วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"โตเกียว" ช้อปเพลิน เกินห้ามใจ

นับถอยหลังสู่เทศกาลปีใหม่ หากใครกำลังมองว่าสถานที่สุดประทับใจสำหรับเคาท์ดาวน์ แต่ไม่อยากพลาดการพลาดชอปปิง

เชื่อแน่ว่าต้องมีชื่อ “โตเกียว” ประเทศญี่ปุ่น เป็นหมุดหมายสำคัญอันดับต้นๆ ด้วยแน่

มหานครแห่งนี้นอกจากจะมีเสน่ห์ในแง่ของแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่ารักแล้ว สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงงานดีไซน์ล้ำๆ แปลกตา ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนทั่วโลกซื้อตั๋วมาเยือนโตเกียว

สำหรับแหล่งชอปปิงขึ้นชื่อของเมืองนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า มาดูกันเลยว่า แหล่งชอปปิงยอดนิยมในโตเกียวนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง

ชินจูกุ สยามสแควร์แจแปน

เปรียบๆ ไปก็คล้ายกับย่านสยามสแควร์บ้านเรา เพราะ ชินจูกุ (Shinjuku) เป็นศูนย์กลางของทุกๆ อย่าง ทั้งสำนักงาน ร้านค้า โรงแรม แถมยังเป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้บริการวันละเกือบ 3 ล้านคน แบบนี้ไม่เรียกว่าอลหม่านก็ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี

ชินจูกุเป็นแหล่งชอปปิงขึ้นชื่อของโตเกียว โดยมีสินค้าทุกอย่างที่นักเดินทางต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง อุปกรณ์ไอที ดีวีดี เครื่องประดับ ร้ายขายยา หรือว่าสินค้ามือสอง ทุกอย่างหาซื้อได้ที่ย่านนี้

อย่างที่ตึกว่าการมหานครโตเกียว หรือ Tokyo Metropolitan Government ก็มีร้านค้าให้เลือกช้อปมากกว่า 100 ร้าน ใครเน้นสินค้าแฟชั่น แนะนำให้ไป Lumine ที่มีทั้งหมด 3 ตึก ส่วน Marui หรือห้างที่แปะโลโก้ 0101 (0=มารุ, 1=อิจิ) ก็มีหลายตึกเหมือนกัน เป็นห้างขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น แต่ถ้าอยากได้สินค้าแบรนด์เนม ห้างเก่าแก่อย่าง Isetan ก็ยังพอไหว หรือจะไป Takashimaya ที่อยู่ในตึก Time Square เลยก็ได้ ที่นี่มีสินค้าแบรนด์หรูๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Prada, Gucci, ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านประเภท DIY ให้เลือกซื้อกันด้วย

Mutsumoto Kiyoshi เป็นร้านขายเครื่องสำอาง แต่ใน guidebook จะเรียกว่า ร้านขายยา ซึ่งมีกระจายอยู่ในญีปุ่นเต็มไปหมด ส่วนใหญ่จะเน้นเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ของใช้ทั่วไป ส่วนห้างที่จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีโดยเฉพาะคือ Bic Camera และ Yodobashi เช่นเดียวกันห้างทั้ง 2 นี้มีอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ แต่สำหรับหนอนหนังสือจงรู้ว่า ชินจูกุคือย่านที่มี Kinokuniya สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่

ฮาราจูกุ มาดูแฟนซี

แน่นอนว่า คงไม่มีย่านไหนสดใสซาบซ่าไปกว่า ฮาราจูกุ (Harajuku) อีกแล้ว เพราะที่สถานีนี้ถือเป็น “เวทีใหญ่” ของวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นที่ชอบแต่งตัวแบบหลุดโลกมาประชันโฉมกัน โดยเฉพาะวันอาทิตย์ ไปแล้วไม่ผิดหวัง เพราะพวกเขาจะมารวมตัวกันมากที่สุด แบบที่แต่งเลียนแบบการ์ตูนเรื่องดังก็พอมีให้เห็นบ้าง แต่ถ้าอยากดังก็ต้อง “เป็นตัวของตัวเอง”

บอกแล้วว่าเป็นแหล่งรวมวัยรุ่น เพราะฉะนั้นสินค้าที่ฮาราจูกุจึงไม่ค่อยเหมาะกับผู้ใหญ่(แต่ถ้าใจเด็กก็ไม่ว่ากัน) คือจะเน้นสินค้าน่ารักๆ สินค้าสำหรับผู้หญิง เสื้อผ้าแฟชั่น แต่ถ้าค้นดีๆ ก็จะเจอของถูก ซึ่งถนนที่เดินกันส่วนมากจะมี 2 สาย คือ ถนนทาเคชิตะ(Takeshita Dori) และถนนโอโมโตะซานโดะ(Omotosando)

ทาเคชิตะอยู่ตรงหน้าสถานีฮาราจูกุพอดี มีสินค้าของวัยรุ่นล้วนๆ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง แต่ถ้าต้องการความแตกต่างให้เดินไปต่อที่โมโตะซานโดะ ถนนนี้มีดาราญี่ปุ่นมาเดินกันเยอะ เผลอๆ อาจได้กระทบไหล่ศิลปินตัวเป็นๆ

ถนนโมโตะซานโดะเส้นนี้มีห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมด้วย เช่น ห้างลาฟอเร่ห์ (Laforet Harajuku) ที่มีร้านเสื้อผ้ามากกว่า 150 ร้าน หรือจะเป็น Omotosando Hill ชอปปิงมอลล์ที่มีร้านขายแฟชั่นราคาแพง อาหาร ภัตตาคารหรู ร้านเสริมสวย ทุกอย่างเหมาะกับคนมีสตางค์เท่านั้น ส่วนคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่กำลังมองหาของเด็กๆ แนะนำ Kiddyland ที่รวบรวมสรรพสิ่งของน้องๆ หนูๆ ไว้ให้เลือกมากมาย เดินเข้าไปแล้วจะเพลินไม่รู้ตัว

อะกิฮาบาร่า ณ ย่านอนาคต

สาวกไอทีมีหรือจะไม่รู้จัก อะกิฮาบาร่า (Akihabara) ย่านชอปปิงสุดล้ำที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองอิเลคทรอนิกส์อะกิฮาบาร่า” ตรงๆ ตัวเลยก็คือ ย่านนี้มีเครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดที่ต้องการ รวมถึงเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งอาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การ์ตูน และเกมส์ต่างๆ มองๆ ไปเหมือนกับหลุดมาในโลกอนาคตก็ไม่ปาน

เพราะมีเกมส์ และการ์ตูนเยอะนี่แหละ เหล่าบรรดา “โอตาคุ” หรือคนรักการ์ตูนจึงพากันมาพบปะสังสรรค์ที่ย่านอะกิฮาบาร่าบ่อยๆ แน่นอนว่า ไม่ต่างจากฮาราจูกุเท่าไร เพราะย่านชอปปิงไอทีแห่งนี้ก็มีวัยรุ่นแต่ง cosplay มาอวดความโก้เก๋เหมือนกัน โดยเฉพาะหนุ่มๆ จะชอบย่านนี้มาก เพราะนอกจากจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับอุปกรณ์ไอทีแบบละลานตาแล้ว สาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มที่แต่งตัวเป็นการ์ตูนแนวน่ารัก เซ็กซี่ ที่คอยมายืนเรียกลูกค้าเข้าร้าน ก็ถือเป็นอาหารตาที่พาสดชื่นดีไม่ใช่น้อย

ถามถึงราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้าย่านนี้ เทียบกับเมืองไทยถือว่าถูกกว่านิดหน่อย อันนี้เฉพาะสินค้าแบรนด์เนมญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ถ้าเป็นแบรนด์จากยุโรปก็แพงพอๆ กัน ถ้าสนใจแนะนำให้พกพาสปอร์ตมาด้วย จะได้รับส่วนลดในการซื้อสินค้า และได้รับการยกเว้นภาษีในบางร้าน ลองต่อรองกันดู

กินซ่า หรูหราพารากอน

จะไม่เอ่ยถึง กินซ่า (Ginza) ย่านการค้าที่อุดมไปด้วยของแบรนด์เนมราคาแพงเห็นทีจะพามาไม่ถึงโตเกียว กินซ่าเป็นย่านดังที่ตั้งอยู่ในเขตชูโอ นอกจากห้างหรูๆ ร้านบูติกดังๆ ย่านกินซ่ายังมีภัตาคารอาหารเลิศรส และร้านกาแฟเก๋ๆ ให้นั่งชิลๆ อีกเพียบ

อาจเพราะชื่อย่านที่คล้ายกับพฤติกรรมของคนไทย กินซ่าจึงถูกเหมารวมเอาว่าน่าจะเป็นย่านที่ควรเดินทางไป “กินซะ” ให้เรียบ เพราะเต็มไปด้วยของอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่า ชื่อ “กินซ่า” นั้นแท้จริงหมายถึง เหรียญกษาปณ์ เนื่องจากสมัยก่อนมีโรงงานกษาปณ์ตั้งอยู่ที่นี่ กระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ในย่านดังกล่าว ทำให้เกิดการพัฒนาอาคารและย่านนี้ไปในแนวทางที่ทันสมัยกว่ายุคก่อนมาก คือเป็นแบบยุโรป ปัจจุบันเหลืออาคารแบบนั้นไม่มาก ที่มีชื่อเสียงที่สุดเห็นจะเป็น ห้างสรรพสินค้าวาโค วึ่งมีหอนาฬิกาอยู่บนยอด

วันหยุดสุดสัปดาห์ย่านกินซ่าจะคึกคักเป็นพิเศษ ถนนใหญ่สายเหนือ-ใต้จะปิดการจราจร เปิดให้เป็นถนนคนเดินกันได้เต็มพื้นที่ ย่านนี้ถ้ากระเป๋าหนักก็เดินกันได้สบายๆ แต่ถ้าไม่อยากจับจ่ายอะไรมาเดินดูไฟยามค่ำคืนก็ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับกินซ่า

. . .

จริงๆ แล้วโตเกียวยังมีแหล่งช้อปสำหรับนักเที่ยวอีกมากมาย นี่แค่เฉพาะย่านใหญ่ๆ แต่ถ้าใครสนใจและมีเวลา แนะนำให้เดินเท้าไปตามตรอกซอกซอย จะพบว่ามีร้านอร่อย ของพื้นเมือง และสินค้าทำมือน่ารักๆ อีกเพียบ

เพราะ “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศแห่งแรงบันดาลใจ ใครไปก็หลงรัก และอยากซื้อตั๋วกลับไปเยือนอีกครั้ง และอีกครั้ง