เมื่อเข้าสู่ช่วงสูงวัย การใช้ชีวิตให้มีคุณภาพ จำต้องวางแผน ไม่อย่างนั้นจะใช้ชีวิตยากลำบาก ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะเป็นภาระให้ลูกหลาน
เป็นที่ทราบกันดีว่า สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ ในปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุกว่า 7 ล้านคน และในอนาคตจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น ดังนั้นภาครัฐและเอกชนได้เตรียมรับมือเรื่องนี้อย่างไร แม้ปัจจุบันจะมีสิ่งของเครื่องใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุมากขึ้น แต่เรื่องสำคัญๆ อย่างระบบคมนาคม และที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้สูงวัยพึ่งพิงตัวเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังมีอยู่จำกัด
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคนในสังคมไทยยังไม่ได้มองว่า ผู้สูงอายุเป็นภาระต่อครอบครัวและสังคมเหมือนสังคมตะวันตก เนื่องจากพื้นฐานสังคมไทยอยู่กันแบบเครือญาติมาช้านาน จึงยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว ซึ่งอ้างอิงได้จากการสำรวจประชากรจำนวน 1,372 หน่วยตัวอย่างในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 23-27 สิงหาคม 2556 โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น“นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อผู้สูงอายุในภาพรวม พบว่า ประชาชน ร้อยละ 69.75 มีทัศนคติเฉลี่ยในเชิงบวก หรือ เห็นว่าผู้สูงอายุมีคุณค่า ขณะที่ร้อยละ 30.25 มีทัศนคติเฉลี่ยในเชิงลบ หรือเห็นว่าผู้สูงอายุเป็นภาระ
คมนาคม...เพื่อผู้สูงวัย
หากมองภาพรวม แม้ระบบเครือญาติจะดูแลเอาใจใส่ผู้สูงวัยอย่างดี แต่การใช้ชีวิตในบ้านและนอกบ้านยังมีความยากลำบาก เพราะเมื่อใดผู้สูงอายุก้าวออกจากบ้าน มักจะเจอปัญหาอุปสรรคในการเดินทาง ตั้งแต่ทางเดิน ทางม้าลาย ทางสำหรับวิลแชร์ รถสาธารณะ ส่วนใหญ่ยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต
"ในอนาคต อย่าหวังพึ่งรัฐบาล ผู้สูงวัยต้องลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง ญาติพี่น้องต้องช่วยกันปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับผู้สูงวัย ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงวัยมักเจออุบัติเหตุ ล้มภายในบ้าน บริเวณห้องน้ำหรือบันได เนื่องจากบริเวณนั้นมืด การปรับปรุงบ้านตัวเองจึงสำคัญมาก แต่ในขณะเดียวกัน ก็โชคดีมีตลาดเครื่องใช้สอย ราวจับ สุขภัณฑ์ พื้น ออกแบบเพื่อผู้สูงอายุมากขึ้น " รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ผู้ช่วยอธิการบดี และอาจารย์ ภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ กล่าวถึงการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมไทย เพื่อให้ตระหนักรู้ว่า การพึ่งพาตนเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในบ้านและพื้นที่สาธารณะเป็นตัวช่วย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจารย์เป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผูู้สูงอายุและคนพิการ โดยทำงานด้านนี้อย่างต่อเนื่องหลายสิบปี จึงมีทั้งงานวิจัยเป็นคู่มือข้อมูลหน่วยปฎิบัติการวิจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯให้ภาครัฐและเอกชนนำความรู้ไปบริหารจัดการให้บริการผู้สูงอายุได้ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้อาจารย์ยังช่วยออกแบบที่พักให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
"ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ใน10 ปีข้างหน้า เนื่องจากมีสัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% และอายุ 65 ปีขึ้นไปเกินกว่า 14% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นจำนวนผู้สูงวัยในปัจจุบัน จึงมีปริมาณมากกว่าเจ็ดแสนราย" อาจารย์ไตรรัตน์ กล่าว
หากถามถึงความพร้อมในด้านมาตรฐานรองรับสังคมผู้สูงวัย คงไม่ได้วัดกันแค่ปัญหาสุขภาพร่างกาย และที่อยู่อาศัย แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมและพื้นที่สาธารณะในการใช้ชีวิต อาจารย์ไตรรัตน์ บอกว่า ตอนนี้คมนาคมเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าปี 2566 รถเมล์บ้านเรา ยังเป็นแบบนี้ ผู้สูงอายุก็ไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้ ต้องปรับรถเมล์ให้มีชานเตี้ยลง เพื่อให้คนพิการและผู้สูงอายุใช้บริการได้ด้วย
“ปัญหารถเมล์ชานต่ำเพื่อผู้สูงอายุ ยังไม่เพียงพอ ถ้ารัฐบอกว่าจะปรับแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของรถเมล์ทั้งหมด ก็ยังไม่พอ เพราะรถเมล์ที่ให้บริการไม่ครอบคลุมผู้สูงอายุทุกพื้นที่ ซึ่งรถที่เห็นอยู่ต้องปรับทั้งหมด ในสิบปีข้างหน้าต้องให้บริการผู้สูงอายุได้ด้วย ตอนนี้ก็มีรถไฟฟ้าใต้ดิน ทุกสถานีต้องมีลิฟ ทางลาด ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย เพื่อให้บริการคนสูงอายุก็ปรับปรุงดีขึ้น แต่ในส่วนเดิมยังไม่ได้ปรับปรุง ต้องเร่งรัดให้กทม.ปรับปรุงให้สอดคล้องกับผู้สูงอายุ หรือการให้บริการในสนามบินทั่วไป ยังให้บริการผู้ใช้วิลแชร์เข้าสู่อาคารน้อยมาก "
กรณีดังกล่าว อาจารย์พยายามชี้ให้เห็นว่า การคมนาคมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และนี่คือเข็มทิศแรกๆ ที่รัฐต้องให้บริการในอนาคต
ที่อยู่...สูงวัย
แม้ลักษณะบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุจะมีการกำหนดมาตรฐานไว้แล้ว ไม่ว่าขนาดบ้าน ต้องไม่ใหญ่เกินไป มีทางลาดเอียงเหมาะกับผู้สูงวัย ราวจับบันได บานเลื่อนอลูมิเนียมป้องกันพายุ และพื้นไม่รื่น ฯลฯ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นมาตรฐานทั่วไปที่คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจเท่าที่ควร
"มีนักวิชาการบางคนบอกว่า ต้องทำสถานสงเคราะห์เพิ่มขึ้น ซึ่งผมไม่เห็นด้วย แม้สถานสงเคราะห์ที่มีอยู่ประมาณสี่ห้าพันหน่วยจะให้บริการไม่เพียงพอ แต่ผมมองว่า การทำสถานสงเคราะห์เพิ่มจะทำให้เป็นภาระ วัฒนธรรมการดูแลผู้สูงอายุจะเปลี่ยนไป เพราะลูกหลานจะเอาคนสูงวัยมาอยู่รวมกันที่นั่น จริงๆ ผู้สูงอายุควรอยู่บ้านเดิม ญาติพี่น้องและชุมชนควรหันมาปรับปรุงบ้านผู้สูงอายุให้ปลอดภัย หรือทำเป็นโครงการผู้สูงอายุในชุมชน"
สิ่งที่อาจารย์ต้องการเสนอคือ โมเดลบ้านผู้สูงอายุกระจายในพื้นที่ชุมชนบ้านเกิด ไม่ควรเอาผู้สูงวัยจากภาคต่างๆ มารวมกันไว้ในสถานสงเคราะห์จังหวัดใกล้เคียง
"อย่างโมเดลบ้านพักคนชราที่บางแค ผมไม่แนะนำ ถ้าคุณเอามารวมกัน จะเกิดผู้สูงอายุข้ามโซน ไม่ได้อยู่ในถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง ควรมีการรณรงค์ให้ปรับปรุงบ้านให้เกิดความปลอดภัย มีระบบการเยี่ยมบ้าน" นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่อาจารย์ไตรรัตน์คำนึงถึง
และเขามีโอกาสสร้างสรรค์ออกแบบโครงการบ้านผู้สูงอายุให้สภากาชาด สวางคนิเวศน์ บางปู เพื่อให้บริการผู้สูงวัยตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป เน้นแนวคิดหลักที่วางไว้ ใช้วัสดุในห้องพักไม่ลื่น ไม่มีพื้นต่างระดับและธรณีประตู ป้องกันการสะดุดล้ม มีราวจับที่อ่างล้างหน้าและโถส้วม เพื่อการทรงตัว ปลั๊กไฟและสวิตซ์ไฟสูงจากพื้น 90 เซนติเมตร ป้องกันการก้ม รวมถึงสัญญาณฉุกเฉิน ติดตั้งบริเวณเตียงนอนและห้องน้ำ ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้สูงวัย
"คอนโดสวางคนิเวศน์ ผมออกแบบให้หลายเฟส สำหรับผู้สูงอายุ ไม่มีญาติพี่น้อง โสด หรือคนไม่มีลูก ไม่ได้อยู่กับลูกหลาน กลุ่มนี้มีสตางค์ซื้อได้ ส่วนคนไม่มีเงิน ก็หันมาปรับปรุงบ้านตัวเองให้ปลอดภัย ผมมองว่า สองกลุ่มนี้ไม่น่าห่วง แต่กลุ่มที่สูงอายุและป่วยช่วยตัวเองไมได้นี่แหละน่าห่วง " อาจารย์ไตรรัตน์ กล่าว
คอนโดเพื่อผู้สูงวัยในลักษณะนี้ ยูนิตละไม่ต่ำกว่า 850,000 บาท แม้จะให้สิทธิผู้สูงวัยเข้าพักอาศัยได้ตลอดชีวิต แต่มีเงื่อนไขว่า ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ห้องพักให้คนอื่นๆ ได้ เมื่อเปิดตัวไปหลายเฟสก็ยังเป็นที่ต้องการของสังคม โดยโครงการนี้เป็นพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นว่าผู้สูงอายุในเมืองไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อาจารย์ไตรรัตน์ ย้ำอีกว่า ที่อยู่อาศัยผู้สูงวัยยังเป็นที่ต้องการของตลาด และยังมีคอนโดบางแห่งนำเสนอที่อยู่ผู้สูงวัยผสมผสานกับที่พักคนทั่วไป รวมถึงมีการดีไซน์ บ้านใจดี ต้นแบบบ้านที่สร้างสรรค์อย่างใส่ใจเพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือแม้กระทั่งมวลชนทุกคนได้มีบ้านที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และปลอดภัย
หัวใจสำคัญของบ้านใจดี สถาปนิกคนนี้คิดตั้งแต่ที่จอดรถ ต้องใกล้ทางเข้าออกอาคารมากที่สุด พื้นต้องมีผิวเรียบระดับเสมอกัน ไม่ลื่น และตลอดความยาวของที่จอดรถเหมาะสำหรับการขนย้ายผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็น ส่วนทางเข้าบ้านทางลาดชัน มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. และความลาดชันไม่น้อยกว่า 1:12 มีการแยกสีให้แตกต่างกับผนังกันตก และควรหลีกเลี่ยงการใช้พรม เพราะเป็นอุปสรรคต่อรถเข็น บริเวณบ้าน ควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับวางกระถางต้นไม้ เพื่อให้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการมีกิจกรรมคลายเหงา และห้องน้ำการออกแบบต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ประตูควรเป็นบานเลื่อน
"ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยจำต้องปรับปรุงให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงอายุอยู่ร่วมกับชุมชน ผมมองว่าธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุ ยังมีช่องว่างสำหรับนักธุรกิจที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงินหลังเกษียณ นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ อาหารและยา สปาเพื่อผู้สูงอายุ " อาจารย์ไตรรัตน์ เล่า
สูงวัย...ใจรื่นเริง
ในช่วงวัยที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เเนื่องจากผู้สูงวัยป่วยง่าย และมีโรครุมเร้ามากมาย อาจารย์ไตรรัตน์ บอกว่า ถ้าเป็นธุรกิจเพื่อสุขภาพ ตอนนี้โรงพยาบาลหลายแห่งมีบริการการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น
"อย่างโรงพยาบาลมิชชั่น ก็ให้บริการการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย และอีกหลายแห่งก็มีบริการด้านนี้ นอกจากนี้ธุรกิจด้านยา วิตามินเสริมไม่ให้สมองเสื่อม ธุรกิจพวกนี้บูมมาก เพราะคนสนใจการดูแลสุขภาพ"
นั่นเป็นเรื่องสุขภาพ ส่วนทางด้านธุรกิจการเงิน ก็มีนักการเงินมากมายให้คำแนะนำการออมเงินและการวางแผนการเงินสำหรับผู้สูงวัย เพราะปัจจุบันผู้หญิงไทยจะมีอายุยืนยาวถึง 85 ปี ส่วนผู้ชาย 80 ปี ดังนั้นข้าวของเครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุในบ้าน สปาผู้สูงอายุ สันทนาการผ่อนคลาย จึงมีโปรแกรมให้เลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องทางกายหรือทางจิต
ในเรื่องการดูสุขภาพ นพ.บรรลุ ศิริพานิช แนะนำการดูแลผู้สูงอายุไว้ว่า ต้องกินให้เป็น กินให้หลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจ ไม่กินจนอิ่มเกินไป ไม่กินจุกจิก
"ที่สำคัญคือต้องดูแลรักษาฟันให้ดี และการออกกำลังกาย ซึ่งต้องให้หนักพอควร นานพอควร ถี่พอควร และจะต้องมีความอภิรมย์ในขณะออกกำลังกาย และสุดท้ายคือการมี สุขภาพจิตดี มีเพื่อนฝูง รู้จักการแก้ปัญหา แต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องอยู่กับปัญหานั้นๆ ให้ได้ ต้องรู้จักพอ"
นอกจากนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อผู้สูงอายุ ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะหมายถึงความรื่นรมย์ในชีวิต และนั่นเป็นอีกเหตุผลที่ทางจุฬาฯร่วมกับททท. เลือกสถานที่ท่องเที่ยว ทำเป็นแผนที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ คัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เพื่อให้คนสูงวัยเดินทางไปเที่ยวได้สะดวก อาทิ วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี ,วัดมงคลโกวิทาราม จ.อุบลราชธานี และตลาดศูนย์ผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวนครชากังราว จ.กำแพงเพชร ฯลฯ
"ผมมองว่าตลาดผู้สูงอายุจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงสิบปี คนกรุงเทพฯ และชานเมืองจะยังคงพักในจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าไปอยู่จังหวัดไกลๆ เพราะติดเพื่อน ติดครอบครัว และที่วิกฤตมากๆ คือ ระบบคมนาคมที่ไม่สะดวก เป็นแรงผลักให้ผู้สูงอายุอยู่แต่บ้าน "





