วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

3 การแสดงจากเทศกาลซัลบวร์ก

ดุสิต จรูญพงษ์ศักดิ์ เขียนถึงแผ่นผลิตซ้ำจากเทศกาลดนตรีคลาสสิกระดับโลก

รอบปี 2556 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป หรือแม้มองย้อนไปช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับผู้เขียนแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในการฟังเพลงคลาสสิก โดยเฉพาะการฟังเพลงผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีและสื่ออินเตอร์เน็ต

แม้ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจดนตรี ด้านการซื้อขายสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีผ่านร้านค้าปลีกจะต้องเผชิญกับวิกฤต อันเกิดจากความก้าวหน้าของสื่อดิจิทัล ที่เกิดและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้พฤติกรรมการฟังดนตรีคลาสสิก ทั้งในหมู่คนรุ่นเก่า หรือคนรุ่นใหม่ พลิกโฉมเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน

สมัยนี้แม้ซื้อหาแผ่นซีดี แผ่นดีวีดี หรือแผ่นบลูเรย์ (ถูกลิขสิทธิ์) จากร้านค้าปลีกในบ้านเราได้ยากเย็นแสนเข็ญ แต่หลายคนก็ยังสามารถซื้อหา ผ่านการดาวน์โหลดไฟล์รูปแบบดิจิทัลได้จากเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจด้านนี้

การฟังและชมการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทั้งที่เป็นคลิปตัดมาสั้นๆ บางส่วน หรือบางแห่งให้ชมการแสดงเต็มเพลง หรือแม้แต่ทั้งคอนเสิร์ต รวมถึงองค์ความรู้ด้านดนตรีมากมายเปิดให้แสวงหาได้อย่างเสรีและมากมาย ง่ายดายกว่ายุคก่อนมาก

ปัญหามีเพียงอย่างเดียว คือ เพลงคลาสสิกมีให้ชมและฟังมากมายในยุคนี้ แต่เวลาในการฟังเพลงแต่ละวัน ช่างมี “น้อย” เหลือเกิน ชมและฟังเท่าไรก็ไม่หมดสิ้นเสียที

โดยเฉพาะในเรื่องศิลปะ ผู้เขียนคิดว่าถ้าจะสัมผัสลงลึกถึงสุนทรียะอย่างแท้จริงแล้ว ศิลปะเป็นเรื่องการเสพที่ต้องค่อยๆ “ละเลียด” ในการชมและฟัง ต้องใช้เวลา ต้องการสมาธิ และความตั้งใจเสพอย่างแท้จริง อาจไม่ถูกกับ “จริต” ของคนยุคนี้ ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมอีกลักษณะหนึ่ง ก็เป็นได้

ฉะนั้น แม้มีของฟรีมากมายในโลกอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก ท้ายสุดผู้เขียนคิดว่า คงไม่พ้นที่การชมและฟังเพลงคลาสสิก ต้องการ “เวลา” ในการฟังและชมการแสดง“เต็ม” ทั้งเพลง

มากกว่าการฟังและชมคลิปสั้นๆ ฟังเฉพาะท่อน หรือตัดมาบางส่วน อันเป็นประโยชน์สำหรับการ “เรียกแขก” ชวนเชิญ หรือ “จีบ” ผู้สนใจดนตรีทั่วไปให้หันมาลองฟังเพลงคลาสสิกบ้าง เผื่อจะจีบติดและเป็นแฟนประจำ เป็นคอเพลงคลาสสิกต่อไป ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร

ความสุขอีกประการในรอบปีที่ผ่านมาคือ การได้ชมการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกมากมาย ผ่านแผ่น “บลูเรย์” ชัดเจนทั้งภาพและเสียง เหมือนการได้ออกไปชมคอนเสิร์ตทุกวัน หรือเหมือนกับการได้ชมรายการทีวีลักษณะนี้ทางช่อง พีบีเอส (PBS) ในอเมริกา ที่ผู้เขียนเคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งเป็นแฟนประจำอยู่ ซึ่งมิอาจพานพบได้จาก “ไทยพีบีเอส” บ้านเรา

การแสดง 3 รายการ จาก เทศกาลซัลบวร์ก ประจำปี 2012 เป็นการชมการแสดงผ่านแผ่นบลูเรย์ ที่ผู้เขียนได้สัมผัสมาล่าสุด

เมื่อนึกถึงเมืองซัลบวร์ก ประเทศออสเตรีย หลายคนอาจนึกถึงเมืองที่เป็นบ้านเกิดของโมสาร์ท หรือนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ซาวด์ ออฟ มิวสิค ที่ถ่ายทำในเมืองนี้เกือบทั้งเรื่อง แต่สำหรับคอเพลงคลาสสิกแล้ว หลายคนนึกถึงเทศกาลซัลบวร์ก ที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมของทุกๆ ปี เพราะเป็นเทศกาลที่มีทั้งการแสดงต่างๆ อาทิ ดนตรี โอเปร่า การเต้น และ ละคร โดยศิลปินและวงดนตรีชื่อดัง

เทศกาลซัลบวร์กดำเนินการมากว่า 90 ปี ผ่านผู้อำนวยการด้านศิลปะหลายคน ที่ทำให้แต่ละยุคแต่ละสมัยของเทศกาลนี้ มีสีสันการแสดงที่แตกต่างกันพอสมควร ตั้งแต่ยุคที่ แฮร์เบิร์ต ฟอน คารายาน กุมบังเหียนใหญ่ ไล่เรียงถึงหลังสิ้นยุคคารายาน สีสันการแสดงของเทศกาลก็เปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่ง ขึ้นกับวิสัยทัศน์ทางศิลปะของผู้อำนวยการด้านศิลปะของแต่ละคน ปรับเปลี่ยนแนวคิดไปตามยุคสมัย ที่สภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนไป

บลูเรย์ชุดแรก Opening Concert บันทึกการแสดงเปิดเทศกาลซัลบวร์ก ปี 2012 เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2012 โดยวง เวียนนา ฟิลฮาร์โมนิค ออร์เคสตรา อำนวยเพลงโดย วาแลรีย์ แกร์เกียฟ วาทยกรชาวรัสเซีย

แกร์เกียฟ ได้ชื่อว่าเป็นวาทยกรที่มีท่าทางการอำนวยเพลงแปลกพอสมควร ในหมู่นักดนตรีบางคนบอกว่า เวลาอำนวยเพลงจะวนมือไปมา ดูไม่ออกว่าต้องการให้นักดนตรีทำอะไร หรือ บางครั้งใช้ “ไม้จิ้มฟัน” เล็กๆ แทนไม้บาตองในการอำนวยเพลง

แกร์เกียฟ ทำให้วงการดนตรีคลาสสิกของรัสเซียกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังซบเซาไปนาน อาจเพราะได้ประธานาธิบดีปูติน เป็นผู้สนับสนุนหลัก ด้วยความเป็นผู้สนิทสนมคนหนึ่งของเขา

ธีมหลักของคอนเสิร์ตเปิดเทศกาลเน้นผลงานเพลงของนักแต่งเพลงชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นจุดเด่นประการหนึ่งของการแสดงนี้ เริ่มด้วย Symphony of Psalms สำหรับวงคอรัสและวงออร์เคสตรา ของสตราวินสกี้, เพลง ร้อง 7 บท ชุด Songs and Dances of Death ของ มูสซอร์กสกี้ และ ซิมโฟนี หมายเลข 5 ของ โปรโคเฟียฟ

สีสัน สุ้มเสียง สไตล์การบรรเลงของ วงเวียนนา ฟิลฮาร์โมนิค ออร์เคสตรา อาจจะไม่ได้ชื่อว่า “สันทัด” หรือจัดเจนกับการบรรเลงดนตรีสำนักรัสเซียนัก แต่เมื่อได้วาทยกรชาวรัสเซียอย่างแกร์เกียฟมาปรับวง ทำให้การบรรเลงน่าฟังขึ้นพอสมควร

แม้ใน ซิมโฟนี หมายเลข 5 ของโปรโคเฟียฟ อาจฟังไม่ “เร้าใจ” หรือ “ถึงใจ” เท่ากับผลงานในอดีตที่วงเวียนนา ฟิลฮาร์โมนิค สร้างประวัติศาสตร์ทางดนตรีร่วมกับแกร์เกียฟ มาแล้ว ในเทศกาลดนตรีเดียวกัน หอแสดงดนตรีเดียวกัน เมื่อปี ค.ศ. 1998 ได้รับการชื่นชม ผ่านอัลบั้มซีดี สังกัดฟิลิปส์ บันทึกสด การบรรเลงเพลงซิมโฟนี หมายเลข 5 ของไชคอฟสกี้ ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากอีกอัลบั้มหนึ่งในหมู่แฟนเพลงคลาสสิก

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งในบลูเรย์ชุดนี้ คือ เสียงร้องของ เซอร์เก เซมิชเคอร์ (Sergie Semishkur) ขับร้องเพลงร้อง 7 บทของ มูสซอร์กสกี้ เสียงร้องระดับบาริโทนของเขามีพลัง คงเส้นคงวา เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เขาเป็นนักร้องชาวรัสเซียที่เป็นดาวเด่นจากโรงแสดงอุปรากรมารินสกี้ ประเทศรัสเซีย มีชื่อเสียงคู่กับการอำนวยเพลงของแกร์เกียฟอย่างสม่ำเสมอ

บลูเรย์ชุดที่ 2 การอำนวยเพลงโดย มารีส เจนซันส์ ร่วมกับวงเวียนนา ฟิลฮาร์โมนิค ออร์เคสตรา บรรเลงเพลงลักษณะ โทน โพเอม ชื่อ Don Juan ผลงานเพลงของ ริชาร์ด สเตร๊าส์, เพลงร้อง 5 บท ของ ริชาร์ด วากเนอร์ ขับร้องโดยนักร้องโซปราโน ชาวสวีเดน นีน่า สเต็มเม (Nina Stemme) จบลงด้วยซิมโฟนี หมายเลข 1 ของบราห์มส์

จุดขายของอัลบั้มนี้ น่าจะอยู่ที่กลุ่มผู้ฟัง 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคอเพลงออร์เคสตรา มิวสิค บรรเลงด้วยวงออร์เคสตรา สนใจเพลงบรรเลงของ ริชาร์ด สเตร๊าส์ และ บราห์มส์ ส่วนอีกกลุ่มน่าจะเป็นคอเพลงร้อง แฟนเพลงของ นีน่า สเต็มเม

สเต็มเม เป็นนักร้องเสียงโซปราโน สุ้มเสียงทรงพลังหนักแน่น ลักษณะ ดรามาติก โซปราโน สร้างชื่อเสียงมา โดยเฉพาะกับผลงานอุปรากรของวากเนอร์ คอเพลงแนวนี้ในโลกตะวันตกยกย่องและชื่นชมเธอมาก

สำหรับผู้เขียนรู้จักสเต็มเม และสัมผัสกับผลงานการแสดงนำของเธอในอุปรากรหลายเรื่อง ผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรี อาทิ อุปรากรเรื่อง Jenufa ของญานาเชค, Tristan und Isolde ของวากเนอร์ แสดงร่วมกับ กลายบอร์น โอเปร่า ประเทศอังกฤษ และอุปรากรแสดงที่ เวียนนา สเตต โอเปร่า เรื่อง La forza del destino ร่วมกับวงเวียนนา ฟิลฮาร์โมนิค ออร์เคสตรา อำนวยเพลงโดย สุบิน เมห์ธา

ฟังเสียงร้องของเธอในบลูเรย์ชุดนี้ ไม่แปลกใจว่าทำไมเธอถึงมีแฟนเพลงมากมาย เพราะเสียงร้องน่าฟัง วลีเพลงสละสลวย พลังเสียงมั่นคงยิ่ง

น่าเสียดายที่ มารีส เจนซันส์ และการตีความเพลง ซิมโฟนี หมายเลข 1 ของบราห์มส์ ยังไม่อาจสร้างความประทับใจให้กับผู้เขียนได้ เพราะมีเวอร์ชั่นการแสดงบทเพลงเดียวกันอื่นๆ หลายชุด ที่ชวนฟัง และมากสีสันกว่า

บลูเรย์ชุดที่ 3 Dance & Quartet เป็นการแสดงที่แปลกว่า 2 ชุดแรก เพราะเป็นการบรรเลงสด บทเพลงสตริง ควอร์เต็ต 3 เพลง โดยวง ฮาเกน ควอร์เต็ต (Hagen Quartet) ประกอบการเต้นร่วมสมัย จากนักเต้นคณะ ซูริก บัลเลย์ ออกแบบท่าเต้นโดย Heinz Spoerli

วง ฮาเกน ควอร์เต็ต (Hagen Quartet) คุ้นหูคุ้นตาแฟนเพลงคลาสสิก ผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรี สังกัดดอยช์ แกรมโมโฟน (โดยเฉพาะที่น่าฟังยิ่ง คือ บ๊อกซ์ เซท รวม 7 แผ่น บรรเลงสตริง ควอร์เต็ตของโมสาร์ท) วงเครื่องสาย 4 ชิ้น เมื่อแรกก่อตั้งวง ผู้เล่นมาจากครอบครัวตระกูลเดียวกันทั้งหมด เพิ่งมาเปลี่ยนมือไวโอลินสองเป็นนักดนตรีอื่น เมื่อเร็วๆ นี้

การแสดงของวง ฮาเกน ควอร์เต็ต ครั้งนี้ เป็นการแสดงในบ้านเกิดของนักดนตรี อีกทั้งนักดนตรีเกือบทั้งหมดในวง เรียนดนตรีจากสถาบันดนตรีของเมืองซัลบวร์ก

เป็นอัลบั้มบลูเรย์ที่ผู้เขียนชมและฟังหลายรอบ การบันทึกภาพและเสียงชัดเจน ทำให้ทั้งน่าชมและน่าฟัง แม้เสียงเครื่องสายอาจจะขาดความ “อบอุ่น” ไปในบางช่วง หรือ “ความนวล” ของเสียงเครื่องสาย อาจขาดหายไปบ้างบางตอน

แต่สีสันดนตรีลักษณะเชมเบอร์ มิวสิค ชวนฟังยิ่ง ทั้ง 3 เพลงล้วนเป็นเพลงมาตรฐานที่คุ้นหู อาทิ อเมริกัน ควอร์เต็ต (สตริง ควอร์เต็ต ในบันไดเสียงเอฟ เมเจอร์) ของ ดโวชาร์ค, Death and the Maiden (สตริง ควอร์เต็ต ในบันไดเสียงดี ไมเนอร์) ของชูเบิร์ต และ สตริง ควอร์เต็ต หมายเลข 2 ของ ญานาเชค

เป็นบลูเรย์บันทึกศิลปะการแสดงด้าน การเต้นร่วมสมัย และ ดนตรีคลาสสิก ที่ลงตัวอีกชุดหนึ่ง เหมาะทั้งสำหรับ “คอเพลง” และ “คอเต้น” ครับ.