความสุขเหล่านื้เขาให้พลเรือนเราเข้าไปสัมผัสได้ซะด้วย อีกหนึ่งอย่างที่ค่ายอดิสรอยากจะอวดคือ การขี่รถถัง ไม่ใช่รถถังที่เอาโชว์ในวันเด็ก แต่เป็นรถถังที่ปัจจุบันไม่มีใช้แล้ว เรียกว่าเป็นของเก่าที่บางคันเหลือคันเดียวในโลกและที่สำคัญ...ยังวิ่งได้ อันนี้แหละน่าสนใจ

ท่านพลโทปวริศ แจ่มสว่าง และ ท่านพลตรีอัคร ทิพย์โรจน์ อยากให้ผมไปเห็นศูนย์เรียนรู้ป่าดงนาทาม ในมลฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทั่วๆ ไปที่เราเคยเห็นมา แต่ความต่างก็คือ มีหลายอย่างครับที่ถ้าเราเข้าไปเห็นการสาธิต การอธิบาย ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแบบง่ายๆ สามารถนำมาต่อยอด ประกอบอาชีพได้สบายๆ รวมทั้งเขาทำตัวอย่างบ้านเรือนที่มีเนื้อที่ไม่ถึงไร่ แต่ใช้ทุกตารางนิ้วในนั้นอย่างมีคุณค่า ทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน แล้วมันดำรงชีวิตได้จริงๆ ถ้าเราไม่ฟุ้งเฟ้อ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีนี่เป็นการพิสูจน์การเดินตามรอยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ชี้ทางอยู่อย่างมั่นคงให้ประชาชนไทย

ในค่ายสรรพสิทธิประสงค์เขาจึงมีอาคารนิทรรศการถาวรเฉลิมเพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเนื้อหาสาระข้างในจะเป็นการนำพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงอุทิศตนทำเพื่อประชาชนไทยมาตลอด เนื้อหาอาจจะคล้ายคลึงกับที่อื่นๆ ที่เราเคยเห็นมา แต่ผมอยากให้มาเห็นเทคนิคการนำเสนอ ซึ่งขนาดผมเองอยู่ในแวดวงของการทำพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มาพอสมควร ยังต้องบอกว่า เขานำเสนอได้น่าทึ่ง บางแง่มุมเหมือนในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศเลย ใกล้ๆ กันจะเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ผมอยากให้มาดูสองพิพิธภัณฑ์นี้จะได้รู้ว่า กว่าประเทศนี้จะอยู่มาจนเป็นประเทศอย่างในปัจจุบัน ไม่ใช่ใครก็นำมาสร้างประเทศได้ เข้ามาดูจะสำนึกในบุญคุณพรรพบุรุษที่สร้างชาติเรามาให้จนทุกวันนี้ มาดูเถอะครับ เพลินจนลืมเวลาเชียวละ

อันที่จริงการท่องเที่ยวในค่ายทหารยังมีอะไรอีกมากหลายกิจกรรม หลายหน่วย รวมทั้งหน่วยทหารตามแนวชายแดนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่และมีแหล่งท่องเที่ยวด้วย ทหารเขาก็ล้วนแล้วแต่อยากให้เราได้ไปดู ไปเที่ยวชมได้ ทั้งจะได้เห็นว่าทหารเขาอยู่กันลำบากยากเย็นอย่างไรในการปกป้องอธิปไตย

ยิ่งเรารู้จักกันมากขึ้น เราก็จะเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ทหารเขาเปิดพื้นที่แล้ว เราก็เข้าไปรู้จักกันเถอะครับ จะได้รักกันมากๆ มีแต่คนไทยเรานี่ละครับที่จะรักกันอย่างจริงใจ

..................
(สอบถามรายละเอียด ได้ที่สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก โทร 0-2282-6835 หรือที่ www.armytour.org)