วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอลแห่งความสุข

เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด สิ่งที่ทำให้เราตื่นแต่เช้ามืดโดยไม่อิดออดมีไม่กี่อย่าง คือการตื่นมาดูทะเลหมอกหรือพระอาทิตย์ขึ้น

ตลาดเช้าที่เป็นวิถีชุมชนและเอกลักษณ์ของแต่ละแห่ง การมาใส่บาตรเช้าๆ อย่างที่หลวงพระบางหรือเชียงคาน และมีอีกอย่างหนึ่งคือ...บอลลูน

เหตุที่บอลลูนเขาต้องขึ้นลอยแต่เช้ามืดมาเตรียมการกันตั้งแต่ตีสี่นั่นเป็นเพราะว่า ในช่วงเช้าๆ อากาศจะเย็น จะยังควบคุมลมร้อนที่พ่นจากหัวแก๊สให้บอลลูนลอยนั้นได้ดี เพราะยิ่งสาย แดดยิ่งแรง ความร้อนจากแสงแดด จะเข้ามากวนการทำงานของแก๊สในบอลลูนได้ เราจึงมักเห็นภาพของบอลลูนที่ลอยบนฟ้าไม่ว่าที่ใดๆ ในโลกนั้น แสงมันนุ่มๆ ฟ้าดูใสๆ ยิ่งบอลลูนสีสันสดใสลอยขึ้นไปบนฟ้าด้วยแล้ว ให้ความรู้สึกที่มันดูสดชื่น สนุกสนาน พอเอ่ยถึงบอลลูน คนจึงเห็นภาพลูกโป่งสีสวย ลอยอยู่บนฟ้าสีครามอย่างนี้ทุกทีไป

ผมกำลังเอ่ยถึง เทศกาลบอลลูนนานาชาติที่เชียงใหม่ ซึ่งจัดโดย บ.เอิร์ทวินด์แอนด์ไฟร์กับ ททท. เขาจัดมาหลายครั้งแล้ว สำหรับที่เชียงใหม่น่าจะประมาณ 3-4 ครั้ง มี อบจ.เชียงใหม่สนับสนุน ก่อนหน้านั้นก็ตระเวนทดลองจัดไปเรื่อยๆ นครนายก ปากช่อง ปรากฏว่าแต่ละแห่งมีอุปสรรคมากมาย ทั้งสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวย การประสานงานในพื้นที่ และที่สำคัญ “ลม” ไม่ค่อยเป็นใจนัก อย่างเช่นที่ปากช่อง เห็นว่าลมแรงจนบอลลูนขึ้นแทบไม่ได้ ทั้งๆ ที่บ้านเรามีหลายสถานที่มากที่น่าเอาบอลลูนไปขึ้น แต่ก็ด้วยอุปสรรคดังกล่าว จนกระทั่งเขามาปักหลักและลงตัวที่เชียงใหม่อย่างที่บอก ยิ่งมาจัดเอาช่วงปลายๆ ปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของเชียงใหม่ด้วยแล้ว ก็ดูพอเหมาะพอเจาะและเข้ากันได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ ทั้งผู้คน ศิลปวัฒนธรรม ทัศนียภาพ และ“ลม”ที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ปีแรกๆ เขาจัดในเมือง สนามของโรงเรียนบ้าง ปรากฏว่ารถติดกันทั้งเมือง หลังๆ ก็เลยย้ายมาจัดที่สนามกอล์ฟยิมคานา แถวๆ ค่ายกาวิละที่อยู่นอกเมืองมานิด ปรากฏว่าคราวนี้ทุกอย่างลงตัว ให้บรรยากาศพักผ่อนจริงๆ เพราะสนามกอล์ฟกว้างขวาง ร่มรื่น สนามหญ้าสวยงาม งานเขาจัดเป็นสองภาคคือช่วงเช้ามืด ที่จะมีการเอาบอลลูนมาลอยขึ้นตอนเช้าตรู่ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามีคนที่รู้ข่าวมาดูกันแต่เช้ามืดเช่นกัน เพราะการกางบอลลูน การปล่อยแก๊สใส่ จนบอลลูนตั้งตัวได้และลอยขึ้นไปบนฟ้า มันเป็นอะไรที่น่าถ่ายรูปอย่างมาก และเห็นว่างานบอลลูนแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆ มีไม่กี่ประเทศ มิน่านักท่องเที่ยวทั้งไทยทั้งเทศในเชียงใหม่มากันหนาตา ผมเห็นบริษัททัวร์พาลูกทัวร์มาดูแต่เช้ามืดด้วยเลยสอบถามไกด์ดู เห็นบอกว่าเขาขายการดูเทศกาลบอลลูนนี้เข้าไปในโปรแกรมด้วย ที่สำคัญตอนเช้านี้เข้ามาดูฟรีครับ

ปีนี้บอลลูนที่เข้ามาจะมี 12 ลูก ซึ่งแต่ละปีก็ไม่เท่ากัน มาจากหลายๆ ชาติ ผมสอบถามคุณยุทธ วาณิชชานนท์ ที่ปรึกษาของบริษัทที่จัดงาน ว่าทำไมไม่เอามาหลายๆ ลูก เขาบอกว่าค่าใช้จ่ายในการเอาบอลลูนมาบินนั้นสูงมาก โดยเฉพาะการขนย้ายและการดูแลนักบินที่จะเข้ามาบิน ที่น่าสนใจคือ ปีนี้มีบอลลูนจากมาเลเซียด้วย ซึ่งเป็นไปได้ว่าต่อไปมาเลเซียอาจจะจัดงานบอลลูนแบบนี้เช่นกัน

ผมโชคดีได้มีโอกาสขึ้นบินบอลลูนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในงานทุกคนก็มีโอกาสได้บินบอลลูนจริงแบบนี้ โดยเขาจะจับรางวัลจากหางตั๋วที่เข้างาน ซึ่งก็จะมีทั้งขึ้นบินแบบผูกเชือก คือก็ขึ้นลงเหมือนปกติทุกอย่าง แต่ไม่ให้ลอยไปไกล เอาเชือกล่ามไว้ ขึ้นไปสักพักก็เอาลง พอให้ได้รู้บรรยากาศและอารมณ์ของการลอยบอลลูน อีกประเภทคือได้บินบอลลูนลอยออกไปจริงๆ ซึ่งใครได้บินถือว่าโชคดีมาก เพราะไม่มีบ่อยๆ และที่สำคัญการได้ขึ้นบอลลูนลอยไปจริงๆ นั้นมีค่าใช้จ่ายแพงมาก แพงกว่าการขึ้นเครื่องบินด้วยซ้ำไป

ผมขึ้นบินกับMr.Josep M.Uado Costa ซึ่งนอกจากจะเป็นนักบินแล้ว ยังเป็นเจ้าของโรงงานผลิตบอลลูนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกด้วยชื่อ Ultra Magic Balloons เมืองบาเซโลน่า จากสเปน คุณโจเซปนี่เป็นคนอัธยาศัยดีมากครับ ยิ้มแย้มแจ่มใส่ ทั้งโชว์ทักษะการบินบอลลูนที่เหนือชั้นมาก ชนิดที่คนขึ้นไปบินด้วยอย่างผมหัวใจแทบวาย เช่นการบินเลียดหลังคาตึกแถวยาวไปเกือบ 50 เมตร บินระยอดดอกผักตบในหนองน้ำ หรือการบินลอยขึ้นเพื่อหนีแนวต้นยางริมถนนสารภีอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้การบินระยอดมะพร้าว หรือยอดต้นลำใยกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลย ผมละกลัวตกน้ำตกท่าจนข้าวของเปียก

ที่น่ากลัวกว่าคือกระเช้าไปติดบนยอดยางที่สูงร่วม 30 เมตร นึกแล้วหวาดเสียว แต่ด้วยประสบการณ์ของคุณโจเซฟทำให้ผมประทับใจมาก ซ้ำพี่แกยังทักทายชาวบ้านเบื้องล่างที่มาซื้อของตลาดเช้า ทักทายเด็กๆ ที่นั่งมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียน ชี้ชวนผมดูพระอาทิตย์ขึ้นจากบนบอลลูน รอบทิศทางคือทิวทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ที่ในฤดูท่องเที่ยวนั้นงามจนเกินบรรยาย ผมถึงบอกบอลลูนกับเมืองเชียงใหม่ มันเป็นอะไรที่เข้ากันมาก การบินบอลลูนไม่เหมือนการนั่งเครื่องบิน หรือเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่มันเป็นการเดินทางที่คลาสสิคและน่าประทับใจกว่ากันมาก

ในช่วงบ่ายจึงเป็นกิจกรรมในงานที่เขาจัดบรรยากาศให้เป็นแบบครอบครัวมาพักผ่อน เด็กๆ มาวิ่งเล่น ถ่ายรูปกับบอลลูน นั่งเล่น ทานอาหารที่มาออกร้าน ชมการแสดงบอลลูนเล็กๆ ที่ลอยขึ้นจริงๆ ฟังเพลงจากวงดุริยางค์โรงเรียนดาราวิทยาลัย เล่นเพลงพระราชนิพนธ์ได้ประทับใจมาก ทั้งยังมีมินิคอนเสิร์ตประกอบบอลลูน ทีแรกผมเห็นใบโฆษณาก็นึกภาพไม่ออกว่าเป็นยังไง แต่พอไปเห็นทั้งงาน ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าตั๋ว 200 บาท ที่สำคัญได้ลุ้นขึ้นบอลลูนในเช้าถัดไปนี่แหละ โดยเฉพาะการแสดงดนตรีประกอบไฟบอลลูนที่เรียกว่า Night Glow นั้นสวยงามและน่าประทับใจมาก ยิ่งมีพลุประกอบด้วยแล้ว คนถ่ายรูปไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ภาพอลังการณ์ไม่แพ้โคมยี่เป็งสันทรายเชียวละ

ได้มีโอกาสคุยกับท่านนายก อบจ.เชียงใหม่ คุณบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ซึ่งท่านนายกฯบุญเลิศ อยากให้เทศกาลบอลลูนนี้เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของการท่องเที่ยวในเชียงใหม่เลย ชนิดที่ว่าพอถึงปลายปี คนต้องนึกถึงงานบอลลูนเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้บอลลูนเล็กหรือโคมยี่เป็งนับหมื่นดวงที่สันทราย มีคนก๊อปปี้ไปทำหลายที่แล้ว เหลือก็แต่บอลลูนใหญ่นี่แหละที่ยังไม่มีใครก๊อปปี้ไปทำ ขืนท่านนายกบุญเลิศไม่รั้งไว้เดี๋ยวสุพรรณบุรีมาทาบทาบไปจัดที่นั่นจะยุ่งนะครับ

ทุกอย่างดีหมดและน่าประทับใจ เสียอย่างเดียวจัดน้อยวันไปหน่อย ถ้าเป็นไปได้ ปีหน้าเพิ่มวันอีกหน่อยได้ไหมครับ จะได้ถ่ายรูปให้จุใจไปเลย