กลับไปเที่ยวฟิลิปปินส์กันดีกว่า

เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั่วโลกพากันตกตะลึงเมื่อซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มภาคกลางของฟิลิปปินส์
ทำความเสียหายแก่พื้นที่ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะเมืองทัคโลบันบนเกาะเลเต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน และสูญหายกว่า 1,600 คน ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์
สหประชาชาติรายงานว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นแทบไม่ต่างจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มหลายประเทศบริเวณมหาสมทุรอินเดียเมื่อ 9 ปีที่แล้ว
ขณะนี้ เวลาผ่านมาเกือบเดือนแล้ว หลายอย่างเริ่มค่อยๆ ได้รับการบูรณะฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิม ข่าวที่เผยแพร่ไปทั่วโลกทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวหายไปจากฟิลิปปินส์เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่นถล่มทั้งประเทศ ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำความเข้าใจกับนานาชาติ และดึงนักท่องเที่ยวกลับมา เพราะเชื่อว่าการท่องเที่ยวจะช่วยฟื้นฟูจิตใจคนฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างงานให้ด้วย
ริชาร์ด เดอ วิลล่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายท่องเที่ยวของสถานทูตฟิลิปปินส์ในลอนดอนกล่าวว่า สื่อมวลชนได้รายงานจนทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความใจผิดว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นพัดถล่มทั้งประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมาหรือยกเลิกการของห้องพักและทัวร์ ทั้งๆ ที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นเป็นเพียงส่วนน้อย ในขณะที่ประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ไม่ได้รับผลกระทบเลย
เดอ วิลล่า กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความใจที่ถูกต้องให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางสถานทูตจึงได้ลงโฆษณาในนิตยสารท่องเที่ยวหลายฉบับของอังกฤษเพื่อบอกถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวที่มีต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ลงรูปภาพของรีสอร์ทริมทะเลทั่วประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบอีกด้วย
“การท่องเที่ยวคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และสร้างงานได้มากกว่า 2.9 ล้านงาน ซึ่งคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานทั้งหมด การหยุดการท่องเที่ยวจะทำให้เกิดผลกระทบด้านลบกับชุมชนคนท้องถิ่น เพราะการท่องเที่ยวมีบทบาทอย่างมากในเศรษฐกิจโดยรวม”
เดอ วิลล่า กล่าวว่า ไม่กี่วันก่อนที่ไต้ฝุ่นจะพัดเข้าฟิลิปปินส์ คณะกรรมการท่องเที่ยวได้จัดแคมเปญด้านการตลาดที่อังกฤษในโอกาสเปิดเที่ยวบินตรงครั้งแรกในรอบ 15 ปี ระหว่างลอนดอนและมะนิลา เที่ยวบินนี้ออกจากสนามบินฮีทโทรว์ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ แคมเปญนี้ชื่อว่า “มีเรื่องสนุกมากกว่าที่ฟิลิปปินส์” โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนอังกฤษไปเที่ยวฟิลิปปินส์มากขึ้น
"ตัวเลขนักท่องเที่ยวระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2556 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราคิดว่าไม่พอ เราหวังว่าจะได้นักท่องเที่ยวทั้งหมด 5 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งจะเพิ่มประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว"
นอกจากนี้ บรรดาบริษัททัวร์ก็ต่างพากันย้ำว่า สถานที่ท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ยังเปิดทำการและไม่ได้รับผลกระทบจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่น นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่าฟิลิปปินส์ปลอดภัยและต้องการนักท่องเที่ยวอย่างมาก บริษัทเวิร์ลวาย ไดฟ์แอนด์เซล ซึ่งรับจัดทัวร์ดำน้ำและล่องเรือทั่วประเทศชี้แจงไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทและในเฟซบุ๊คว่า ส่วนใหญ่ของสถานที่ท่องเที่ยวปลอดภัยและรอนักท่องเที่ยวอยู่
ซูซี่ เอิร์บ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า “ฟิลิปปินส์มีเกาะมากกว่า 7,000 เกาะ และส่วนใหญ่อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก คนส่วนใหญ่นึกภาพไม่ออกว่า แต่ละเกาะอยู่ห่างกันแค่ไหน และไม่รู้ว่าความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะในวงจำกัด”
เธอเล่าว่า บริษัทได้รับโทรศัพท์ถามข้อมูลและบางคนก็ยกเลิกการจอง “สาส์น” จากเกาะต่างๆ ถึงนักท่องเที่ยว คือ "กรุณากลับมาเที่ยวเถอะ เรายังเปิดให้บริการเหมือนเดิม”
บริษัทของเธอส่งเรือยอร์ชพร้อมเสบียงไปที่เกาะมาลาพัสกัวและกุยอวน ทางตะวันออกของทัคโลบันเพื่อช่วยผู้ประสบภัย บริษัทนี้เคยได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิที่ไทยและศรีลังกาเมื่อปี 2547 ในครั้งนี้ บริษัทได้บริจาคเงินครึ่งหนึ่งของการจองทุกทริปตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเดือนมกราคมปีหน้าให้กับผู้ประสบภัย
บริษัทท่องเที่ยวท้องถิ่นในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายปรับรวมทริปท่องเที่ยวกับการให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน เอ็ดดี้ อกามอส บร็อค ผู้ก่อตั้งทัวร์เต๋า ฟิลิปปินส์ ซึ่งบริการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์กล่าวว่า
"ธุรกิจของเราคือการล่องเรือทางไกลไปตามเกาะต่างๆ รวมทั้งเอล นิโด้ และโครอน ทางตะวันตกของจังหวัดพาลาวัน ปรากฎว่า เส้นทางเดินเรือของเรากว่าครึ่งได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่น ชุมชนที่เราทำงานด้วยก็ถูกคลื่นซัดไปเกือบหมด ในอาทิตย์นั้น เรายกเลิกทุกทริปและใช้เรือในการนำอาหารและสิ่งของไปส่งให้ชาวบ้าน"
..........................
ที่มา : เว็บไซต์ เดอะการ์เดี้ยน







