ชมสวน ชมศิลป์ ชิม "ชาบู" ที่ Yushien Garden

เดินเลาะสวน ชมสีสันใบไม้เปลี่ยนสี ในฤดูใบไม้ร่วง ลิ้มรสชาบูกลางสวนญี่ปุ่นที่เกาะไดคอนชิมา
ภูมิทัศน์สวยงามและสีสันฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น ได้รับการกล่าวขวัญถึงและมีภาพบันทึกยั่วยวนให้คนเดินทางไปเยี่ยมเกาะโดดเดี่ยวตะวันออกสุดของโลกใบนี้ และเมื่อได้ไปพบเห็นด้วยตาเปล่า คำเล่าลือดูจะเป็นเพียงแค่อารัมภบทเท่านั้นเอง
ปลายเดือนตุลาคมต้นพฤศจิกายน ณ Yushien Garden สวนพฤกษชาติขนาดใหญ่ที่เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์พฤกษศาสตร์ จากสวนญี่ปุ่น สวนดอกไม้นานาชนิด ทั้งดอกคามิเลีย ดอกลิลลี่ ดอกเชอรี่ ไฮแดรนเจีย ฯลฯ ตลอดปีสี่ฤดู และโรงเรือนเพาะชำปลูกโบตั๋นญี่ปุ่น(Japanese Peony) พืชประจำถิ่นมีมากว่า 300 ปีสำหรับส่งออก จนถึงมีบริการร้านชาและร้านอาหาร
สวนพฤกษชาติแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะไดคอนชิมะ (Daikonshima) ใกล้ตำบลยานาโกะ เขตปกครองอำเภอ มัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ (Shimane Prefecture) ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น เลียบฝั่งทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) ทางตอนเหนือ ซึ่งอีกฟากฝั่งทะเลเป็นแผ่นดินเกาหลีเหนือ
ชมสวน
ผ่านประตูรั้วเข้าเขตสวน ในลานสนามหญ้าไลเคนเกาะเขียวชอุ่ม รูปสลักนูนต่ำบนหิน เป็นรูปเณรน้อยแต่งกายตามแบบลัทธิชินโต ชี้มือบอกทิศทาง “เข้าสู่” ทางเดินชม สวน Yuushien Garden
ในส่วนด้านหน้าของพื้นที่ที่จัดให้เป็น “สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่” ที่มีองค์ประกอบหลักแสดงเอกลักษณ์ของสวนสัญชาตินี้ มีทั้ง “น้ำตก” ชื่อ Ryuukeidaki (ริวเคอิดากิ) ชื่อที่ได้มาจากนิทานปรัมปราของเมืองแห่งเทพเจ้าอิซูโม่พิชิตมังกรแปดหัว เทพเจ้าใหญ่แห่งท้องถิ่นนี้ น้ำตกขนาดย่อมไหลผ่านหินลาวา (ของจริงมิใช่หินเทียม เพราะเกาะไดคอนชิมาแห่งนี้เป็นผลพวงของลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวลง) น้ำจากน้ำตกไหลเรื่อยทอดตัวเป็นลำธารในพื้นที่สวน สลับกับบึงน้อยใหญ่
“ทางเดินโรยหินกรวด” พาผู้มาเยือนลัดเลาะเลียบโขดหิน ไปสู่ “สะพานไม้” สีแดงอมส้ม ข้ามลำธารสายเล็ก และมีใบเมเปิ้ลแดง (ต้น red maple) ช่วงเปลี่ยนสี หนึ่งต้นจึงมีทั้งเฉดสี เขียว เหลือง น้ำตาล ส้ม เป็นม่านบังตารำไรให้สีสัน เหมาะแก่การถ่ายภาพ รวมถึงปลาคาร์ฟแหวกว่ายผ่านกอบัวลอยตัวอยู่ในน้ำใต้สะพาน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ช่างภาพยังยากจะตัดใจข้ามสะพานน้อยแสนสวยนี้ไปได้
นอกจากส่วนประกอบสะดุดตาแล้ว รายละเอียดรอบโคนต้นเมเปิ้ลและต้นไม้ใหญ่ ทั้งลอนหญ้าสั้นเกรียน และความชอุ่มตามธรรมชาติ (เขียวบ้างเหลืองบ้าง) ของสวนแห่งนี้ มีทั้งตะไคร่น้ำ ไลเคน และเฟิร์นพันธุ์ต่างๆ ทำให้การเดินทาง “ลัดเลี้ยว” ทางคดเคี้ยวรอบสวนกินเวลาเกินกำหนดได้ง่ายดาย (ไม่ควรเดินตามลำพัง อาจจะตกเครื่องบินได้)
สิ่งที่เรามั่นใจว่าได้อยู่กลางสวนญี่ปุ่นแน่แล้ว คือ “สวนหินเซน” นอกจากตะเกียงหิน (โคมไฟหินสามขา) ทั้งทรงเตี้ยระดับข้อเท้าและทรงสูงระดับเกินหนึ่งเมตร ปรากฏตัวตามมุมต่างๆ แล้ว คือเส้นโค้งวาดบนพื้นกรวด
สวนหินที่ได้อิทธิพลมาจากลัทธิเซน จากศตวรรษที่ 15 สะท้อน “ความงามในความเรียบง่าย” กับลานโล่งพื้นกรวดทรายหยาบสีขาวขุ่นที่ขีดลวดลายเป็นทรงกลม (มีความหมายแทนสายน้ำ) โอบล้อม หินภูเขาไฟสีดำเข้ม วางตั้งตระหง่านตรงกลาง ที่ว่ากันว่าเป็นการจำลองภูมิทัศน์ของโลก ที่มีภูเขาและสายน้ำล้อมรอบ
การเผชิญหน้าด้วยตาเปล่ากับ “สวนหิน” แม้มันจะไม่ได้อยู่กลางลานวัดชินโต แต่ยังคงให้ผลต่อจิตใจผู้พบเห็น ดึงสมาธิอันแตกกระเจิง ระเริงกับสีสันของสวนในทางผ่าน สู่จุด “พักตา" และ “พักใจ” ก่อนมุ่งหน้าต่อไปยังเรือนไม้ที่หมายเบื้องหน้า เงาหยักศกของกิ่งไม้ในรูปทรงเฉพาะตัวของต้นสน ที่มี “อายุยืน” ยาวและการยืนต้นทาบฉากท้องฟ้าสีฟ้า และเงาตกกระทบลงบนลานสวนหิน “สง่างาม” ยิ่งนัก
ชิมชาบู
ร้านอาหาร ภายในสวนพฤกษชาติ Yuushien มีถึง 3 ร้าน เป็นอาคารละแวกใกล้เคียง 3 หลัง ในสามแบบ ทั้งแบบนั่งพื้น นั่งโต๊ะ อาหารฟิวชั่นและอาหารดั้งเดิม โดยมีผนังกระจกใส มองเห็นวิวสวนญี่ปุ่นกัน ทุกร้าน
และมื้อกลางวันของเราวันนี้ เลือกแบบนั่งพื้นปูเสื่อทาทามิ ตามแบบดั้งเดิม ที่ร้านชื่อ ร้าน Shoubu (โชบุ) ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้น ที่เรามองเห็นเป็นแบ็คกราวนด์ในเฟรมภาพ จากทางเดินลัดเลาะเลียบ “สวนหิน” นั่นเอง
ผู้มาเยือนจะมองเห็นหลังคาและส่วนบนของเรือนไม้สองชั้น ร้าน Shoubu โผล่หน้ามาจากทิวต้นสนต้นใหญ่ที่เรียงรายเป็นเส้นขอบรอยหยัก ขณะที่มันโน้มกิ่งทอดเงาลงบนลำธารใส ประดับด้วยโขดหินน้อยในบึงน้ำทอดตัวยาวราวสองร้อยเมตร เป็นโฟร์กราวนด์ในเฟรมภาพ
เมื่อไปถึงเรือนไม้ ร้านโชบุ ผ่านประตูเข้าไปในรั้วไม้ไผ่ขัดแน่นแนบเสาบ้าน ป้ายชื่อร้าน เป็นไม้กระดานสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นปักไว้ที่เชิงบันได และมีชั้นวางรองเท้าให้ผู้มาเยือนจัดเก็บก่อนขึ้นสู่บริเวณห้องอาหาร ที่อยู่บนชั้นสองของอาคารไม้แบบบ้านญี่ปุ่นดั้งเดิม มีผนังกระดาษสา ประตูบานเลื่อน และกระจกติดริมระเบียง เปิดให้แสงอุ่นๆ ยามเที่ยงวันของฤดูใบไม้ร่วงสาดส่องเงาทาบบนพื้นปูเสื่อทาทามิ
บนโต๊ะญี่ปุ่นสูงเรี่ยหน้าตัก วางเป็นแถวยาว ผู้มาใช้บริการต้องนั่งพื้นรับประทานอาหาร รองรับได้ราวสี่สิบคน
อาหารจานหลักมื้อนี้ เป็น “ชาบู” หม้อไฟเตาเล็ก ทุกคนมีหม้อไฟเป็นของตัวเอง และแจกไข่ไก่ตอกไว้ในถ้วยคนละฟอง เมื่อจุดเทียนเมธิลเหลวให้น้ำซุปในหม้อเดือดแล้วเติมไข่และผักต้นหอมญี่ปุ่นลงไป ใส่เนื้อหมู เป็นสุกี้ญี่ปุ่นรสจืด ทานร่วมกับเมนู เทมปุระผัก แซลมอนย่างเกลือ โซบะเย็น เสิร์ฟมาคู่กับซอสซีอิ๊วที่เตรียมไว้ และขนมมันสำปะหลังเชื่อม โรยหน้าด้วยเมล็ดถั่วพิตาโชสดสีเขียว และชาแดงผสมโสมจากท้องถิ่น (เป็นโสมพันธุ์เกาหลี ที่ปลูกในเกาะไดคอนชิมา)
ในสวนพฤกษชาติแห่งนี้ยังมี Tea House Ichibo ซึ่งเป็นเรือนชิมชา เรือนไม้ชั้นเดียว ยื่นออกไปริมน้ำ เหมือนบ้านลอยในบึง เสิร์ฟอาหารพร้อมกับพิธีชงชาพิเศษ ที่มีส่วนผสมของโสมเกาหลีซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและแหล่งปลูกบนเกาะไดคอนชิมาแห่งนี้อยู่ด้วย
หลังจากรื่นรมย์ชมสวนไปแล้ว ลองมากางตำราหาข้อมูลว่าด้วยลักษณะสำคัญของ “สวนแบบญี่ปุ่น” เราพบว่าYuushien Garden มีองค์ประกอบครบรูปแบบของการเป็น “สวนญี่ปุ่น” อันได้แก่ มีส่วนของ (1)“สวนธรรมชาติ” ที่มีภูเขา ลำธาร น้ำตกและบ่อน้ำ ในสวนนี้เป็นบึงน้ำขนาดย่อมเสียมากกว่า และยังมีต้นไม้ที่จัดวางให้ผลทางอารมณ์ แบบไม่ต้องอาศัยสติปัญญาชั้นเลิศก็สัมผัสได้ทันที อย่าง ต้นสนที่มีรูปทรงแบบเฉพาะตัว ขณะที่ต้นเมเปิ้ล ในยามที่ใบห้าแฉกปลายหยักแหลมของมันเปลี่ยนสีไล่เฉด เป็นสีสันแห่งพระอาทิตย์ตัดกับความเขียวเข้มชองต้นสนได้อย่างสวยงาม
(2)”สวนหิน” ที่พรรณนาไปในย่อหน้าก่อนนั้น และ (3) สวนน้ำชา ซึ่งการมาเยือน Yuushien ของเราครั้งนี้ ได้แค่ชะเง้อชะแง้ เห็นหลังคา “เรือนชิมชา” ที่มองเห็นลิบๆ เพราะลำพัง สวนญี่ปุ่น (ทั้งหมดที่เล่ามา) ที่เราลัดเลาะชมเป็นเพียงพื้นที่ 1 ใน 4 ของเนื้อที่ทั้งหมด 33,000 ตารางเมตร ของสวนพฤกชาติ Yuushien Garden เท่านั้นเอง
แต่ไม่ว่าจะอลังการใหญ่โตและชวนอัศจรรย์ใจเพียงใด ภาพทั้งหมดนั้นกลับกระตุ้นความอยากรู้อยากศึกษาปรัชญาลัทธิเซน ที่เป็นต้นทางของการจัดภูมิทัศน์เช่นนี้บ้างแล้ว
--------------------------
การเดินทางและการเข้าชม
สวนพฤกษชาติ Yuushien Garden ที่อยู่ 1260-2, Yatsuka-cho Hanyu, Matsue-City, Shimane-Prefecture การเดินทางระยะทาง 45 นาที จากสถานีรถไฟมัตสึเอะ เมืองหลวงของจังหวัดชิมาเนะ JR Matsue Station มีรถประจำทางให้บริการลงป้าย Yatsuka Chuo และเดินเข้าสวน 5 นาที หรือหากเดินทางมาจากเมืองอื่นด้วยเครื่องบิน ลงสนามบิน Yonago Airport ในเขตเมืองยานาโงะ นั่งรถแท็กซี่จากสนามบินมาได้ 15 นาที เวลาเปิดบริการทุกวันเวลา 8:30 น.-17.30 น. จากโตเกียว สายการบิน JAL และ ANA เปิดเที่ยวบินภายในจาก สนามบิน Haneda มาลงได้สองที่ Yanago Airport และ Itzumo International Airport ราคาบัตรเข้าชมสวน 600 เยน มีส่วนลดสำหรับชาวต่างชาติ
เกาะไดคอนชิมา (Daikonshima) อยู่ในอำเภอมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ซึ่งระหว่างทางจากที่พักในเมืองมัตสึเอะ จะได้เห็นวิวของทะเลสาบชินจิ และภูเขาไดเซน (รูปร่างทรงกรวยคว่ำ ที่ได้รับฉายาว่าเป็น ฟูจิน้อย) เกาะแห่งนี้อยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ อยู่ในเขตปกครองของจังหวัดชิมาเนะ เป็นแหล่งเพาะปลูก ดอกโบตั๋น ญี่ปุ่นและโสมเกาหลี ดอกโบตั๋นหรือญี่ปุ่นเรียก “โบะตัง” นี้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดชิมาเนะ เนื่องจากมีประวัติกว่า 300 ปีมาแล้ว และยังเป็นพืชส่งออกขายทั้งในและนอกญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับโสมเกาหลี ที่ปลูกบนเกาะ เรียกว่า Daikonshima Ginseng ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกโสมคุณภาพดีที่สุดในโลก ได้ถูกแปรรูปเป็นอาหารทั้งเครื่องดื่มสกัดจากโสม จนถึงไอติมโสม และเทมปุระรากโสมYuushien Japanese Garden โสมเกาหลีและสวนดอกโบตั๋น ตั้งอยู่บนไดคอนชิมา มีสวนและโรงเรือน เพาะชำ
ดอกโบตั๋นญี่ปุ่น (Japanese Peony) บานรับนักท่องเที่ยวตลอดปี เนื้อที่ทั้งหมดของสวน 33,000 ตรม. แต่ในเวลา 2-3 ชั่วโมง ผู้มาเยือนจะติดอยู่ในวังวนสวนญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยมุมสีสวย เป็นฉากหลังสำหรับการถ่ายภาพเป็นอย่างดี ส่วนของสวนเป็นด้านหน้าทางเข้า และส่วนของโรงเรือนอยู่อีกฟากฝั่งถนน หลังสุดท้ายโรงเรือน จะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสถิตอยู่ (เราเข้าไปไม่ถึงฟังเขาเล่ามาอีกที) หากจะเดินทั่วทุกมุมของสวน อาจต้องใช้เวลาครึ่งวันแบบไม่หยุดพัก จาก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.yuushien.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)







